70 จว.ทั่วประเทศ-กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ

ปภ. ระดม 70 จังหวัด รับมือฝนหนักทั่วประเทศ
วันนี้ (23 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกจะเริ่มได้รับผลกระทบก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
จากแนวโน้มดังกล่าว รัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 70 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด
สรุปข่าว
ปภ. ระดม 70 จังหวัด รับมือฝนหนักทั่วประเทศ
วันนี้ (23 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกจะเริ่มได้รับผลกระทบก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
จากแนวโน้มดังกล่าว รัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 70 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด
พร้อมสั่งการให้จัด ทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าปฏิบัติการและช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง รวมถึงพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
เปิดพื้นที่เสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ครอบคลุม ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางทุกจังหวัด ส่วนภาคใต้มี 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และนราธิวาส
นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน, แม่น้ำวังทอง จ.พิษณุโลก, แม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี, แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี, คลองพระสทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว, แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี, คลองกะเปอร์ จ.ระนอง และแม่น้ำสายบุรีกับแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส
จับตาท้ายเขื่อนเจ้าพระยา น้ำเพิ่มสูงสุด 1.25 เมตร
อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยคาดว่าจะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75-1.25 เมตร
พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ต้องจับตา ได้แก่
ชัยนาท อำเภอสรรพยา
สิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี
อ่างทอง อำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอวิเศษชัยชาญ
พระนครศรีอยุธยา อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร
ปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก
รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
- กทม. พร้อมรับมือฝนตกหนัก ติดตามระดับน้ำและดูแลจุดเสี่ยงใกล้ชิด
- ฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ไม่ซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 54
- “เอกนิติ” ให้ความมั่นใจยังบริหารจัดการน้ำได้-เตรียมงบฉุกเฉินภาคละ 100 ล้าน
- ฝนระลอกใหม่! เช็กด่วนพื้นที่เสี่ยงภัย 23-27 ก.ย. อีสานโดนก่อน กทม.ก็ไม่รอด
- อุตุฯ เตือน 23-27 ก.ย. ทั่วไทยฝนตกหนักมาก เช็กเลยจังหวัดไหนเสี่ยงบ้าง?
ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
