ดาวโจนส์ ปิดลบ 152.68 จุด หุ้นแบงก์-อุตสาหกรรมฉุดตลาด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

TNN ONLINE

WEALTH

ดาวโจนส์ ปิดลบ 152.68 จุด หุ้นแบงก์-อุตสาหกรรมฉุดตลาด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

ดาวโจนส์ ปิดลบ 152.68 จุด หุ้นแบงก์-อุตสาหกรรมฉุดตลาด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ

ดาวโจนส์ ปิดที่ 34,447.14 จุด ลดลง 152.68 จุด รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันนี้

วันนี้ (10 มิ.ย.64) ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในวันนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมกลางเดือนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ปิดที่ 34,447.14 จุด ลดลง 152.68 จุด หรือ -0.44%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,219.55 จุด ลดลง 7.71 จุด หรือ -0.18%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,911.75 จุด ลดลง 13.16 จุด หรือ -0.09%

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง 1.06% และ 1.03% ตามลำดับ โดยหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ร่วงลง 1.31% หุ้นเจพีมอร์แกน ดิ่งลง 1.25% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ลดลง 0.5% หุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 1.86% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ดิ่งลง 2.29% หุ้น 3M ลดลง 0.43%

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.50% เมื่อคืนนี้ และต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย 100 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค.2563

นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค.ในวันนี้ ทางด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค จะพุ่งขึ้น 4.7% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากดีดตัวขึ้น 4.2% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 3.1% ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากราคาบ้านที่พุ่งขึ้น และสต็อกบ้านที่ตึงตัว แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวลง

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนมี.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดิอนมิ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง