
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เดินทางมาถึงช่วงสำคัญของกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ โดยวันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมนัดพิเศษ และกำหนดเวลาพิจารณาต่อเนื่องถึงวันที่ 9 กันยายน รวม 3 วัน สำหรับวาระที่ 2 และวาระที่ 3
ตัวเลขที่ต้องติดตามในการพิจารณารอบนี้คือ 11,162 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปรับลดจากรายการต่าง ๆ หลังตรวจสอบรายละเอียดของหน่วยงานที่เสนอของบประมาณ
อย่างไรก็ตาม เงินที่ปรับลดไม่ได้หมายความว่าจะหายออกจากกรอบงบประมาณทั้งหมด เพราะมีการจัดสรรบางส่วนเข้าสู่งบกลาง เพื่อเพิ่มความพร้อมของรัฐบาลในการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณ
เติมเงินสำรอง 6,000 ล้านบาท รองรับเหตุฉุกเฉิน
หนึ่งในการจัดสรรที่มีนัยสำคัญ คือการเพิ่มวงเงิน 6,000 ล้านบาท ในงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับรองรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติและน้ำท่วม
การเพิ่มวงเงินส่วนนี้ทำให้รัฐบาลมีเครื่องมือทางงบประมาณรองรับเหตุการณ์ที่ต้องใช้งบประมาณเร่งด่วนมากขึ้น ขณะที่การอภิปรายในสภาจะเป็นพื้นที่ให้สมาชิกตรวจสอบหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทางบริหารเงินสำรองดังกล่าว
อีกด้านหนึ่ง งบกลางที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกระตุ้นและบรรเทาผลกระทบจาก วิกฤตพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุม
ฝ่ายค้านเตรียมหารือถึงรายละเอียดการใช้เงิน ทั้งในเรื่องขอบเขตของมาตรการ หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ตลอดจนความเชื่อมโยงกับมาตรการด้านพลังงานที่มีแหล่งเงินสนับสนุนอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีโอกาสชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุม
สรุปข่าว
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เดินทางมาถึงช่วงสำคัญของกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ โดยวันที่ 7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมนัดพิเศษ และกำหนดเวลาพิจารณาต่อเนื่องถึงวันที่ 9 กันยายน รวม 3 วัน สำหรับวาระที่ 2 และวาระที่ 3
ตัวเลขที่ต้องติดตามในการพิจารณารอบนี้คือ 11,162 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปรับลดจากรายการต่าง ๆ หลังตรวจสอบรายละเอียดของหน่วยงานที่เสนอของบประมาณ
อย่างไรก็ตาม เงินที่ปรับลดไม่ได้หมายความว่าจะหายออกจากกรอบงบประมาณทั้งหมด เพราะมีการจัดสรรบางส่วนเข้าสู่งบกลาง เพื่อเพิ่มความพร้อมของรัฐบาลในการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปีงบประมาณ
เติมเงินสำรอง 6,000 ล้านบาท รองรับเหตุฉุกเฉิน
หนึ่งในการจัดสรรที่มีนัยสำคัญ คือการเพิ่มวงเงิน 6,000 ล้านบาท ในงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับรองรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติและน้ำท่วม
การเพิ่มวงเงินส่วนนี้ทำให้รัฐบาลมีเครื่องมือทางงบประมาณรองรับเหตุการณ์ที่ต้องใช้งบประมาณเร่งด่วนมากขึ้น ขณะที่การอภิปรายในสภาจะเป็นพื้นที่ให้สมาชิกตรวจสอบหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทางบริหารเงินสำรองดังกล่าว
อีกด้านหนึ่ง งบกลางที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกระตุ้นและบรรเทาผลกระทบจาก วิกฤตพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุม
ฝ่ายค้านเตรียมหารือถึงรายละเอียดการใช้เงิน ทั้งในเรื่องขอบเขตของมาตรการ หลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ตลอดจนความเชื่อมโยงกับมาตรการด้านพลังงานที่มีแหล่งเงินสนับสนุนอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีโอกาสชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุม
5 กระทรวงรวมถูกปรับลดกว่า 6.5 พันล้านบาท
เมื่อพิจารณารายกระทรวง พบว่า 5 กระทรวงที่มีวงเงินถูกปรับลดในระดับสูง รวมกันประมาณ 6,523.4 ล้านบาท
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีวงเงินปรับลดประมาณ 3,129.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดในกลุ่มนี้ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับงบโครงการขนาดใหญ่
รองลงมาคือ กระทรวงกลาโหม 1,228 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 912.8 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 626.9 ล้านบาท และกระทรวงคมนาคม 626.2 ล้านบาท
เมื่อนำตัวเลขทั้ง 5 กระทรวงมาเทียบกับยอดปรับลดทั้งหมด 11,162 ล้านบาท จะคิดเป็นประมาณ 58% ของวงเงินที่ถูกปรับลดในชั้นกรรมาธิการ
นอกเหนือจากกระทรวงต่าง ๆ ยังมีหน่วยงานในกลุ่มองค์กรอิสระและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เช่น สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่มีการปรับลดวงเงินเช่นกัน
กว่า 150 คนเตรียมอภิปรายรายมาตรา
สิ่งที่ทำให้การประชุม 3 วันนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือจำนวนสมาชิกและกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติหรือสงวนความเห็นรวมกัน มากกว่า 150 คน
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมด 41 มาตรา และในวาระที่ 2 ที่ประชุมจะพิจารณาเรียงเป็นรายมาตรา เปิดทางให้สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติหรือความเห็นอภิปรายในประเด็นที่ยังเห็นแตกต่างจากผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ
ด้วยจำนวนผู้ขออภิปรายและวงเงินของหลายรายการที่มีการปรับเปลี่ยน ประเด็นสำคัญของการประชุมจึงไม่ได้อยู่เฉพาะว่าแต่ละหน่วยงานได้รับงบประมาณเท่าใด แต่ยังรวมถึงเหตุผลของการปรับลด การนำเงินไปจัดสรรใหม่ และความพร้อมของงบกลางสำหรับสถานการณ์ด้านพลังงานและภัยพิบัติ
ไทม์ไลน์ 3 วัน ก่อนชี้ขาดวาระ 3
7 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรเริ่มประชุมพิเศษ พิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 ในวาระที่ 2
7-9 กันยายน 2569 พิจารณารายมาตรา รวม 41 มาตรา พร้อมเปิดให้สมาชิกและกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติหรือความเห็นอภิปราย
หลังจบวาระที่ 2 หากพิจารณาครบทุกมาตรา ที่ประชุมจะเข้าสู่การลงมติในวาระที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญของร่างกฎหมายงบประมาณในชั้นสภาผู้แทนราษฎร
ตลอดการประชุมทั้ง 3 วัน จึงต้องติดตามการชี้แจงรายละเอียดของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการบริหารงบกลาง 12,000 ล้านบาทสำหรับรับมือผลกระทบด้านพลังงาน และเงินสำรองฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้นอีก 6,000 ล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นวงเงินสำหรับรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและประชาชนในปีงบประมาณ 2570
- เปิดสถิติ 3 ล้านข้าราชการ กับงบดูแลทะลุเพดาน เจาะลึกเงินภาษีเราไปตกที่ใคร?
- สรุปประเด็นประชุมสภา "ภราดร" แจงงบปี 2570 ชูปฏิรูปโครงสร้างการคลัง
- รัฐบาลเดินหน้าใช้งบปี 2570 ยกระดับเศรษฐกิจ ดันเกษตร-SME-ส่งออกครบวงจร
- รัดเกล้า อัดงบปี 2570 หั่นงบเด็ก 3 ปีซ้อน ชี้การศึกษาไร้อนาคต
- เปิดงบปี 2570 มหาดไทยครองอันดับ 1 พลังงานได้น้อยสุด
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
บรรณาธิการออนไลน์
