เจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ 1,500 ลบ.ม./วินาที เตือน 11 จังหวัด

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก ส่งผลให้กรมชลประทานต้องบริหารจัดการน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได เพื่อรองรับมวลน้ำเหนือและปริมาณฝนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป
สำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งเตือนพื้นที่ 11 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ให้ติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ
น้ำเหนือเพิ่ม เขื่อนเจ้าพระยาปรับระบายแบบขั้นบันได
ข้อมูลจากสถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ พบปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,618 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังมวลน้ำเหนือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เขื่อนเจ้าพระยาจึงปรับการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน จากเดิมประมาณ 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยดำเนินการแบบขั้นบันได เพื่อรองรับน้ำเหนือ รวมถึงฝนที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
การเพิ่มอัตราระบายน้ำครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อน ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงไปถึงพระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นประมาณ 30-60 เซนติเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง
สรุปข่าว
สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก ส่งผลให้กรมชลประทานต้องบริหารจัดการน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได เพื่อรองรับมวลน้ำเหนือและปริมาณฝนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป
สำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งเตือนพื้นที่ 11 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ให้ติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ
น้ำเหนือเพิ่ม เขื่อนเจ้าพระยาปรับระบายแบบขั้นบันได
ข้อมูลจากสถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ พบปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,618 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังมวลน้ำเหนือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เขื่อนเจ้าพระยาจึงปรับการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน จากเดิมประมาณ 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยดำเนินการแบบขั้นบันได เพื่อรองรับน้ำเหนือ รวมถึงฝนที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
การเพิ่มอัตราระบายน้ำครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อน ตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงไปถึงพระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นประมาณ 30-60 เซนติเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง
จุดเสี่ยงท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวัง
พื้นที่ที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ คือ พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครอบคลุม อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร
ส่วนจังหวัดอ่างทอง ให้เฝ้าระวังบริเวณ อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอป่าโมก พร้อมขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงหากระดับน้ำในพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ปากช่องเจอน้ำป่าหลังฝนตกหนัก
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังต้องติดตาม โดยช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนมีน้ำจากพื้นที่สูงไหลเข้าสู่ชุมชนบ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 อย่างรวดเร็ว
มวลน้ำเข้าท่วมบริเวณหัวฝายบ้านคลองเดื่อ สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านคลองเดื่อ ถนนทางเข้าวัดคลองเดื่อ และบริเวณคลองเพลท่ามะปราง โดยกระแสน้ำสร้างความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างบางส่วน
บริเวณหัวฝายมีที่พักของผู้ไร้บ้านได้รับความเสียหาย 3 ราย ผู้พักอาศัยต้องขึ้นไปอยู่ในพื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ทรัพย์สินและของใช้บางส่วนถูกกระแสน้ำพัดไป และเตรียมเข้าพักชั่วคราวที่วัดอุทุมพร หรือวัดคลองเดื่อ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานรถจักรยานยนต์ของประชาชนถูกกระแสน้ำพัดตกคลอง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าค้นหาได้ในช่วงที่กระแสน้ำไหลแรง เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัย โดยทีมกู้ภัยและหน่วยงานในพื้นที่อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย
ปราจีนบุรีน้ำท่วมถนน 304 สูงราว 20 ซม.
ด้านจังหวัดปราจีนบุรี ฝนที่ตกหนักตลอดคืนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบน ถนนสาย 304 บริเวณหน้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ครอบคลุมทางเข้าเขตนิคมทั้ง 2 ทาง ต่อเนื่องไปทางเทศบาลเมืองหนองกี่ เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
ระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 เซนติเมตร และเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้การจราจรติดขัด รถขนาดเล็กสัญจรได้ลำบาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและจัดการจราจร
น้ำฝนยังไหลเข้าท่วม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกอุดม ตำบลหนองกี่ อำเภอกบินทร์บุรี เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ขึ้นสู่พื้นที่สูง และประชาชนยังไม่สามารถเข้าใช้บริการรักษาพยาบาลได้ในช่วงที่ได้รับผลกระทบ
สถานการณ์ในช่วงนี้จึงต้องติดตามทั้งปริมาณน้ำเหนือ การบริหารน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และฝนตกหนักในแต่ละพื้นที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและเตรียมรับมือเพื่อจำกัดผลกระทบต่อประชาชน
- “เอกนิติ” ให้ความมั่นใจยังบริหารจัดการน้ำได้-เตรียมงบฉุกเฉินภาคละ 100 ล้าน
- ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา กาง 3 แผนแนวทางบริหารจัดการน้ำ
- ฝนระลอกใหม่! เช็กด่วนพื้นที่เสี่ยงภัย 23-27 ก.ย. อีสานโดนก่อน กทม.ก็ไม่รอด
- อุตุฯ เตือน 23-27 ก.ย. ทั่วไทยฝนตกหนักมาก เช็กเลยจังหวัดไหนเสี่ยงบ้าง?
- จับตาฝนเพิ่ม! ปรับแผนระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ท้ายเขื่อนน้ำสูงขึ้น 1.5 เมตร
บรรณาธิการออนไลน์
