
ลองสังเกตลูกโลกสองลูกในภาพให้ดี
ลูกบน คือซูเปอร์เอลนีโญปี 1878 แถบสีแดงเข้มกลางมหาสมุทรแปซิฟิกคืออุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่พุ่งสูงผิดปกติ จนเกิดปรากฏการณ์ "ไร้ฤดูหนาว" ในอเมริกาเหนือ และคร่าชีวิตคนทั่วโลกราว 50 ล้านคน
ลูกล่าง คือภาพคาดการณ์ของปี 2026 จะเห็นว่าแถบสีแดงนั้นกว้างและเข้มขึ้นกว่าเดิม สะท้อนว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ Nino 3.4 อาจพุ่งสูงถึง 3.25 องศาฯ ซึ่ง NOAA ระบุว่าสูงกว่าช่วงปี 1877-1878 เสียอีก

สรุปข่าว
ลองสังเกตลูกโลกสองลูกในภาพให้ดี
ลูกบน คือซูเปอร์เอลนีโญปี 1878 แถบสีแดงเข้มกลางมหาสมุทรแปซิฟิกคืออุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่พุ่งสูงผิดปกติ จนเกิดปรากฏการณ์ "ไร้ฤดูหนาว" ในอเมริกาเหนือ และคร่าชีวิตคนทั่วโลกราว 50 ล้านคน
ลูกล่าง คือภาพคาดการณ์ของปี 2026 จะเห็นว่าแถบสีแดงนั้นกว้างและเข้มขึ้นกว่าเดิม สะท้อนว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ Nino 3.4 อาจพุ่งสูงถึง 3.25 องศาฯ ซึ่ง NOAA ระบุว่าสูงกว่าช่วงปี 1877-1878 เสียอีก

ย้อนดูซูเปอร์เอลนีโญครั้งรุนแรงในประวัติศาสตร์
ปี 1877-1878 ช่วงพีคของซูเปอร์เอลนีโญ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลพื้นที่ Nino 3.4 พุ่งสูงกว่า 3 องศาฯ จนเกิดปรากฏการณ์ "ไร้ฤดูหนาว" ในอเมริกาเหนือ ขาดแคลนอาหารวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตราว 50 ล้านคนทั่วโลก ถือเป็นครั้งที่ส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด
ปี 1982-1983 ซูเปอร์เอลนีโญที่ก่อภัยแล้งรุนแรงในแถบแอฟริกาและอินโดนีเซีย ขณะที่หลายประเทศเผชิญอุทกภัยและพายุรุนแรง
ปี 1997-1998 ซูเปอร์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดอีกครั้ง ดันอุณหภูมิโลกร้อนขึ้น 1.5 องศาฯ ชั่วคราว ก่อไฟป่า น้ำท่วมใหญ่ ทำลายแนวปะการังทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตกว่า 20,000 คน
ปี 2026-2027 (คาดการณ์) NOAA ประเมินโอกาสเกิดไว้ที่ 63% และอาจเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950
อดีตเคยบอกเราแล้วว่ามันร้ายแรงแค่ไหน คำถามคือเราพร้อมรับมือหรือยัง
- ตำนานไวน์ซานโตรินีสั่นคลอน คลื่นความร้อน-ภัยแล้ง ทำผลผลิตทรุดหนัก
- วิกฤตโลกร้อนบีบยุโรป เมื่อโลกที่ “เคย” เย็นกลับหายไป
- นักวิจัยสู้ "โลกร้อน" ภารกิจแช่แข็งอาร์กติก เพิ่มความหนาแผ่นน้ำแข็ง
- จับตา “เอลนีโญ” ปี69 ทำเกษตรกรเอเชียหวั่นวิตก
- “ซูเปอร์เอลนีโญ” โจทย์เร่งด่วนผู้ว่าฯ กทม. พาคนกรุงฯ ฝ่า 3 วิกฤตฝน - ฝุ่น - ร้อน
ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : NOAA
