เปิด 5 ปัจจัยหลักสาเหตุ “ฝนตกหนัก-ตกแช่” ความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมในช่วงนี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิด 5 ปัจจัยหลักสาเหตุ “ฝนตกหนัก-ตกแช่” ความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมในช่วงนี้

ฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่าในช่วงวันที่ 24 – 27 กันยายน 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศกัมพูชาจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

ทั้งนี้ ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับฝนตกหนักและตกแช่ในช่วงนี้สาเหตุคืออะไร และโอกาสน้ำท่วมมีมาก โดยระบุว่า สาเหตุที่ร่องมรสุม (Monsoon Trough) ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในแถบประเทศไทย เมียนมา ลาว และ เวียด นาม มีขนาดใหญ่และส่งผลให้เกิดฝนตกหนักรุนแรงเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนปี 2026 เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางสภาพภูมิอากาศและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่สอดประสานกัน ดังนี้


สรุปข่าว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม เปิด 5 ปัจจัยหลักทางสภาพภูมิอากาศและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา สาเหตุฝนตกหนัก-ฝนตกแช่และความเสี่ยงเกิดน้ำท่วม

ฝนตกหนักหลายพื้นที่และฝนตกหนักมากบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่าในช่วงวันที่ 24 – 27 กันยายน 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศกัมพูชาจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

ทั้งนี้ ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับฝนตกหนักและตกแช่ในช่วงนี้สาเหตุคืออะไร และโอกาสน้ำท่วมมีมาก โดยระบุว่า สาเหตุที่ร่องมรสุม (Monsoon Trough) ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในแถบประเทศไทย เมียนมา ลาว และ เวียด นาม มีขนาดใหญ่และส่งผลให้เกิดฝนตกหนักรุนแรงเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนปี 2026 เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางสภาพภูมิอากาศและปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่สอดประสานกัน ดังนี้


เปิด 5 ปัจจัยหลัก สาเหตุฝนตกหนัก-ฝนตกแช่

1. ผลกระทบชั่วคราวจาก "มรสุมตะวันตกเฉียงใต้"ปะทะร่องความกดอากาศต่ำ

แม้ว่าภาพรวมของปี 2026 ภูมิภาคอาเซียนจะได้รับผลกระทบจาก ปรากฏ การณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) โดยทั่วไปมักทำให้เกิดความแห้งแล้งในระยะยาว แต่เนื่องจากประเทศอาเซียนตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ซึ่งในช่วงฤดูฝน ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านได้หอบความชื้นมหาศาลจากทะเลอัน ดามันและมหาสมุทรอินเดียมีกำลังค่อนข้างแรง เมื่อลมชื้นนี้พัดเข้ามาปะทะกับร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องมรสุมที่พาดผ่านจึงส่งผลให้ร่องมรสุมนั้นขยายตัวใหญ่และทำให้เกิดฝนตกหนักชุกในพื้นที่ตอนบนของอาเซียนเป็นระยะๆ

2.การเบียดตัวของ "มวลอากาศเย็นจากประเทศจีน"

ในช่วงเดือนกันยายน 2026ปัจจัยสำ คัญที่ทำให้ร่องมรสุมรุนแรงขึ้นอย่างมากคือ มีมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศเมียนมา ลาว และไทยมวลอากาศเย็นที่แห้งและหนักนี้ได้วิ่งลงมาดันและเบียดให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก การปะทะกันระ หว่างมวลอากาศเย็นและมวลอากาศร้อนชื้นทำให้เมฆฝนก่อตัวหนาแน่นจนกลายเป็นแนวที่มีขนาดใหญ่มาก

3.พายุหมุนเขตร้อนและหย่อมความกดอากาศต่ำ

ในฤดูมรสุมปี 2026 มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวขึ้นถี่ในทะเลจีนใต้ พายุและหย่อมความกดอากาศต่ำเหล่านี้มักจะวิ่งตามแนวร่องมรสุมทำให้ร่องมรสุมทวีกำลังแรงขึ้นและขยายตัวเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายประเทศของอาเซียน


4. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิน้ำทะเล

โลกที่ร้อนขึ้นและสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ในปี 2026 ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรโดยรอบอุ่นกว่าปกติมาก เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้น ชั้นบรรยากาศจึงสามารถกักเก็บและอุ้มความชื้นเอาไว้ได้สูงขึ้น มื่อใดก็ตามที่ร่องมรสุมฟอร์มตัวขึ้น มันจะดูดซับความชื้นเหล่านั้นเข้าไปจนมีพลังงานมหาศาล กลายเป็นฝนตกสะสมปริมาณมากที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

5.สรุปได้ว่า ฝนที่ตกหนักและร่องมรสุมที่ใหญ่โตในปี 2026 

เกิดจากความชื้นมหาศาลระเหยจากน้ำทะเลจากสภาะเอลนีโญ ผสมโรงกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ทรงพลังและถูกความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมาบดบังและตรึงแนวร่องมรสุมไว้ ทำให้เกิดฝนตกแช่จนเกิดอุทกภัยในที่สุด

ที่มาข้อมูล : ดร.สนธิ คชวัฒน์

ที่มารูปภาพ : AFP

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว