นายกฯ ยินดี ไทย–UAE เจรจา “CEPA” สำเร็จ ปูทางสินค้าไทยบุกตลาดตะวันออกกลาง

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ ยินดี ไทย–UAE เจรจา “CEPA” สำเร็จ ปูทางสินค้าไทยบุกตลาดตะวันออกกลาง

วันนี้ (พฤหัสบดี 8 ตุลาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำ ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี (H.E. Dr. Thani bin Ahmed Al Zeyoudi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรายงานความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว
ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีต่อความสำเร็จในการสรุปผลการเจรจาจัดทำความตกลง CEPA ระหว่างไทยกับ UAE เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569



สรุปข่าว

ไทยต่อยอดความสำเร็จการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) คาดลงนามได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 เปิดโอกาสสินค้าและบริการไทยเติบโตในตลาดตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น รวมถึงขยายการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ

วันนี้ (พฤหัสบดี 8 ตุลาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำ ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี (H.E. Dr. Thani bin Ahmed Al Zeyoudi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อรายงานความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว
ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีต่อความสำเร็จในการสรุปผลการเจรจาจัดทำความตกลง CEPA ระหว่างไทยกับ UAE เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569



ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถลงนามความตกลงได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 ซึ่งจะเปิดโอกาสทางการค้า เพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้าและบริการไทยสู่ตลาด UAE และต่อยอดการขยายตลาดไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง อันจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในอนาคต

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีสนับสนุนความร่วมมือระหว่างไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกันโดยเฉพาะพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังเห็นถึงโอกาสของภาคเอกชนไทย และพร้อมที่จะสนับสนุนให้เข้าไปลงทุนใน UAE เพิ่มเช่นกัน  ทั้งนี้  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวยืนยันในการเป็นหุ้นส่วนสำคัญของไทย ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และจะมีการขยายการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ


ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันไทยพร้อมที่จะผลักดันความตกลง CEPA ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนไทย โดย CEPA ถือเป็นความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงความเป็นหุ้นส่วนการค้า มั่นใจว่า ไทยจะประสบความสำเร็จในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย  กับประเทศอื่น ๆ ในอนาคต อีกด้วย

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว

แท็กบทความ

รัฐบาล
ตลาดตะวันออกกลาง
การลงทุนสินค้าไทยUAE