ยายวัย 80 ปี สุดลำบากใช้ชีวิตลำพังไร้การช่วยเหลือจากสวัสดิการรัฐ

TNN ONLINE

ภูมิภาค

ยายวัย 80 ปี สุดลำบากใช้ชีวิตลำพังไร้การช่วยเหลือจากสวัสดิการรัฐ

ยายวัย 80 ปี สุดลำบากใช้ชีวิตลำพังไร้การช่วยเหลือจากสวัสดิการรัฐ

ชาวเน็ตแชร์เรื่องสุดรันทดของคุณยาย วัย 80 ปี ที่ใช้ชีวิตอย่างลำบากเพียงลำพัง ในกระท่อมไม้เก่าหลังหมู่บ้าน อำเภอนาจะหลวย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีประปา ไม่มีญาติ แต่ละวันต้องอาศัยข้าวก้นบาตรกิน




วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการแชร์เรื่องราวของคุณยายคนหนึ่งทางโซเชียลมีเดีย ว่ามีคุณยายวัย 80 ปี ใช้ชีวิตอย่างลำบากเพียงลำพังคนเดียว ในกระท่อมเก่าๆ หลังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อำเภอนาจะหลวย ซึ่งเป็นอำเภอติดแนวชาวบแดนของจังหวัดอุบลราชธานี ไม่มีญาติพี่น้อง และต้องอาศัยข้าวจากวัดในหมู่บ้านกินไปวันๆ และที่คุณยายคนนี้ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากสวัสดิการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้สูงอาศัย บัตรประชารัฐ และรวมถึงไม่ได้รับการช่วยเหลือเงิน 5,000 บาท ที่รัฐมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด 19


ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กระท่อมของคุณยาย ที่หลังหมู่บ้านดงขวาง หมู่ที่ 6 ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี พบว่ากระท่อมไม้เก่าที่คุณยายอาศัยอยู่นี้ไม่มีเลขที่ พบภายในกระท่อมมีเพียงถ้วยไว้ใส่อาหาร 2 ใบ มีเตาไฟที่ไว้ใช้ในการนึ่งข้าวเหนียว ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีที่นอน หรือของใช้ใดๆ นอกจากกองเสื้อผ้าเก่าเท่านั้น


จากการสอบถามคุณยายพุด โนสา อายุประมาณ 80 ปี ซึ่งมีอาการหูไม่ค่อยได้ยิน ให้ข้อมูลว่าคุณยายได้มาอยู่กับสามีตั้งแต่ยังเป็นสาวเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม่มีลูกด้วยกัน ต่อมาสามีได้เสียชีวิตก่อน ตนจึงอาศัยอยู่คนเดียวมาโดยตลอด เดิมทีคุณยายเป็นชาวบ้านสร้างหอม อ.บุณฑริก คุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ ตนไม่มีพี่น้อง มีแต่ญาติห่างๆ แต่ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว ในอดีตเคยไปถ่ายบัตรประชาชนที่กิ่งอำเภอบุณฑริก ก่อนจะยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอในภายหลัง ซึ่งตอนนั้นได้บัตรเหลืองเก็บไว้เป็นหลักฐานแต่ตนได้ทำบัตรเหลืองสูญหายจึงไม่มีหลักฐานไปถ่ายบัตรประชาชนใหม่ และกลายเป็นคนไม่มีบัตรประชาชน ไม่ได้รับสวัสดิการการช่วยเหลือใดๆจากภาครัฐ เป็นบุคคลที่ไม่มีเลข 13 หลัก ตนก็ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไปวันๆ ซึ่งปัจจุบันอายุมาก ไม่สามารถทำมาหากินได้ ก็อาศัยข้าวก้นบาตรจากวัดกินพอรักษาชีวิตและบางครั้งก็มีชาวบ้านใจบุญแบ่งปันอาหารมาให้บ้าง ซึ่งปัจจุบันอายุมากแล้ว ตามองไม่ค่อยเห็น หูไม่ค่อยได้ยิน


ขณะที่นางสาวฐิติมา ยุธิรัตน์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 6 ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและเป็นคนที่เอาเรื่องราวของคุณยาย ไปโพสต์ในโลกออนไลน์เผื่อมีผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ นางสาวฐิติมา กล่าวว่าตนประกอบอาชีพค้าขายในหมู่บ้าน วันหนึ่งคุณยายได้เดินไปทางร้านและนำปลาที่มีชาวบ้านให้มา ไปขอแลกข้าวสารเพื่อมานึ่งกิน ตนจึงรู้สึกสงสาร ซึ่งที่ผ่านมาคุณยายจะไม่เดินไปขอใครเฉยๆ จะมีสิ่งของ หรืออาหารที่มีชาวบ้านให้มา มาแลกเป็นข้าวสาร ก็มีชาวบ้านบางส่วนช่วยได้บ้างเล็กน้อย และคุณยายต้องอาศัยข้าวที่วัดกิน โดยกระท่อมไม้เก่าที่คุณยายอาศัยอยู่ คนข้างบ้านได้มีน้ำใจให้คุณยายอาศัย แต่ไม่มีห้องน้ำ เวลาทุกข์หนัก ทุกเบา ก็จะเข้าไปในป่า ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำประปา ก็อยู่ด้วยความลำบากมาโดยตลอด จึงอยากนำเรื่องของคุณยาย ออกไปขอให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือด้วย โดยเฉพาะการเดินเรื่องขอเลข 13 หลัก หรือการขอมีบัตรประชาชน


ขณะที่นายจีระศักดิ์ แสนทวีสุข รองประธานกู้ภัยรวมใจโนนก่อ ได้ทราบเรื่องจึงได้นำความเดือดร้อนของคุณยาย ส่งต่อไปให้ผู้ใจบุญจนมีนายจำลอง บุชลา ผู้ใจบุญได้บริจาคสิ่งของ เป็นอิฐ หิน ปูน ทราย เพื่อนำมาก่อสร้างห้องน้ำเล็กไว้ให้คุณยายใช้ เพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้านและให้เกิดความปลอดภัย และได้ประสานกับกลุ่มเยาวชนสองล้อซิ่งสายบุญนาจะหลวย ได้เสนอจะช่วยเหลือเป็นหลังคา และโถส้วม


จากการประเมินเบื้องต้น สิ่งจำเป็นที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญมาช่วยคุณยาย คือ 1.ห้องน้ำที่มีความปลอดภัย 2.ที่ติดตั้งไฟส่องสว่าง 3.ระบบน้ำประปา และสิ่งของอื่นๆ เช่นมุ้งที่นอน เครื่องประกอบอาหาร ซึ่งวิงวอนผู้ใจบุญให้การช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นทางกู้ภัยรวมใจโนนก่อ ได้มีบัญชีเฉพาะกิจเพื่อการช่วยเหลือคุณยายพุด โนสา เพราะคุณยายไม่สามารถเปิดบัญชีได้ โดยจะขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบด้วย หากใครจะช่วยเหลือคุณยายพุด โนสา สามารถช่วยเหลือได้ทางบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาช่องเม็ก เลขที่บัญชี 678-7-06792-5 ชื่อบัญชีนางอรัญญา บุทอง และ น.ส.นิลวรรณ จันดี และนายวีระชาติ ดีคำพันธุ์ ซึ่งเป็นช่องทางเบื้องต้นในการช่วยเหลือ ซึ่งในระหว่างนี้ก็จะช่วยในการติดตามเรื่องการขอบัตรประจำตัวประชาชนให้กับคุณยาย เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือจากสวัสดิการของรัฐต่อไป