ไทย-เยอรมนี เดินหน้าดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง พัฒนาทักษะแรงงานไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทย-เยอรมนี เดินหน้าดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง พัฒนาทักษะแรงงานไทย

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569) เวลา 11.15 น. ณ ห้อง VIP 1B ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับนายลาร์ส คลิงไบล์ (H.E. Mr. Lars Klingbeil) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเยอรมนี

โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเยอรมนี ซึ่งมีพื้นฐานจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ภาคเอกชนที่มีความเชื่อมั่นต่อกัน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้า การลงทุน และธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันให้เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ


สรุปข่าว

นายกฯ หารือรองนายกฯ เยอรมนีมุ่งเพิ่มการค้าและการลงทุนระหว่างกัน พร้อมส่งเสริมบทบาทไทยในฐานะประตูสู่อาเซียน ขยายโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงตลาดโลก และผลักดันความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับเยอรมนี

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569) เวลา 11.15 น. ณ ห้อง VIP 1B ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับนายลาร์ส คลิงไบล์ (H.E. Mr. Lars Klingbeil) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเยอรมนี

โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเยอรมนี ซึ่งมีพื้นฐานจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ภาคเอกชนที่มีความเชื่อมั่นต่อกัน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้า การลงทุน และธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันให้เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ


ทั้งสองฝ่ายหารือถึงแนวทางส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเยอรมนีมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และการอาชีวศึกษา ซึ่งสามารถต่อยอดความร่วมมือกับไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทย เพิ่มโอกาสการจ้างงานที่มีคุณภาพ และสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญกับการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thai–EU FTA) ให้มีความคืบหน้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดยุโรป ขยายการส่งออก และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะเดียวกัน การเดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะช่วยส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ

ในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค เยอรมนีให้ความสำคัญกับบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางและประตูสู่อาเซียน โดยนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันความพร้อมของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับเยอรมนี รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของไทยในเวทีภูมิภาค ส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการขยายความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่ค้าสำคัญ


นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงหลักการทำงานของอาเซียนที่ให้ความสำคัญกับการหารือและการตัดสินใจร่วมกันของประเทศสมาชิก โดยมุ่งให้อาเซียนเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ความมั่นคง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถเข้ามาค้าขาย ลงทุน และใช้เป็นประตูเชื่อมโยงสู่ตลาดโลกได้ 

ทั้งนี้ เยอรมนีสนับสนุนบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายคาดหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันมากขึ้น รวมถึงการขยายการลงทุนและความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย–เยอรมนีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาทักษะแรงงาน และประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ทั้งสองประเทศในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว