
บุหรี่ไฟฟ้ากับเยาวชนไทย ตัวเลขที่น่าจับตา
การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งมีแนวโน้มการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ผลิตและการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนอยู่ที่ 17.6% และเมื่อเปรียบเทียบในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา พบว่าอัตราการใช้เพิ่มขึ้นถึง 11 เท่า โดยปัจจัยสำคัญมาจากการที่บริษัทผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าพัฒนากลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อเจาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ขณะที่การชักชวนจากเพื่อนและการโฆษณายังเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เยาวชนเริ่มทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า
ผลสำรวจพบตลาดออนไลน์ยังเป็นช่องทางหลัก
ผลสำรวจรายงานผลิตภัณฑ์ยาสูบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ล่าสุด โดยมหาวิทยาลัยมหิดล และผลสำรวจพอตเค-ยาเสพติดในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ ได้แก่
- 88.3% ของร้านค้าบุหรี่ไฟฟ้าอยู่บนช่องทางออนไลน์
- พบเครือข่ายร้านค้าออนไลน์ 282 บัญชี กระจายอยู่ใน 40 จังหวัด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและจับกุม
- บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Pods) เป็นสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุด คิดเป็น 89.3%
- พบการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเสพติด (Cross-sell) 17.3% เช่น เคตามีน ไอซ์ และสารอีโทมิเดท
พอดเคจำนวนหนึ่งถูกแฝงมาในแบรนด์บุหรี่ไฟฟ้าชื่อดัง ทำให้ผู้ปกครองและครูไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเด็กกำลังใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเสพติด
สรุปข่าว
บุหรี่ไฟฟ้ากับเยาวชนไทย ตัวเลขที่น่าจับตา
การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งมีแนวโน้มการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ผลิตและการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนอยู่ที่ 17.6% และเมื่อเปรียบเทียบในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา พบว่าอัตราการใช้เพิ่มขึ้นถึง 11 เท่า โดยปัจจัยสำคัญมาจากการที่บริษัทผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าพัฒนากลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อเจาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ขณะที่การชักชวนจากเพื่อนและการโฆษณายังเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เยาวชนเริ่มทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า
ผลสำรวจพบตลาดออนไลน์ยังเป็นช่องทางหลัก
ผลสำรวจรายงานผลิตภัณฑ์ยาสูบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ล่าสุด โดยมหาวิทยาลัยมหิดล และผลสำรวจพอตเค-ยาเสพติดในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ ได้แก่
- 88.3% ของร้านค้าบุหรี่ไฟฟ้าอยู่บนช่องทางออนไลน์
- พบเครือข่ายร้านค้าออนไลน์ 282 บัญชี กระจายอยู่ใน 40 จังหวัด เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและจับกุม
- บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Pods) เป็นสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุด คิดเป็น 89.3%
- พบการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเสพติด (Cross-sell) 17.3% เช่น เคตามีน ไอซ์ และสารอีโทมิเดท
พอดเคจำนวนหนึ่งถูกแฝงมาในแบรนด์บุหรี่ไฟฟ้าชื่อดัง ทำให้ผู้ปกครองและครูไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเด็กกำลังใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเสพติด
อิทธิพลจากเพื่อนยังเป็นปัจจัยสำคัญ
ผลสำรวจยังพบว่า
- กลุ่มตัวอย่าง 75.9% ระบุว่ามีเพื่อนใช้บุหรี่ไฟฟ้า
- 85.3% เคยถูกชักชวนให้ทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า กลุ่มเพื่อนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเริ่มทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน
การตลาดออนไลน์และการออกแบบผลิตภัณฑ์เพิ่มโอกาสเข้าถึง
นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวว่า การขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้สะดวกมากขึ้น แม้ในครอบครัวจะไม่มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตยังออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีรูปลักษณ์สวยงาม หรือมีลักษณะคล้ายอาร์ตทอยและของเล่นสะสม เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายอายุน้อย ส่งผลให้เด็กและเยาวชนเกิดความสนใจและทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า
สสส. ขยายเครือข่ายสร้างภูมิคุ้มกันในสถานศึกษา
เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยง สสส. ได้ร่วมมือกับผู้ปกครอง ครอบครัว ครู สถานศึกษา และชุมชน สร้างเครือข่ายแกนนำเยาวชนและครูรวม 31,989 คน ครอบคลุมสถานศึกษาหลายระดับ ประกอบด้วย
- โรงเรียนสังกัด สพฐ. 1,508 แห่ง
- โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง
- กรมส่งเสริมการเรียนรู้ 928 แห่ง
- สถาบันอาชีวศึกษา 60 แห่ง
- มหาวิทยาลัย 236 แห่ง
- ศูนย์การเรียนรู้ 150 แห่ง
เครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาวะและป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มวัยเรียน
โรงเรียนเครือข่ายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่า
ผลสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพในประเด็นปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ เหล้า บุหรี่ อุบัติเหตุ และการพนัน ประจำปี 2568 พบว่า โรงเรียนในเครือข่าย สสส. มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและตระหนักถึงอันตรายของปัจจัยเสี่ยงในระดับสูงและเชี่ยวชาญรวม 54.47% ขณะที่โรงเรียนนอกเครือข่ายอยู่ที่ 41%
เตรียมต่อยอดองค์ความรู้สู่โรงเรียนและชุมชน
สสส. ระบุว่า ในระยะต่อไปจะขยายผลการดำเนินงาน โดยบูรณาการนวัตกรรม ข้อมูล สื่อ และชุดความรู้เกี่ยวกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อนำไปออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมเชื่อมประสานการทำงานร่วมกับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และโรงเรียนเครือข่าย ใช้โรงเรียนเป็นฐานในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาวะ และส่งต่อองค์ความรู้ไปยังนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนอย่างต่อเนื่อง
- เปิดยุทธการล้างบาง "บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้" มหันตภัยที่ต้องตัดวงจร
- ไทยจะเดินตามโลกหรือไม่? เมื่อหลายประเทศเริ่มห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย
- เปิดด้านมืดบุหรี่ไฟฟ้า ทำเด็กไทยป่วย "โรค EVALI" พุ่ง! เคสแรกในไทยอายุ 14 ปี สูบเดือนละแท่ง นาน 1 ปี
- เปิด 5 กลุ่มโรคซับซ้อนของคนไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- การวิจัยชี้ ทำงานหนักเกินไป เสี่ยงโรคอ้วนมากขึ้น
