“ณัฐวัฒน์” ชี้โลกลงทุนเปลี่ยน วิธีคิดเดิมใช้ได้เพียง 20% แนะปรับกลยุทธ์รับตลาดผันผวน

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ณัฐวัฒน์” ชี้โลกลงทุนเปลี่ยน  วิธีคิดเดิมใช้ได้เพียง 20%  แนะปรับกลยุทธ์รับตลาดผันผวน

นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์  Senior Executive Vice President  บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI)  กล่าวในหัวข้อ “Future Wealth” การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในงาน TNN Future Forum 2026: THAILAND BEYOND TOMORROW “มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” เนื่องในโอกาส TNN ช่อง 16 ครบรอบ 18 ปี ก้าวสู่ปีที่ 19 ว่าภาพการลงทุนหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ โดยวิธีคิดและแนวทางการลงทุนแบบเดิมอาจใช้ได้เพียงประมาณ 20% ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค การคัดเลือกหุ้น ไปจนถึงการมองภาพตลาด

 

ทั้งนี้ หลังสถานการณ์โควิด-19 มีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบจำนวนมาก ขณะที่เศรษฐกิจหลังจากนั้นมีลักษณะเป็น K-Shape ส่งผลให้ธุรกิจในแต่ละประเทศและแต่ละอุตสาหกรรมมีการปรับตัวขึ้นและลงแตกต่างกัน รวมถึงตลาดหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

ขณะเดียวกัน การเข้ามาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสินทรัพย์ต่าง ๆ ทำให้นักลงทุนต้องปรับตัวและมีลักษณะเป็นนักเก็งกำไรมากขึ้น โดยการลงทุนระยะยาวอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นในอดีต จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สำหรับข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน AI ได้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดคุยและตั้งคำถามกับ AI เพื่อรับข้อมูลกลับมาได้ทันที ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนต้องพัฒนาควบคู่กันคือ กระบวนการตัดสินใจ เพราะแม้จะเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว แต่การนำข้อมูลมาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างผลตอบแทน


สรุปข่าว

นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ Senior Executive Vice President บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI) มองว่าโลกการลงทุนกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ วิธีคิดแบบเดิมอาจใช้ได้เพียง 20% นักลงทุนจึงต้องปรับกลยุทธ์และการจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว พร้อมใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยหากการเมืองมีความชัดเจน คาดต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุน โดยจับตาหุ้นแบงก์-อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงพลังงานและปิโตรเคมี ตลอดจนค้าปลีก ท่องเที่ยว สื่อสาร เทคโนโลยี อาหาร อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ และส่งออก

นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์  Senior Executive Vice President  บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI)  กล่าวในหัวข้อ “Future Wealth” การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในงาน TNN Future Forum 2026: THAILAND BEYOND TOMORROW “มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” เนื่องในโอกาส TNN ช่อง 16 ครบรอบ 18 ปี ก้าวสู่ปีที่ 19 ว่าภาพการลงทุนหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ โดยวิธีคิดและแนวทางการลงทุนแบบเดิมอาจใช้ได้เพียงประมาณ 20% ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค การคัดเลือกหุ้น ไปจนถึงการมองภาพตลาด

 

ทั้งนี้ หลังสถานการณ์โควิด-19 มีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบจำนวนมาก ขณะที่เศรษฐกิจหลังจากนั้นมีลักษณะเป็น K-Shape ส่งผลให้ธุรกิจในแต่ละประเทศและแต่ละอุตสาหกรรมมีการปรับตัวขึ้นและลงแตกต่างกัน รวมถึงตลาดหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

ขณะเดียวกัน การเข้ามาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสินทรัพย์ต่าง ๆ ทำให้นักลงทุนต้องปรับตัวและมีลักษณะเป็นนักเก็งกำไรมากขึ้น โดยการลงทุนระยะยาวอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นในอดีต จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สำหรับข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน AI ได้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดคุยและตั้งคำถามกับ AI เพื่อรับข้อมูลกลับมาได้ทันที ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนต้องพัฒนาควบคู่กันคือ กระบวนการตัดสินใจ เพราะแม้จะเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว แต่การนำข้อมูลมาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างผลตอบแทน


เปลี่ยนวิธีคิดลงทุน รับตลาดเคลื่อนไหวเร็ว

 

ด้านเมกะเทรนด์การลงทุนในอนาคต มองว่ากระบวนการลงทุนในตลาดหุ้นจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวิธีคิดเกี่ยวกับจังหวะซื้อขาย จากเดิมที่เชื่อว่าหากราคาหุ้นอยู่บริเวณแนวรับสำคัญควรซื้อ และเมื่อขึ้นไปถึงแนวต้านสำคัญควรขาย อาจต้องปรับเป็นการเข้าซื้อเมื่อราคาต่ำกว่าแนวรับสำคัญ และรอขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปถึงแนวต้านสำคัญ

 

มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า กระบวนการและวิธีคิดในการลงทุนอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับตลาดที่ราคาเคลื่อนไหวรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกัน การนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของนักลงทุนจะมีความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถช่วยตอบคำถามและให้ข้อมูลได้อย่างทันท่วงที ทำให้นักลงทุนมีเครื่องมือช่วยประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

หุ้นไทยหลังการเมืองนิ่ง จับตาแบงก์-อิเล็กทรอนิกส์

 

สำหรับตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป หากสถานการณ์การเมืองมีความชัดเจนและนิ่งมากขึ้น คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยมองว่ากลุ่มที่มีความแข็งแกร่ง ได้แก่ หุ้นธนาคารและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่หลังจากนี้มีโอกาสเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่ หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี มากขึ้น

 

สำหรับหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า ซึ่งรับปัจจัยบวกจากกำลังซื้อ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรมและสายการบิน กลุ่มสื่อสารและ ICT รวมถึงอินเทอร์เน็ต กลุ่มธนาคารและการเงิน กลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อสังหาริมทรัพย์และ REIT ชิ้นส่วนรถยนต์และยานยนต์ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมและส่งออก

 

ทั้งนี้ ภาพการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องปรับทั้งวิธีคิด กลยุทธ์ และการจัดพอร์ตให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลและ AI เข้ามาช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์และตัดสินใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนท่ามกลางตลาดที่มีความผันผวนและเคลื่อนไหวรวดเร็วมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : TNN Wealth

ที่มารูปภาพ : TNN Wealth