รัฐบาลเดินหน้าใช้งบปี 2570 ยกระดับเศรษฐกิจ ดันเกษตร-SME-ส่งออกครบวงจร

Share on Line Share on Facebook Share on X
รัฐบาลเดินหน้าใช้งบปี 2570 ยกระดับเศรษฐกิจ ดันเกษตร-SME-ส่งออกครบวงจร

รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าและปฏิรูปโครงสร้างประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย ผ่านการดูแลราคาสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ SME และปกป้องธุรกิจไทยจากการดำเนินธุรกิจในลักษณะนอมินีและทุนสีเทา 

รัฐบาลยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางการค้า วิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ตลอดจนโครงสร้างแรงงานที่เข้าสู่สังคมสูงวัยและปัญหากับดักรายได้ปานกลาง จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว 

 

 


สรุปข่าว

รัฐบาลชี้แจงงบประมาณปี 2570 มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผ่านการยกระดับสินค้าเกษตร พัฒนา SME ปราบปรามนอมินี ขยายตลาดส่งออกใหม่ เร่งเจรจา FTA และนำเทคโนโลยี AI มาช่วยบริหารจัดการเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าและปฏิรูปโครงสร้างประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย ผ่านการดูแลราคาสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ SME และปกป้องธุรกิจไทยจากการดำเนินธุรกิจในลักษณะนอมินีและทุนสีเทา 

รัฐบาลยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางการค้า วิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ตลอดจนโครงสร้างแรงงานที่เข้าสู่สังคมสูงวัยและปัญหากับดักรายได้ปานกลาง จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว 

 

 


เดินหน้าดูแลเกษตรกรครบวงจร

กระทรวงพาณิชย์กำหนดแนวทางบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำใช้แนวคิด "การตลาดนำการผลิต" และการกำหนดพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสม เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและยกระดับคุณภาพสินค้า

ในช่วงกลางน้ำ รัฐบาลผลักดันการจัดตั้ง "ล้งชุมชน" เพื่อรวบรวม คัดแยก และแปรรูปผลผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เช่น โครงการมะพร้าวน้ำหอมจังหวัดราชบุรี ที่ภาครัฐสนับสนุนทั้งเครื่องจักร องค์ความรู้ และช่องทางการตลาด

ด้านปลายน้ำ กระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการตลาดล่วงหน้า รองรับผลผลิตทุเรียนที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในปีนี้ พร้อมเร่งทำตลาดสำหรับทุเรียนขนาดเล็ก และเปิด Green Lane จำนวน 40 ช่องทางบริเวณด่านชายแดน เพื่อเร่งระบายสินค้าเข้าสู่ตลาดจีน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย 

ผลักดันเศรษฐกิจข้าวยุคใหม่ เพิ่มรายได้เกษตรกร

สำหรับสินค้าเกษตรหลักอย่างข้าว รัฐบาลติดตามสถานการณ์อุปทานส่วนเกินอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้มาตรการซื้อนำตลาดและผลักดันโครงการ New Rice Economy หรือเศรษฐกิจข้าวประณีต โดยเริ่มนำร่องใน 200 ชุมชน และตั้งเป้าขยายเป็น 466 ชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพสูง หรือปรับพื้นที่บางส่วนไปปลูกพืชมูลค่าสูง เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน 

ยกระดับ SME เพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจประเทศ

รัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ของผู้ประกอบการ SME ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จาก 35% เป็น 40% โดยที่ผ่านมาได้พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการแล้วกว่า 55,400 ราย

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมผลักดันระบบ IP Finance ให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างนวัตกรรมใหม่ 

เดินหน้าปราบนอมินี สร้างความเป็นธรรมทางธุรกิจ

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนสีเทา โดยรัฐบาลบูรณาการความร่วมมือกับ 23 หน่วยงาน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินก่อนจดทะเบียนบริษัท ส่งผลให้สามารถลดกลุ่มเสี่ยงนอมินีได้ราว 51-65%

พร้อมกันนี้ ยังเชื่อมโยงข้อมูลบัญชีม้า ลงพื้นที่ตรวจสอบ 35 พื้นที่ใน 11 จังหวัด ส่งข้อมูลผู้ประกอบการกว่า 14,800 รายให้กรมสรรพากรตรวจสอบด้านภาษี และส่งข้อมูลการถือครองที่ดินกว่า 7,000 รายให้กรมที่ดินดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการไทย 

ขยายตลาดใหม่ ลดความเสี่ยงการค้าโลก

ด้านการส่งออก กระทรวงพาณิชย์เร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป โดยการเจรจารอบที่ 9 สามารถสรุปสาระสำคัญได้แล้ว 11 จาก 24 ข้อบท พร้อมทั้งขยายตลาดใหม่ในภูมิภาคลาตินอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน

ขณะเดียวกัน ยังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจสอบธุรกิจนอมินี อำนวยความสะดวกด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา แนะนำสิทธิประโยชน์จาก FTA และใช้ข้อมูลดาวเทียมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคาดการณ์ผลผลิตทางการเกษตรและบริหารจัดการสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์