
ผลสำรวจอาชีพในฝันของ Gen Alpha โดย GWI บริษัทวิจัยข้อมูลผู้บริโภคระดับโลก ซึ่งสอบถามเด็กอายุ 12-15 ปี จำนวน 11,452 คน ใน 18 ประเทศทั่วโลก พบว่าเด็กชายและเด็กหญิงมีเส้นทางฝันที่ต่างกันชัดเจน เด็กชาย 30% อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือนักประดิษฐ์ ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดในทุกอาชีพที่สำรวจ ตามด้วยนักออกแบบเกมและนักพัฒนาเทคโนโลยี 25% ขณะที่เด็กหญิง 21% ใฝ่ฝันเป็นศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี นักเต้น นักแสดง หรือนักวาดภาพ และอีก 19% อยากเป็นแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคืออาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็นอาชีพเดียวในผลสำรวจที่เด็กชายและเด็กหญิงใฝ่ฝันในสัดส่วนใกล้เคียงกันมากที่สุด สะท้อนว่าเส้นทางอาชีพบนโลกโซเชียลกลายเป็นความฝันร่วมที่ไม่แบ่งเพศไปแล้ว

สรุปข่าว
ผลสำรวจอาชีพในฝันของ Gen Alpha โดย GWI บริษัทวิจัยข้อมูลผู้บริโภคระดับโลก ซึ่งสอบถามเด็กอายุ 12-15 ปี จำนวน 11,452 คน ใน 18 ประเทศทั่วโลก พบว่าเด็กชายและเด็กหญิงมีเส้นทางฝันที่ต่างกันชัดเจน เด็กชาย 30% อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือนักประดิษฐ์ ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดในทุกอาชีพที่สำรวจ ตามด้วยนักออกแบบเกมและนักพัฒนาเทคโนโลยี 25% ขณะที่เด็กหญิง 21% ใฝ่ฝันเป็นศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี นักเต้น นักแสดง หรือนักวาดภาพ และอีก 19% อยากเป็นแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคืออาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็นอาชีพเดียวในผลสำรวจที่เด็กชายและเด็กหญิงใฝ่ฝันในสัดส่วนใกล้เคียงกันมากที่สุด สะท้อนว่าเส้นทางอาชีพบนโลกโซเชียลกลายเป็นความฝันร่วมที่ไม่แบ่งเพศไปแล้ว

เด็กชาย Gen Alpha ทั่วโลก ใฝ่ฝันเป็นนักวิทยาศาสตร์ เกมเมอร์ และนักกีฬา
ผลสำรวจของ GWI ระบุว่าอาชีพในฝันอันดับ 1 ของเด็กชาย Gen Alpha คือ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือนักประดิษฐ์ ที่ 30% ทิ้งห่างอาชีพอื่นอย่างชัดเจน ตามมาด้วยนักออกแบบเกมและนักพัฒนาเทคโนโลยีที่ 25% และนักกีฬาอาชีพที่ 18% ส่วนอาชีพสายความมั่นคงอย่างตำรวจ ทหาร และนักดับเพลิง อยู่ที่ 14% เท่ากับนักบิน นักสำรวจ และนักบินอวกาศ ภาพรวมนี้สะท้อนว่าสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และกีฬา ยังคงเป็นแกนหลักของความฝันเด็กชายทั่วโลก
เด็กหญิง Gen Alpha ทั่วโลก เทใจให้ศิลปะและการแพทย์
ในฝั่งเด็กหญิง อาชีพศิลปิน ทั้งนักดนตรี นักเต้น นักแสดง และนักวาดภาพ ครองอันดับ 1 ที่ 21% ตามด้วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่ 19% และครู/อาจารย์ที่ 16% ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือนักประดิษฐ์ ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของเด็กชาย กลับอยู่ในอันดับรองสำหรับเด็กหญิงที่ 17% ความต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้เด็กหญิงจำนวนไม่น้อยจะสนใจสาย STEM แต่อาชีพสายสร้างสรรค์และสายดูแลผู้อื่นยังคงมีแรงดึงดูดสูงกว่าในภาพรวม
คอนเทนต์ครีเอเตอร์ อาชีพเดียวที่เด็กชายและเด็กหญิงฝันพอกัน
ท่ามกลางอาชีพที่แบ่งขั้วชัดเจนตามเพศ มีอาชีพหนึ่งที่ตัวเลขแทบไม่ต่างกัน คือคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเด็กชายเลือก 12% และเด็กหญิงเลือก 11% ข้อมูลจาก GWI ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคที่สำรวจ Gen Alpha เป็นประจำทุกปี อธิบายว่าการเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มอย่างยูทูบและติ๊กต่อกทำให้เด็กยุคนี้มองอาชีพสายคอนเทนต์เป็นเส้นทางที่จับต้องได้จริง ไม่ต่างจากอาชีพดั้งเดิม แม้จะมีรายงานสำรวจอื่นในสหรัฐฯ อย่างของแพลตฟอร์ม Whop ที่พบว่ากลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 12-15 ปีในอเมริการะบุอาชีพยูทูบเบอร์เป็นอันดับ 1 ถึงกว่า 30% ก็ตาม ซึ่งเป็นคนละชุดข้อมูลและคนละระเบียบวิธีกับผลสำรวจ 18 ประเทศของ GWI จึงไม่ควรนำตัวเลขทั้งสองมาเทียบกันโดยตรง
ช่องว่างความมั่นใจที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขความฝัน
ข้อมูลอีกชุดจาก GWI ที่น่าสนใจไม่แพ้อันดับอาชีพ คือคำถามที่ว่าเด็กเชื่อหรือไม่ว่าตัวเองสามารถประกอบอาชีพอะไรก็ได้ที่อยากทำ ผลปรากฏว่ามีเด็กชายเพียง 39% ที่ตอบว่าเชื่อเช่นนั้น ขณะที่เด็กหญิงตอบเช่นนั้นสูงถึง 67% ซึ่งเป็นช่องว่างที่สวนทางกับภาพความมั่นใจแบบเหมารวมที่มักมองว่าเด็กชายกล้าฝันมากกว่า นักวิเคราะห์ด้านแรงงานคนหนึ่งที่เขียนบทความให้นิตยสาร Forbes ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขนี้อาจสะท้อนว่าสังคมยุคใหม่ควรให้ความสำคัญกับการเสริมความมั่นใจและความยืดหยุ่นทางความคิดให้เด็กชายมากขึ้น ไม่ต่างจากที่เคยให้ความสำคัญกับเด็กหญิงในอดีต
เสียงจากนักวิจัยด้านคนรุ่นใหม่ ทำไมโลกอาชีพในฝันจึงเปลี่ยนไป
นักวิเคราะห์แนวโน้มผู้บริโภครุ่นใหม่หลายรายที่ติดตามข้อมูลของ GWI ตั้งข้อสังเกตตรงกันว่า Gen Alpha เป็นรุ่นแรกที่เห็นอาชีพบนแพลตฟอร์มดิจิทัลสร้างรายได้จริงตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้เส้นแบ่งระหว่างงานอดิเรกกับอาชีพเลือนลงกว่ารุ่นก่อน ขณะเดียวกันผลสำรวจของ GWI ในภาพรวมยังพบว่าเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มมองอาชีพผ่านมุมของผลกระทบและความคิดสร้างสรรค์มากกว่าความมั่นคงเพียงอย่างเดียว ซึ่งสอดคล้องกับที่นักการศึกษาหลายฝ่ายเสนอว่าโรงเรียนและผู้ปกครองควรเปิดพื้นที่ให้เด็กสำรวจความถนัดหลากหลายรูปแบบ แทนที่จะชี้นำเฉพาะอาชีพสายวิชาการแบบเดิม
- ไทยจะเดินตามโลกหรือไม่? เมื่อหลายประเทศเริ่มห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย
- เด็กเรียนรู้ได้น้อยลงเมื่อใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน แล้วทำไมโรงเรียนยังแจกอุปกรณ์ให้ทุกคน
- สุดยอดมหาวิทยาลัยโลก 2026 ชาติไหนครองตาราง แล้วไทยอยู่ตรงไหน
- เปิดคุณภาพ “การศึกษาไทย” แล้วแต่ละพรรคจะยกระดับอย่างไร
- ศธ.จับมือยูเนสโก ดันอาชีวะสีเขียว 433 แห่ง เสริมทักษะดิจิทัล-AI เยาวชน
ที่มารูปภาพ : Freepik
