“เอกนิติ” ให้ความมั่นใจยังบริหารจัดการน้ำได้-เตรียมงบฉุกเฉินภาคละ 100 ล้าน

ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้มีการเตรียมแผนรองรับอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง
ขณะเดียวกันก็ได้มีการติดตามสถานการณ์ว่าน้ำฝนที่จะเข้ามาเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมการล่วงหน้า วันนี้จึงได้เชิญกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลางและรายงานน้ำที่จะไหลมาจากภาคเหนือว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
สรุปข่าว
ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้มีการเตรียมแผนรองรับอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง
ขณะเดียวกันก็ได้มีการติดตามสถานการณ์ว่าน้ำฝนที่จะเข้ามาเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมการล่วงหน้า วันนี้จึงได้เชิญกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลางและรายงานน้ำที่จะไหลมาจากภาคเหนือว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่าในวันที่ 25 - 27 กันยายนนี้ จะมีฝนเข้ามาเพิ่ม รัฐบาลจึงไม่ได้อยู่เฉย และได้มีการเตรียมการล่วงหน้า เพื่อรองรับสถานการณ์ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะเห็นแล้วว่าน้ำในส่วนต่างๆมีอยู่เท่าไหร่จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ รวมทั้งผันน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนต่อพี่น้องประชาชน ในกรณีที่มีพายุเข้ามาในลุ่มน้ำภาคกลางและน้ำไหลลงมาจากภาคเหนือ จะได้บริหารจัดการได้ เพราะเราไม่ต้องการให้เป็นเหมือนในอดีตที่ผ่านมาที่ประชาชนตามแนวเขื่อนได้รับผลกระทบ
ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง นายเอกนิติ ระบุว่า ได้สั่งการให้มีการเตรียมความพร้อมและเตรียมอุปกรณ์ล่วงหน้าก่อนที่ภัยจะมา ขณะเดียวกันได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคกลางเตรียมแผนอพยพและสื่อสารกับประชาชนด้วยโดยเตรียมเช็กลิสต์และสื่อสารให้ประชาชนทราบว่าต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ไม่ใช่แจ้งหลังภัยมา
มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท
ส่วนงบประมาณฉุกเฉินต่างๆนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้จัดเตรียมเงินสำรองและฉุกเฉินในแต่ละภาคไว้แล้ว โดยสำรองไว้ภาคละ 100 ล้านบาท ที่ประชุมจึงได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ว่าหากมีความจำเป็นจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณานำเงินมาดูแลประชาชนเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ นายเอกนิติ ยังยืนยันว่า สถานการณ์น้ำในวันนี้ยังสามารถบริหารจัดการได้ เพราะฝนที่ผ่านมาไม่ได้ตกมาก จนทำให้น้ำล้นเขื่อน ฉะนั้นยืนยันว่าวันนี้สามารถรองรับน้ำฝนได้จำนวนหนึ่ง แต่หากเกินขนาด 1,500 ลูกบาศก์เมตรจะมีการบริหารจัดการโดยผันน้ำออกไปยังคลองแต่ละสาขาตามแผนที่ได้วางไว้
ส่วนกรณีที่มีบางเพจรายงานข่าวโดยเตือนว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ นายเอกนิติ ระบุว่า หากยึดตามสถิติและข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าจะมีฝนเข้ามาฝนแหล่งน้ำภาคกลางทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง แต่ไม่ได้หนักมาก และไม่ได้เยอะจนทำให้เกิดอุทกภัยใหญ่ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน
- 27 ก.ย. "เขื่อนเจ้าพระยา" ระบายน้ำเพิ่ม 700-1,000 ลบ.ม./วินาที เช็กพื้นที่รับมือน้ำเพิ่ม
- เตือน 11 จังหวัด รับมือ “เขื่อนเจ้าพระยา” ปรับเพิ่มการระบายน้ำ
- จับตาน้ำเหนือ! เขื่อนเจ้าพระยา คงระบาย 490 ลบ.ม./วิ ลุ้นปรับเพิ่มถึง 700 ลบ.ม./วิ
- เตือน 76 จังหวัด-กทม. ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม 15–20 ก.ย.
- คลังจ่อเปิดรอบใหม่ “บอนด์ออมพลัส” เพิ่มโอกาสประชาชนเข้าถึงการลงทุน
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
