“สานุพงศ์” ชี้ AI ยังเด่นครึ่งปีหลัง แนะกระจายพอร์ต ใช้ AI ช่วยลงทุน

Share on Line Share on Facebook Share on X
“สานุพงศ์” ชี้ AI ยังเด่นครึ่งปีหลัง  แนะกระจายพอร์ต ใช้ AI ช่วยลงทุน

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการPhillip Securities (Thailand) Public Company Limited กล่าวในหัวข้อ “Future Wealth” การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในงาน TNN Future Forum 2026: THAILAND BEYOND TOMORROW “มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” เนื่องในโอกาส TNN ช่อง 16 ครบรอบ 18 ปี ก้าวสู่ปีที่ 19 ว่า ภาพรวมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของผลตอบแทนในแต่ละตลาด โดยสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงเป็นกลุ่มที่โดดเด่น ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียบางแห่งเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมัน ภูมิรัฐศาสตร์ และดอกเบี้ยขาขึ้น

 

ทั้งนี้ ตลาดที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น ได้แก่ KOSPI ของเกาหลีใต้ +101% ตามด้วย TAIEX ของไต้หวัน +59% Nikkei ของญี่ปุ่น +39% SET ของไทย +26% และ Nasdaq 100 ของสหรัฐฯ +19% ขณะที่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ ได้แก่ Hang Seng -11% Sensex ของอินเดีย -10% และทองคำ -7% ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับเพิ่มขึ้น 22% สำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ก็กลับมามีความคึกคักมากขึ้น

สรุปข่าว

AI ยังเป็นธีมลงทุนเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จากการลงทุนต่อเนื่องของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนของฟองสบู่ พร้อมแนะนักลงทุนกระจายความเสี่ยง ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและกำหนดเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน รวมถึงใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และดูแลพอร์ต เพื่อรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการPhillip Securities (Thailand) Public Company Limited กล่าวในหัวข้อ “Future Wealth” การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในงาน TNN Future Forum 2026: THAILAND BEYOND TOMORROW “มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” เนื่องในโอกาส TNN ช่อง 16 ครบรอบ 18 ปี ก้าวสู่ปีที่ 19 ว่า ภาพรวมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของผลตอบแทนในแต่ละตลาด โดยสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงเป็นกลุ่มที่โดดเด่น ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียบางแห่งเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมัน ภูมิรัฐศาสตร์ และดอกเบี้ยขาขึ้น

 

ทั้งนี้ ตลาดที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น ได้แก่ KOSPI ของเกาหลีใต้ +101% ตามด้วย TAIEX ของไต้หวัน +59% Nikkei ของญี่ปุ่น +39% SET ของไทย +26% และ Nasdaq 100 ของสหรัฐฯ +19% ขณะที่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ ได้แก่ Hang Seng -11% Sensex ของอินเดีย -10% และทองคำ -7% ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับเพิ่มขึ้น 22% สำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ก็กลับมามีความคึกคักมากขึ้น

AI ยังไปต่อ ลุ้นธีมลงทุนครึ่งปีหลัง

 

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มองว่า ธีม AI ยังสามารถเติบโตต่อได้อีก จากการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น Google และ Amazon ที่ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้มีระดับ PE ที่สูง แต่ก็ถือว่ายังไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากมีผลประกอบการและกำไรเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะที่ผลการดำเนินงานยังเติบโตได้ดีและเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ จึงยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกิดภาวะฟองสบู่ในหุ้น AI โดยสำหรับธีมย่อยของ AI สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มที่ผลิตสิ่งที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ และ 2. กลุ่มทรัพยากรที่รองรับการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองต่อเนื่องในระยะข้างหน้า 

แนะกระจายพอร์ต ปรับวิธีคิดรับตลาดเปลี่ยน

 

สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน การกระจายความเสี่ยงยังคงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องปรับวิธีคิดใหม่ เนื่องจากไม่สามารถการันตีได้ว่าสินทรัพย์ใดจะเป็น Safe Haven ได้เสมอ เพราะราคาสินทรัพย์สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และข่าวสารที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

 

เนื่องจากการลงทุนเป็นเรื่องของระยะยาว นักลงทุนจึงต้องมีรูปแบบการตัดสินใจที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถคัดเลือกและประเมินข้อมูลได้อย่างถูกต้อง รวมถึงต้องกำหนดเป้าหมายการลงทุน วางเงินลงทุนให้สอดคล้องกับธีมการลงทุน และปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์

 

ขณะเดียวกัน การนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และดูแลพอร์ตการลงทุน จะเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : TNN Wealth

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth