70 จว.ทั่วประเทศ-กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ

Share on Line Share on Facebook Share on X
70 จว.ทั่วประเทศ-กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน เตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ

ปภ. ระดม 70 จังหวัด รับมือฝนหนักทั่วประเทศ

วันนี้ (23 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกจะเริ่มได้รับผลกระทบก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

จากแนวโน้มดังกล่าว รัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 70 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด

สรุปข่าว

ปภ. ประสาน 70 จังหวัดและ กทม. รับมือฝนหนัก 23-27 ก.ย. 69 จัดทีมและเครื่องจักรกลเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พร้อมจับตาเจ้าพระยา ระดับน้ำเพิ่ม 0.75-1.25 เมตร

ปภ. ระดม 70 จังหวัด รับมือฝนหนักทั่วประเทศ

วันนี้ (23 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกจะเริ่มได้รับผลกระทบก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

จากแนวโน้มดังกล่าว รัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 70 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด

พร้อมสั่งการให้จัด ทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าปฏิบัติการและช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง รวมถึงพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

เปิดพื้นที่เสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ครอบคลุม ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางทุกจังหวัด ส่วนภาคใต้มี 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และนราธิวาส

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน, แม่น้ำวังทอง จ.พิษณุโลก, แม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี, แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี, คลองพระสทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว, แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี, คลองกะเปอร์ จ.ระนอง และแม่น้ำสายบุรีกับแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส

จับตาท้ายเขื่อนเจ้าพระยา น้ำเพิ่มสูงสุด 1.25 เมตร

อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยคาดว่าจะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75-1.25 เมตร

พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ต้องจับตา ได้แก่

ชัยนาท อำเภอสรรพยา

สิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี

อ่างทอง อำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอวิเศษชัยชาญ

พระนครศรีอยุธยา อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร

ปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก

รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย