งบปี 70 เข้าสภาวาระ 2-3 จับตางบกลางพลังงาน 1.2 หมื่นล้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
งบปี 70 เข้าสภาวาระ 2-3 จับตางบกลางพลังงาน 1.2 หมื่นล้าน

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เดินทางมาถึงช่วงสำคัญของกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ โดยวันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมนัดพิเศษ และกำหนดเวลาพิจารณาต่อเนื่องถึงวันที่ 9 กันยายน รวม 3 วัน สำหรับวาระที่ 2 และวาระที่ 3

ตัวเลขที่ต้องติดตามในการพิจารณารอบนี้คือ 11,162 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปรับลดจากรายการต่าง ๆ หลังตรวจสอบรายละเอียดของหน่วยงานที่เสนอของบประมาณ

อย่างไรก็ตาม เงินที่ปรับลดไม่ได้หมายความว่าจะหายออกจากกรอบงบประมาณทั้งหมด เพราะมีการจัดสรรบางส่วนเข้าสู่งบกลาง เพื่อเพิ่มความพร้อมของรัฐบาลในการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณ

เติมเงินสำรอง 6,000 ล้านบาท รองรับเหตุฉุกเฉิน

หนึ่งในการจัดสรรที่มีนัยสำคัญ คือการเพิ่มวงเงิน 6,000 ล้านบาท ในงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับรองรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติและน้ำท่วม

การเพิ่มวงเงินส่วนนี้ทำให้รัฐบาลมีเครื่องมือทางงบประมาณรองรับเหตุการณ์ที่ต้องใช้งบประมาณเร่งด่วนมากขึ้น ขณะที่การอภิปรายในสภาจะเป็นพื้นที่ให้สมาชิกตรวจสอบหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทางบริหารเงินสำรองดังกล่าว

อีกด้านหนึ่ง งบกลางที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกระตุ้นและบรรเทาผลกระทบจาก วิกฤตพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุม

ฝ่ายค้านเตรียมหารือถึงรายละเอียดการใช้เงิน ทั้งในเรื่องขอบเขตของมาตรการ หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ตลอดจนความเชื่อมโยงกับมาตรการด้านพลังงานที่มีแหล่งเงินสนับสนุนอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีโอกาสชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุม

สรุปข่าว

สภาฯ เปิดประชุมพิเศษ 7-9 ก.ย. พิจารณางบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 หลังกรรมาธิการปรับลด 11,162 ล้านบาท จับตางบกลางพลังงาน 12,000 ล้านบาท และเพิ่มเงินสำรองรับภัยพิบัติ 6,000 ล้านบาท ขณะที่มีผู้สงวนคำแปรญัตติและความเห็นกว่า 150 คน

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เดินทางมาถึงช่วงสำคัญของกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ โดยวันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมนัดพิเศษ และกำหนดเวลาพิจารณาต่อเนื่องถึงวันที่ 9 กันยายน รวม 3 วัน สำหรับวาระที่ 2 และวาระที่ 3

ตัวเลขที่ต้องติดตามในการพิจารณารอบนี้คือ 11,162 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปรับลดจากรายการต่าง ๆ หลังตรวจสอบรายละเอียดของหน่วยงานที่เสนอของบประมาณ

อย่างไรก็ตาม เงินที่ปรับลดไม่ได้หมายความว่าจะหายออกจากกรอบงบประมาณทั้งหมด เพราะมีการจัดสรรบางส่วนเข้าสู่งบกลาง เพื่อเพิ่มความพร้อมของรัฐบาลในการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณ

เติมเงินสำรอง 6,000 ล้านบาท รองรับเหตุฉุกเฉิน

หนึ่งในการจัดสรรที่มีนัยสำคัญ คือการเพิ่มวงเงิน 6,000 ล้านบาท ในงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับรองรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติและน้ำท่วม

การเพิ่มวงเงินส่วนนี้ทำให้รัฐบาลมีเครื่องมือทางงบประมาณรองรับเหตุการณ์ที่ต้องใช้งบประมาณเร่งด่วนมากขึ้น ขณะที่การอภิปรายในสภาจะเป็นพื้นที่ให้สมาชิกตรวจสอบหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทางบริหารเงินสำรองดังกล่าว

อีกด้านหนึ่ง งบกลางที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกระตุ้นและบรรเทาผลกระทบจาก วิกฤตพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุม

ฝ่ายค้านเตรียมหารือถึงรายละเอียดการใช้เงิน ทั้งในเรื่องขอบเขตของมาตรการ หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ตลอดจนความเชื่อมโยงกับมาตรการด้านพลังงานที่มีแหล่งเงินสนับสนุนอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีโอกาสชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุม

5 กระทรวงรวมถูกปรับลดกว่า 6.5 พันล้านบาท

เมื่อพิจารณารายกระทรวง พบว่า 5 กระทรวงที่มีวงเงินถูกปรับลดในระดับสูง รวมกันประมาณ 6,523.4 ล้านบาท

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีวงเงินปรับลดประมาณ 3,129.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดในกลุ่มนี้ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับงบโครงการขนาดใหญ่

รองลงมาคือ กระทรวงกลาโหม 1,228 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 912.8 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 626.9 ล้านบาท และกระทรวงคมนาคม 626.2 ล้านบาท

เมื่อนำตัวเลขทั้ง 5 กระทรวงมาเทียบกับยอดปรับลดทั้งหมด 11,162 ล้านบาท จะคิดเป็นประมาณ 58% ของวงเงินที่ถูกปรับลดในชั้นกรรมาธิการ

นอกเหนือจากกระทรวงต่าง ๆ ยังมีหน่วยงานในกลุ่มองค์กรอิสระและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เช่น สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่มีการปรับลดวงเงินเช่นกัน

กว่า 150 คนเตรียมอภิปรายรายมาตรา

สิ่งที่ทำให้การประชุม 3 วันนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือจำนวนสมาชิกและกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติหรือสงวนความเห็นรวมกัน มากกว่า 150 คน

ร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมด 41 มาตรา และในวาระที่ 2 ที่ประชุมจะพิจารณาเรียงเป็นรายมาตรา เปิดทางให้สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติหรือความเห็นอภิปรายในประเด็นที่ยังเห็นแตกต่างจากผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ

ด้วยจำนวนผู้ขออภิปรายและวงเงินของหลายรายการที่มีการปรับเปลี่ยน ประเด็นสำคัญของการประชุมจึงไม่ได้อยู่เฉพาะว่าแต่ละหน่วยงานได้รับงบประมาณเท่าใด แต่ยังรวมถึงเหตุผลของการปรับลด การนำเงินไปจัดสรรใหม่ และความพร้อมของงบกลางสำหรับสถานการณ์ด้านพลังงานและภัยพิบัติ

ไทม์ไลน์ 3 วัน ก่อนชี้ขาดวาระ 3

7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมพิเศษ พิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 ในวาระที่ 2

7-9 กันยายน 2569 พิจารณารายมาตรา รวม 41 มาตรา พร้อมเปิดให้สมาชิกและกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติหรือความเห็นอภิปราย

หลังจบวาระที่ 2 หากพิจารณาครบทุกมาตรา ที่ประชุมจะเข้าสู่การลงมติในวาระที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญของร่างกฎหมายงบประมาณในชั้นสภาผู้แทนราษฎร

ตลอดการประชุมทั้ง 3 วัน จึงต้องติดตามการชี้แจงรายละเอียดของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการบริหารงบกลาง 12,000 ล้านบาทสำหรับรับมือผลกระทบด้านพลังงาน และเงินสำรองฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้นอีก 6,000 ล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นวงเงินสำหรับรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและประชาชนในปีงบประมาณ 2570

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์