"อังกฤษ" แบนสินค้านิคมอิสราเอลปมรุกเวสต์แบงก์

Share on Line Share on Facebook Share on X

อังกฤษประกาศห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากนิคมชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง โดยประสานมาตรการร่วมกับฝรั่งเศสและแคนาดา นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดจากชาติตะวันตกที่เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิสราเอล 

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนแนวทางจัดตั้งสองรัฐ หรือการให้อิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่ร่วมกันในฐานะรัฐเอกราช ซึ่งอังกฤษมองว่า กำลังถูกคุกคามจากการขยายเขตนิคมในเวสต์แบงก์

เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ระบุต่อสภาสามัญว่า อังกฤษไม่สามารถทำได้เพียงประณามความอยุติธรรมและความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม 

องค์การสหประชาชาติ ชาวปาเลสไตน์ และประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ถือว่านิคมชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อิสราเอลไม่ยอมรับจุดยืนดังกล่าว

ด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบโดยตรงต่อการค้าระหว่างอังกฤษกับอิสราเอล ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านปอนด์ หรือกว่า 8,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คาดว่าจะอยู่ในวงจำกัด เพราะสินค้าจากนิคมส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น ผลผลิตสดและไวน์ และมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการค้าโดยรวม

สรุปข่าว

อังกฤษ ประสานฝรั่งเศสและแคนาดา เดินหน้าคว่ำบาตรนิคมชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ หวังสกัดการขยายพื้นที่ตั้งถิ่นฐานและรักษาแนวทางจัดตั้งสองรัฐ ท่ามกลางการตอบโต้อย่างรุนแรงจากอิสราเอล

อังกฤษประกาศห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากนิคมชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง โดยประสานมาตรการร่วมกับฝรั่งเศสและแคนาดา นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดจากชาติตะวันตกที่เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิสราเอล 

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนแนวทางจัดตั้งสองรัฐ หรือการให้อิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่ร่วมกันในฐานะรัฐเอกราช ซึ่งอังกฤษมองว่า กำลังถูกคุกคามจากการขยายเขตนิคมในเวสต์แบงก์

เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ระบุต่อสภาสามัญว่า อังกฤษไม่สามารถทำได้เพียงประณามความอยุติธรรมและความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม 

องค์การสหประชาชาติ ชาวปาเลสไตน์ และประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ถือว่านิคมชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อิสราเอลไม่ยอมรับจุดยืนดังกล่าว

ด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบโดยตรงต่อการค้าระหว่างอังกฤษกับอิสราเอล ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านปอนด์ หรือกว่า 8,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คาดว่าจะอยู่ในวงจำกัด เพราะสินค้าจากนิคมส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น ผลผลิตสดและไวน์ และมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการค้าโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่า อังกฤษจะแยกแยะสินค้าจากนิคมในเวสต์แบงก์ออกจากสินค้าที่ผลิตในอิสราเอลอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากหลายพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้การตรวจสอบแหล่งกำเนิดทำได้ยาก

ด้านอิสราเอลตอบโต้อย่างรุนแรง โดยรัฐมนตรีคลังเรียกร้องให้ขับเอกอัครราชทูตอังกฤษออกจากประเทศ ขณะที่รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเรียกร้องให้ปิดสถานกงสุลอังกฤษในเยรูซาเลมตะวันออก ส่วนประธานาธิบดีอิสราเอลกล่าวหาอังกฤษว่าแทรกแซงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม

สหรัฐฯ ยังวิจารณ์มาตรการนี้ และเตือนว่าอาจกระทบต่อการทำธุรกิจของอังกฤษในบางรัฐของสหรัฐฯ ที่มีกฎหมายจำกัดการทำสัญญากับบริษัทซึ่งร่วมคว่ำบาตรอิสราเอล

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงอาจไม่สร้างผลกระทบทางการค้าอย่างรุนแรงในทันที แต่มีนัยสำคัญทางการทูต เพราะสะท้อนว่าแรงกดดันจากพันธมิตรตะวันตกต่ออิสราเอลกำลังเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าโอกาสในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อาจลดลงเรื่อย ๆ หากการขยายเขตนิคมยังดำเนินต่อไป

ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/uk/uk-announce-trade-ban-israeli-west-bank-goods-2026-09-08/

ที่มารูปภาพ : -