“โลกร้อน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไทยเสี่ยงอุณหภูมิพุ่งแตะ 49°C

Share on Line Share on Facebook Share on X

องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า ยุโรปกำลังเป็นภูมิภาคที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเร็วที่สุดของโลก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเผชิญคลื่นความร้อนที่รุนแรงและยาวนาน กระทบต่อการดำเนินชีวิตในหลายด้าน ทั้งการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน หลายประเทศต้องปิดโรงเรียนและสถานที่ทำงานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการรับมือกับสภาพอากาศร้อน ยังสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานในหลายพื้นที่ ส่วนผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือในสถานที่ที่ไม่มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม ก็มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจากความร้อน รวมถึงภาวะความเครียดที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศสุดขั้ว

สรุปข่าว

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนที่รุนแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยหลายพื้นที่ในยุโรปมีอุณหภูมิสูงถึง 40-45 องศาเซลเซียส ส่วนประเทศไทยก็มีสิทธิ์จะได้รับผลกระทบรุนแรงเช่นกัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า ยุโรปกำลังเป็นภูมิภาคที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเร็วที่สุดของโลก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเผชิญคลื่นความร้อนที่รุนแรงและยาวนาน กระทบต่อการดำเนินชีวิตในหลายด้าน ทั้งการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน หลายประเทศต้องปิดโรงเรียนและสถานที่ทำงานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการรับมือกับสภาพอากาศร้อน ยังสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานในหลายพื้นที่ ส่วนผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือในสถานที่ที่ไม่มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม ก็มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจากความร้อน รวมถึงภาวะความเครียดที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศสุดขั้ว

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคอากาศสุดขั้ว หากไม่เร่งปรับตัว ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น

จากการคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทย ภายใต้ฉากทัศน์ที่ถ้าหากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส จังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นพื้นที่ที่เผชิญอากาศร้อนถึงร้อนสุดขั้ว เช่น จังหวัดสุโขทัย ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิสูงสุดรายวันจะอยู่ระหว่าง 43.54-46 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 44.75 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงสุดรายวัน 38.73-41.79 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 40.9 องศาเซลเซียส

ขณะที่ฉากทัศน์ 3 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นกรณีเลวร้ายที่สุด หากไม่มีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนจัดจะขยายวงกว้างและมีความรุนแรงมากขึ้น โดยจังหวัดสุโขทัยอาจมีอุณหภูมิสูงสุดรายวัน 44.18-49.01 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 46.76 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพมหานครอาจมีอุณหภูมิสูงสุดรายวัน 40-44.9 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 43.03 องศาเซลเซียส ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนและภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและเกิดบ่อยครั้งมากขึ้น 

จากข้อมูลดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่น่ากังวล ภาครัฐควรเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง และไม่ควรเพิกเฉยต่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

avatar

TNNThailand