โลกกำลังเจอ “เอลนีโญ” รุนแรง! บางพื้นที่แล้งสุดขั้ว–บางพื้นที่น้ำท่วมหนัก
“เอลนีโญ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นผิดปกติ ส่งผลให้รูปแบบอุณหภูมิและปริมาณฝนในหลายพื้นที่ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยบางภูมิภาคอาจเผชิญฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วม
โดยจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก ซึ่งผลกระทบมีดังนี้
1. คลื่นความร้อนและอุณหภูมิสูง: จะเห็นว่าปี 2569 นี้ อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลพุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติ สร้างความร้อนรุนแรงในหลายภูมิภาค
2. ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง: พื้นที่ลุ่มน้ำแอมะซอน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และหลายพื้นที่ในเอเชีย เผชิญภาวะแห้งแล้งหนัก แม่น้ำสายสำคัญในหลายประเทศลดระดับลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
สรุปข่าว
“เอลนีโญ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกอุ่นขึ้นผิดปกติ ส่งผลให้รูปแบบอุณหภูมิและปริมาณฝนในหลายพื้นที่ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยบางภูมิภาคอาจเผชิญฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วม
โดยจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก ซึ่งผลกระทบมีดังนี้
1. คลื่นความร้อนและอุณหภูมิสูง: จะเห็นว่าปี 2569 นี้ อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลพุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติ สร้างความร้อนรุนแรงในหลายภูมิภาค
2. ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง: พื้นที่ลุ่มน้ำแอมะซอน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และหลายพื้นที่ในเอเชีย เผชิญภาวะแห้งแล้งหนัก แม่น้ำสายสำคัญในหลายประเทศลดระดับลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
3. ฝนตกหนักและน้ำท่วม: บางพื้นที่ในอเมริกาใต้และแอฟริกาตะวันออกกลับเผชิญปริมาณฝนสะสมสูงและน้ำท่วมรุนแรงจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ
4. ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม: เอลนีโญที่ผนวกกับภาวะโลกร้อนเร่งการละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยงเรื่องไฟป่าและผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ
สำหรับผลกระทบนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ เช่น ทางฝั่งเอเชียอย่างศรีลังกา กำลังเผชิญภัยแล้งรุนแรงจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ โดยพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญบางแห่งมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 85–100% แหล่งน้ำขนาดเล็ก แม่น้ำ และทะเลสาบหลายแห่งแห้งขอด ขณะที่ระดับน้ำในแหล่งกักเก็บน้ำหลายร้อยแห่งลดลงเหลือเพียงประมาณ 10%
สถานการณ์ดังกล่าวกระทบโดยตรงต่อประชาชนและเกษตรกร หลายพื้นที่ต้องพึ่งพารถบรรทุกนำส่งน้ำดื่ม และพื้นที่ห่างไกลบางแห่งต้องรอน้ำนานถึง 23 วัน ขณะที่เกษตรกรสูญเสียทั้งผลผลิตและรายได้ จนบางครอบครัวต้องลดปริมาณอาหารหรืออดอาหารในบางวัน
ส่วนทางฝั่งอเมริกาใต้ เช่น น้ำตกอีกวาซู ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพรมแดนอาร์เจนตินาและบราซิล กลับเผชิญสถานการณ์ตรงกันข้าม หลังฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงกว่า 5 เท่าของค่าเฉลี่ย และปริมาณน้ำที่ไหลผ่านน้ำตกพุ่งขึ้นมากกว่า 8.3 ล้านลิตรต่อวินาที แม้ทั้งสองเหตุการณ์จะเกิดขึ้นภายใต้บริบทของเอลนีโญเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์กลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะเอลนีโญไม่ได้ทำให้ทุกพื้นที่ของโลก “แล้ง” หรือ “ฝนตกหนัก” ในรูปแบบเดียวกัน แต่เป็นตัวแปรที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการหมุนเวียนของบรรยากาศและฝนในแต่ละภูมิภาค
ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นว่า เอลนีโญคือปรากฏการณ์ระดับโลก แต่ผลกระทบเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น บางพื้นที่ต้องรับมือกับภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ขณะที่บางพื้นที่กลับต้องเผชิญฝนตกหนัก น้ำหลาก และความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
สำหรับปีนี้ นักพยากรณ์อากาศจับตาเอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงมาก ซึ่งอาจทำให้ความแปรปรวนของสภาพอากาศในหลายภูมิภาคชัดเจนยิ่งขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่แต่ละประเทศจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่แตกต่างกันตามลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศของตนเอง
- สทนช.เตือน 8 จังหวัดเสี่ยงฝนสะสมเกิน 200 มม. ถึง 21 ก.ย
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 20 ก.ย.69 อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนัก 21-24 ก.ย.ฝนจะลดลง
- อุตุฯ เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากวันที่ 20 กันยายน 2569
- ดร.สนธิ เตือนโลกใกล้ถึงจุดเปลี่ยน เสี่ยงวิกฤตใหญ่ 3 ช่วง หากไม่เร่งลดก๊าซเรือนกระจก
- ฝุ่นน้อยไปก็ไม่ดี นักวิทย์ฯ ชี้ขาดตัวช่วย ลดโลกร้อนตามธรรมชาติ
TNNThailand