
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ Senior Executive Vice President บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI) กล่าวในหัวข้อ “Future Wealth” การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในงาน TNN Future Forum 2026: THAILAND BEYOND TOMORROW “มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” เนื่องในโอกาส TNN ช่อง 16 ครบรอบ 18 ปี ก้าวสู่ปีที่ 19 ว่าภาพการลงทุนหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ โดยวิธีคิดและแนวทางการลงทุนแบบเดิมอาจใช้ได้เพียงประมาณ 20% ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค การคัดเลือกหุ้น ไปจนถึงการมองภาพตลาด
ทั้งนี้ หลังสถานการณ์โควิด-19 มีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบจำนวนมาก ขณะที่เศรษฐกิจหลังจากนั้นมีลักษณะเป็น K-Shape ส่งผลให้ธุรกิจในแต่ละประเทศและแต่ละอุตสาหกรรมมีการปรับตัวขึ้นและลงแตกต่างกัน รวมถึงตลาดหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ขณะเดียวกัน การเข้ามาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสินทรัพย์ต่าง ๆ ทำให้นักลงทุนต้องปรับตัวและมีลักษณะเป็นนักเก็งกำไรมากขึ้น โดยการลงทุนระยะยาวอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นในอดีต จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน AI ได้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดคุยและตั้งคำถามกับ AI เพื่อรับข้อมูลกลับมาได้ทันที ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนต้องพัฒนาควบคู่กันคือ กระบวนการตัดสินใจ เพราะแม้จะเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว แต่การนำข้อมูลมาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างผลตอบแทน
สรุปข่าว
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ Senior Executive Vice President บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI) กล่าวในหัวข้อ “Future Wealth” การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในงาน TNN Future Forum 2026: THAILAND BEYOND TOMORROW “มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” เนื่องในโอกาส TNN ช่อง 16 ครบรอบ 18 ปี ก้าวสู่ปีที่ 19 ว่าภาพการลงทุนหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ โดยวิธีคิดและแนวทางการลงทุนแบบเดิมอาจใช้ได้เพียงประมาณ 20% ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค การคัดเลือกหุ้น ไปจนถึงการมองภาพตลาด
ทั้งนี้ หลังสถานการณ์โควิด-19 มีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบจำนวนมาก ขณะที่เศรษฐกิจหลังจากนั้นมีลักษณะเป็น K-Shape ส่งผลให้ธุรกิจในแต่ละประเทศและแต่ละอุตสาหกรรมมีการปรับตัวขึ้นและลงแตกต่างกัน รวมถึงตลาดหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ขณะเดียวกัน การเข้ามาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสินทรัพย์ต่าง ๆ ทำให้นักลงทุนต้องปรับตัวและมีลักษณะเป็นนักเก็งกำไรมากขึ้น โดยการลงทุนระยะยาวอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นในอดีต จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน AI ได้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดคุยและตั้งคำถามกับ AI เพื่อรับข้อมูลกลับมาได้ทันที ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนต้องพัฒนาควบคู่กันคือ กระบวนการตัดสินใจ เพราะแม้จะเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว แต่การนำข้อมูลมาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างผลตอบแทน
เปลี่ยนวิธีคิดลงทุน รับตลาดเคลื่อนไหวเร็ว
ด้านเมกะเทรนด์การลงทุนในอนาคต มองว่ากระบวนการลงทุนในตลาดหุ้นจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวิธีคิดเกี่ยวกับจังหวะซื้อขาย จากเดิมที่เชื่อว่าหากราคาหุ้นอยู่บริเวณแนวรับสำคัญควรซื้อ และเมื่อขึ้นไปถึงแนวต้านสำคัญควรขาย อาจต้องปรับเป็นการเข้าซื้อเมื่อราคาต่ำกว่าแนวรับสำคัญ และรอขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปถึงแนวต้านสำคัญ
มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า กระบวนการและวิธีคิดในการลงทุนอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับตลาดที่ราคาเคลื่อนไหวรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกัน การนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของนักลงทุนจะมีความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถช่วยตอบคำถามและให้ข้อมูลได้อย่างทันท่วงที ทำให้นักลงทุนมีเครื่องมือช่วยประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
หุ้นไทยหลังการเมืองนิ่ง จับตาแบงก์-อิเล็กทรอนิกส์
สำหรับตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป หากสถานการณ์การเมืองมีความชัดเจนและนิ่งมากขึ้น คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยมองว่ากลุ่มที่มีความแข็งแกร่ง ได้แก่ หุ้นธนาคารและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่หลังจากนี้มีโอกาสเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่ หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี มากขึ้น
สำหรับหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า ซึ่งรับปัจจัยบวกจากกำลังซื้อ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรมและสายการบิน กลุ่มสื่อสารและ ICT รวมถึงอินเทอร์เน็ต กลุ่มธนาคารและการเงิน กลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อสังหาริมทรัพย์และ REIT ชิ้นส่วนรถยนต์และยานยนต์ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมและส่งออก
ทั้งนี้ ภาพการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องปรับทั้งวิธีคิด กลยุทธ์ และการจัดพอร์ตให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลและ AI เข้ามาช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์และตัดสินใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนท่ามกลางตลาดที่มีความผันผวนและเคลื่อนไหวรวดเร็วมากขึ้น
- แบงก์ชาติหนุน SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ยกระดับธุรกิจ เสริมศักยภาพรายย่อย
- “ไทยปลอดภัย-ค้าได้กับทุกฝ่าย” เอกนิติ ชูจุดแข็งโลกแบ่งขั้ว พลิกเกมดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ
- TNN ก้าวสู่ปีที่ 19 เปิดเวที Future Forum 2026 มองอนาคตไทย
- เปิดความลับโรงงานเวียดนาม ทำไมแบรนด์ไทยเริ่มแห่ไปผลิต | บิว อลิซ”
- ไทย ยกทัพนักลงทุนเยือนจีน ดึงเม็ดเงิน AI-พลังงานสะอาด รับการลงทุนระลอกใหม่
ที่มาข้อมูล : TNN Wealth
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
