
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้มีเพียงคลื่นความร้อน น้ำท่วม หรือภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังลุกลามมาถึงสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามอย่าง “การนอนหลับ” โดยอุณหภูมิในเวลากลางคืนที่สูงขึ้น ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกนอนหลับสั้นลงและคุณภาพการนอนลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว
รายงานล่าสุดของ Climate Central ระบุว่า ระหว่างปี 2020-2025 คนทั่วโลกสูญเสียเวลานอนเฉลี่ยเกือบ 56 ชั่วโมงต่อปี จากอุณหภูมิกลางคืนที่สูงขึ้น โดยในจำนวนนี้ราว 6 ชั่วโมง หรือมากกว่า 10% มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
นักวิจัยอธิบายว่า ร่างกายจำเป็นต้องลดอุณหภูมิลงก่อนเข้าสู่การนอนหลับ แต่เมื่อกลางคืนร้อนขึ้น กระบวนการนี้จะถูกรบกวน ทำให้หลับยาก หลับไม่สนิท และใช้เวลานอนน้อยลง ส่งผลต่ออารมณ์ สมาธิ ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
สรุปข่าว
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้มีเพียงคลื่นความร้อน น้ำท่วม หรือภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังลุกลามมาถึงสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามอย่าง “การนอนหลับ” โดยอุณหภูมิในเวลากลางคืนที่สูงขึ้น ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ยาก ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกนอนหลับสั้นลงและคุณภาพการนอนลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว
รายงานล่าสุดของ Climate Central ระบุว่า ระหว่างปี 2020-2025 คนทั่วโลกสูญเสียเวลานอนเฉลี่ยเกือบ 56 ชั่วโมงต่อปี จากอุณหภูมิกลางคืนที่สูงขึ้น โดยในจำนวนนี้ราว 6 ชั่วโมง หรือมากกว่า 10% มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
นักวิจัยอธิบายว่า ร่างกายจำเป็นต้องลดอุณหภูมิลงก่อนเข้าสู่การนอนหลับ แต่เมื่อกลางคืนร้อนขึ้น กระบวนการนี้จะถูกรบกวน ทำให้หลับยาก หลับไม่สนิท และใช้เวลานอนน้อยลง ส่งผลต่ออารมณ์ สมาธิ ประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
ผลกระทบรุนแรงที่สุดพบในเมืองต่าง ๆ ของตะวันออกกลาง ซึ่งประชาชนสูญเสียเวลานอนจากอากาศร้อน 55-87 ชั่วโมงต่อปี โดยประมาณ 12-16 ชั่วโมง เป็นผลโดยตรงจากภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ พื้นที่ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกาตะวันตก ก็ได้รับผลกระทบในระดับสูงเช่นกัน
รายงานยังพบว่า ในเกือบทุกเมืองที่ศึกษา จำนวนชั่วโมงการนอนที่สูญเสียจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงต้นทศวรรษ 1970 และเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ในหลายร้อยเมืองทั่วโลก สะท้อนว่าปัญหานี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นตามอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น
แม้เครื่องปรับอากาศจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ แต่การเข้าถึงระบบทำความเย็นยังขึ้นอยู่กับรายได้ ทำให้ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้หญิง และผู้ที่อาศัยในพื้นที่อากาศร้อน เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น
- งานในฝันที่ต้องลาออก! เมื่อไกด์แอนตาร์กติกา ไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตโลกร้อน
- “โลกร้อน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไทยเสี่ยงอุณหภูมิพุ่งแตะ 49°C
- คำเตือนครั้งใหญ่! โลกเข้าใกล้ "จุดพลิกผันภูมิอากาศ" ที่ไม่มีวันหวนคืน
- ยุโรปวิกฤต! โลกร้อนซ้ำเติมภัยแล้ง น้ำเริ่มไม่พอใช้
- จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ไทยได้รับผลกระทบแค่ไหน
ที่มาข้อมูล : climatecentral.org
ที่มารูปภาพ : Reuters
