อินโดนีเซียจัดการผู้ต้องสงสัยเอี่ยวไฟป่า เป็นบริษัท 9 แห่งและคนอีก 200 ชื่อ

Share on Line Share on Facebook Share on X
อินโดนีเซียจัดการผู้ต้องสงสัยเอี่ยวไฟป่า เป็นบริษัท 9 แห่งและคนอีก 200 ชื่อ

ตำรวจอินโดนีเซียระบุชื่อบุคคลมากกว่า 200 ราย และบริษัท 9 แห่ง เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ทางการเร่งบังคับใช้กฎหมายและปฏิบัติการดับไฟ เพื่อรับมือวิกฤตหมอกควันที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อภูมิภาค


สำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซียเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า มีบุคคล 223 รายถูกระบุเป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับรายงานคดีของตำรวจ 273 คดี โดยคดีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ถูกไฟไหม้รวมกันประมาณ 32,187.5 ไร่


พลตำรวจอาวุโส ปิปิต ซูบิยันโต จากกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมด้านทรัพยากรพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับกระทรวงประสานงานด้านการเมืองและความมั่นคง ในกรุงจาการ์ตา ตามรายงานของสำนักงานสื่อสารรัฐบาลอินโดนีเซีย (BAKOM)


จังหวัดเรียวมีจำนวนผู้ต้องสงสัยมากที่สุด 65 ราย ตามด้วยจังหวัดสุมาตราใต้ 48 ราย และจังหวัดกาลิมันตันกลาง 39 ราย ส่วนที่เหลือมาจากจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก, กาลิมันตันตะวันออก, จัมบี, กาลิมันตันใต้, กาลิมันตันเหนือ, สุลาเวสีตะวันออกเฉียงใต้ และสุลาเวสีใต้


นอกจากนี้ ตำรวจยังระบุชื่อบริษัท 9 แห่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้ โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเหล่านี้มีพื้นที่ถูกไฟไหม้รวมกันมากกว่า 160,000 ไร่

ทางการระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยมีสถานประกอบการ 57 แห่งถูกสั่งปิดหรือระงับการดำเนินงาน หลังตรวจพบการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่


อย่างไรก็ตาม ทางการไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการกระทำผิดหรือความผิดที่ตรวจพบนั้นมีลักษณะอย่างไร ขณะเดียวกัน กระทรวงป่าไม้กำลังดำเนินคดีอาญากับบริษัท 17 แห่ง และมีบริษัทอีก 26 แห่งได้รับโทษทางปกครอง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าบทลงโทษดังกล่าวเป็นอย่างไร


รัฐบาลกำลังเพิ่มความเข้มข้นของยุทธศาสตร์รับมือไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ โดยมุ่งตัดแนวหน้าของไฟ หรือส่วนที่ไฟกำลังลุกลามไปข้างหน้า ด้วยการใช้เครื่องจักรหนัก พร้อมขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อเร่งการดับไฟและป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามต่อไป


ราเจา จูลี อันโตนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์นี้มุ่งจัดการบริเวณหลักที่ไฟกำลังเคลื่อนตัวไป แทนที่จะไล่ดับเปลวไฟที่ลุกลามออกไปเรื่อย ๆ เพียงอย่างเดียว


สรุปข่าว

อินโดนีเซียดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยเอี่ยวไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน โดยระบุตัวบุคคล 223 ราย และบริษัท 9 แห่ง พร้อมสั่งปิดสถานประกอบการ 57 แห่ง ขณะที่รัฐบาลเร่งใช้เครื่องจักรหนักและขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อสกัดกั้นการลุกลามของไฟ รวมถึงเริ่มหารือกับมาเลเซียเพื่อหาแนวทางความร่วมมือในการแก้ปัญหานี้ร่วมกัน

ตำรวจอินโดนีเซียระบุชื่อบุคคลมากกว่า 200 ราย และบริษัท 9 แห่ง เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่ทางการเร่งบังคับใช้กฎหมายและปฏิบัติการดับไฟ เพื่อรับมือวิกฤตหมอกควันที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อภูมิภาค


สำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซียเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า มีบุคคล 223 รายถูกระบุเป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับรายงานคดีของตำรวจ 273 คดี โดยคดีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ถูกไฟไหม้รวมกันประมาณ 32,187.5 ไร่


