“น้ำเหนือยังไม่วิกฤต” กทม.เร่งพร่องน้ำ 4 คลองหลัก รับฝนตกหนักสุดสัปดาห์

น้ำเหนือยังไม่วิกฤต แต่ กทม.เร่ง “กดระดับน้ำ” รอรับฝน
“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าข้อมูลปัจจุบันพบว่า ปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับที่ถือเป็นวิกฤตอยู่ที่ 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1.50–1.80 เมตร ขณะที่แนวคันกั้นน้ำของ กทม.สูง 2.80 เมตร ทำให้ขณะนี้ยังมีระยะห่างจากแนวคันกั้นน้ำ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ กทม.จับตาในระยะนี้คือ ปริมาณฝน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนัก และอาจหนักที่สุดในช่วงวันเสาร์–อาทิตย์
สรุปข่าว
น้ำเหนือยังไม่วิกฤต แต่ กทม.เร่ง “กดระดับน้ำ” รอรับฝน
“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าข้อมูลปัจจุบันพบว่า ปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับที่ถือเป็นวิกฤตอยู่ที่ 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1.50–1.80 เมตร ขณะที่แนวคันกั้นน้ำของ กทม.สูง 2.80 เมตร ทำให้ขณะนี้ยังมีระยะห่างจากแนวคันกั้นน้ำ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ กทม.จับตาในระยะนี้คือ ปริมาณฝน โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนัก และอาจหนักที่สุดในช่วงวันเสาร์–อาทิตย์
“พร่องน้ำคลอง” เพิ่มพื้นที่รับฝน ทำหน้าที่เหมือนแก้มลิง
หนึ่งในมาตรการสำคัญของ กทม.คือการเร่งพร่องน้ำออกจากคลองสายหลัก เพื่อให้คลองมีพื้นที่ว่างสำหรับรับน้ำฝนที่จะตกลงมา
เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าระดับน้ำในคลอง กทม.จึงปิดประตูระบายน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง เพื่อลดระดับน้ำในคลองให้ต่ำที่สุด
พื้นที่ที่เร่งดำเนินการ ได้แก่ คลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์
เมื่อระดับน้ำในคลองลดลง พื้นที่ดังกล่าวจะสามารถรองรับน้ำฝนได้มากขึ้น ทำหน้าที่เสมือน “แก้มลิง” ช่วยชะลอน้ำและลดแรงกดดันต่อระบบระบายน้ำในเมือง
บึงหนองบอนรับน้ำได้ 5 ล้าน ลบ.ม. ก่อนระบายออกเจ้าพระยา
นอกจากการพร่องน้ำในคลองแล้ว กทม.ยังเตรียมใช้ บึงหนองบอน เป็นพื้นที่พักน้ำ ซึ่งมีความจุประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร
จากนั้นจึงทยอยระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยผ่านสถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งมีกำลังสูบน้ำรวมถึง 205 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การบริหารจัดการจึงไม่ได้รอให้น้ำฝนเข้ามาแล้วค่อยระบาย แต่เป็นการ เร่งลดระดับน้ำในระบบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำก้อนใหม่
เจาะจุดเสี่ยง กทม.เร่งแก้พื้นที่ก่อสร้าง - คลองนาซอง
อีกประเด็นที่ กทม.ให้ความสำคัญคือจุดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า
บริเวณ คลองนาซอง แนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ขณะที่ กทม.เร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำริมคลอง เช่น ชุมชนโรงสี เพื่อก่อสร้างแนวเขื่อนกั้นน้ำให้สมบูรณ์
พร้อมกันนี้ยังมีการขุดลอกบริเวณหน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงให้ลึกถึงระดับ -4.5 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ
ขยะชิ้นเดียว อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ช่วงฝนหนัก
กทม.ยังขอความร่วมมือประชาชน ไม่ทิ้งขยะลงคลอง และก่อนฝนตกให้เก็บขยะบริเวณหน้าบ้านไว้ภายในบ้านชั่วคราว
เพราะขยะพลาสติกเพียงชิ้นเดียว หรือขยะขนาดใหญ่ เช่น กิ่งไม้ เตียง และหมอน หากไหลเข้าไปอุดตันช่องระบายน้ำหรือตะแกรงเครื่องสูบน้ำ อาจทำให้ระบบระบายน้ำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อเครื่องสูบน้ำ
หากมีขยะชิ้นใหญ่ สามารถแจ้ง กทม.ให้เข้าจัดเก็บได้โดยตรง
กทม.เตรียมกำลัง 24 ชั่วโมง แนะเลี่ยงเดินทางช่วงฝนหนัก
สำหรับประชาชนที่ต้องเดินทาง กทม.แนะนำให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีความเสี่ยงฝนตกหนัก และพิจารณาเดินทางกลับบ้านเร็วขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากการจราจรติดขัด
ขณะเดียวกัน กทม.จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สูบน้ำ รถสูบน้ำเคลื่อนที่ เจ้าหน้าที่เทศกิจ และหน่วยบริการประชาชน พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
หากพบปัญหาน้ำท่วมขังหรือต้องการแจ้งเหตุ ติดต่อศูนย์รับแจ้งเหตุ กทม. โทร. 02-248-5115 หรือสายด่วน กทม. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Traffy
- เปิด 5 ปัจจัยหลักสาเหตุ “ฝนตกหนัก-ตกแช่” ความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมในช่วงนี้
- เปิด War Room 24 ชม. วางแผนเผชิญเหตุ รับมือวิกฤตฝนตกหนักทั่วประเทศ
- กทม. พร้อมรับมือฝนตกหนัก ติดตามระดับน้ำและดูแลจุดเสี่ยงใกล้ชิด
- ฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. ภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ไม่ซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 54
- ฝนระลอกใหม่! เช็กด่วนพื้นที่เสี่ยงภัย 23-27 ก.ย. อีสานโดนก่อน กทม.ก็ไม่รอด
ที่มาข้อมูล : กรุงเทพมหานคร
ที่มารูปภาพ : กรุงเทพมหานคร
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