พลตำรวจอาวุโส ปิปิต ซูบิยันโต จากกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมด้านทรัพยากรพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับกระทรวงประสานงานด้านการเมืองและความมั่นคง ในกรุงจาการ์ตา ตามรายงานของสำนักงานสื่อสารรัฐบาลอินโดนีเซีย (BAKOM)


จังหวัดเรียวมีจำนวนผู้ต้องสงสัยมากที่สุด 65 ราย ตามด้วยจังหวัดสุมาตราใต้ 48 ราย และจังหวัดกาลิมันตันกลาง 39 ราย ส่วนที่เหลือมาจากจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก, กาลิมันตันตะวันออก, จัมบี, กาลิมันตันใต้, กาลิมันตันเหนือ, สุลาเวสีตะวันออกเฉียงใต้ และสุลาเวสีใต้


นอกจากนี้ ตำรวจยังระบุชื่อบริษัท 9 แห่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้ โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเหล่านี้มีพื้นที่ถูกไฟไหม้รวมกันมากกว่า 160,000 ไร่

ทางการระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยมีสถานประกอบการ 57 แห่งถูกสั่งปิดหรือระงับการดำเนินงาน หลังตรวจพบการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่


อย่างไรก็ตาม ทางการไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการกระทำผิดหรือความผิดที่ตรวจพบนั้นมีลักษณะอย่างไร ขณะเดียวกัน กระทรวงป่าไม้กำลังดำเนินคดีอาญากับบริษัท 17 แห่ง และมีบริษัทอีก 26 แห่งได้รับโทษทางปกครอง แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าบทลงโทษดังกล่าวเป็นอย่างไร


รัฐบาลกำลังเพิ่มความเข้มข้นของยุทธศาสตร์รับมือไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ โดยมุ่งตัดแนวหน้าของไฟ หรือส่วนที่ไฟกำลังลุกลามไปข้างหน้า ด้วยการใช้เครื่องจักรหนัก พร้อมขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อเร่งการดับไฟและป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามต่อไป


ราเจา จูลี อันโตนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์นี้มุ่งจัดการบริเวณหลักที่ไฟกำลังเคลื่อนตัวไป แทนที่จะไล่ดับเปลวไฟที่ลุกลามออกไปเรื่อย ๆ เพียงอย่างเดียว


นอกจากใช้เครื่องจักรหนักแล้ว รัฐบาลยังวางแผนขุดบ่อน้ำบาดาลประมาณ 30 บ่อ เพื่อสนับสนุนการดับไฟในพื้นที่เสี่ยงสูง


บ่อน้ำบาดาลดังกล่าวเป็นหลุมเจาะลึกและมีเส้นผ่านศูนย์กลางค่อนข้างแคบ ซึ่งใช้เข้าถึงแหล่งน้ำใต้ดิน


บ่อเหล่านี้จะตั้งห่างกันประมาณ 50 เมตรตามแนวหน้าของไฟ เพื่อให้มีแหล่งน้ำสำหรับใช้ดับไฟอย่างต่อเนื่อง ณ จุดเกิดเหตุ


ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทางการอินโดนีเซีย เกิดขึ้นในช่วงที่มาเลเซียเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศได้เริ่มหารือกันเป็นครั้งแรก เพื่อสำรวจแนวทางความร่วมมือในการรับมือไฟป่าในพื้นที่กาลิมันตันและสุมาตรา

โมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มีหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องจากทั้งสองประเทศเข้าร่วม รวมถึงสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของมาเลเซีย (NADMA), กระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC)


ฮาซันกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ ตามรายงานของสำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย เบอร์นามา ว่า “รูปแบบความร่วมมือจะขึ้นอยู่กับผลการหารือ แต่หน่วยงานของทั้งสองประเทศได้เริ่มพูดคุยกันเป็นครั้งแรกแล้วว่า เราจะร่วมมือกันรับมือปัญหาหมอกควันที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นได้อย่างไร”


เขาระบุด้วยว่า ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนที่เกิดจากไฟป่าดำเนินต่อเนื่องมาเกือบสองเดือนแล้ว โดยส่งผลกระทบต่อมาเลเซีย รวมถึงสุขภาพของประชาชนในอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters