
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เผยกับทางทีมข่าวถึงสถานการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่เกิดขึ้นมาเป็นระลอก แรงสุด ในเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ลากไปถึงปีหน้า เกิดความแปรปรวนทางสภาพอากาศอย่างเห็นได้ชัด บางพื้นที่ฝนตกหนัก ฝนน้อย โดยจะมาเป็นระลอกและทั่วโลกร้อนแรงขึ้น
บางพื้นที่เจอฝนตกหนัก แต่บางพื้นที่เจอภาวะฝนทิ้งช่วงในบ้านเราตอนนี้เป็นไปตามคาดการณ์ไหม?
เป็นไปตามคาดการณ์อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เราเข้าสู่เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะไปแรงสุดช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม และมกราคม ตอนนี้เข้าแล้วเพราะฉนั้นความแปรปรวนของลมฟ้าอากาศก็เริ่มเห็นชัด อย่างที่บอกบางที่ก็ฝนตกหนัก บางที่ก็ฝนน้อยหายไปทิ้งช่วงนาน ซึ่งฝนก็จะน้อยกว่าปีปกติ
สรุปข่าว
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ เผยกับทางทีมข่าวถึงสถานการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่เกิดขึ้นมาเป็นระลอก แรงสุด ในเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ลากไปถึงปีหน้า เกิดความแปรปรวนทางสภาพอากาศอย่างเห็นได้ชัด บางพื้นที่ฝนตกหนัก ฝนน้อย โดยจะมาเป็นระลอกและทั่วโลกร้อนแรงขึ้น
บางพื้นที่เจอฝนตกหนัก แต่บางพื้นที่เจอภาวะฝนทิ้งช่วงในบ้านเราตอนนี้เป็นไปตามคาดการณ์ไหม?
เป็นไปตามคาดการณ์อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เราเข้าสู่เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะไปแรงสุดช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม และมกราคม ตอนนี้เข้าแล้วเพราะฉนั้นความแปรปรวนของลมฟ้าอากาศก็เริ่มเห็นชัด อย่างที่บอกบางที่ก็ฝนตกหนัก บางที่ก็ฝนน้อยหายไปทิ้งช่วงนาน ซึ่งฝนก็จะน้อยกว่าปีปกติ
เอลนีโญที่มาพร้อมกันกับภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน อาจารย์มองว่าจะสร้างผลกระทบที่รุนแรงขึ้นได้ขนาดไหน?
เหมือนกับว่ามาเป็นระลอก ต้องเข้าใจว่าโลกเราร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและก็เร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ในอีก3-4 ปีข้างหน้า อุณหหภูมิเฉี่ยโลกอาจจะเกิน 1.5 องศาฯ เมื่อเที่ยบกับที่ฐานมันเร็วกว่าที่เราคาดการณ์กว่าหลาย 10 ปีเลย เราคุยกันว่าประมาณปี 2100 แต่นี้แค่ 2030 ก็เข้าแล้ว สถานการณ์ต่างๆก็จะทวีความรุนแรงของปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่นเอลนีโญ ลานีญา รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นซุปเปอร์เอลนีโยที่กำลังเข้ามาเป็นแค่ลองของ หลังจากนี้เราก็จะเจออีก เจอบ่อย และจะมีความรุนแรงมากขึ้น เพราะระยะหลังเราเห็นชัดเจนว่าเอลนีโญเริ่มมาถี่ขึ้น ทั้งที่30-40 ปีก่อนกว่าจะเกิดต้อง 8 ปี ไม่ร้ายแรงมาก แต่ตอนนี้ 2-3 ปีมาครั้งนึงแล้วความรุนแรงก็เพิ่มขึ้น เพราะฉนั้นตรงนี้ก็ต้องหาการรับมือ แต่การรับมือไม่ใช่การรับมือเฉพาะหน้า เพราะว่างวันนึงมีหนหน้า แล้วปีต่อไปจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามภาวะโลกร้อนที่ยังมองไม่เห็นภาพภาวะโลกร้อนจะยุติเมื่อไร
ภาวะซูเปอร์เอลนีโญที่มีผลกระทบกับพื้นที่เกษตร อะไรที่ต้องเร่งแก้ไขรับมือฌเฉพาะหน้า?
เฉพาะหน้ายาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ภาคตะวันออกเรามีน้ำต้นทุนอยู่แค่นี้ พอเป็นปีเอลนีโญต้นทุนน้ำเราก็ลดน้อยลง แต่คนที่ใช้น้ำมีทั้งในเมือง การท่องเที่ยว ภาคอุสาหกรรม ภาคการเกษตร ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพราะฉนั้นตรงนี้ก็จะเกิดการแย่งชิงน้ำ ถ้าทำฝนเทียมเมื่อมีโอกาส เหมือนกับไฟไหม้บ้านแล้วเอาภาพกระสอบมาตบลูกไฟที่มาตกข้างๆมันไม่ใช่การดับไฟเลยไฟจะแรงขึ้น การแก้ปัญหาเอลนีโญ ลานีญา และโลกร้อนต้องมองระยะยาวด้วย แล้วก็เอาระบบที่เราสร้างมาทดสอบว่าช่วยได้ไหม ความเสียหายระยะยาวระบบนิเวศ ธรรมชาติพอเปลี่ยนไปแล้วมีเงินเท่าไรก็แก้คืนไม่ได้
ถ้าย้อนไปปี 2566 -2567 ที่น้ำทะเลอุ่นขึ้น เจอคลื่นความร้อน ปะการังไทยเกิดการฟอกขาว สถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ความรุนแรงน้อยกว่าครั้งนี้เยอะ ปะการังจะเกิดการฟื้นตัวเมื่อเกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่ใช้เวลาประมาณ10-12 ปี ซึ่งในอดียเอลนีโญมาถึง 8-10 ปีพอฝืนได้ แต่ตอนนี้มา 2567 แต่ปีหน้า 2570 3 ปีปะการังไม่มีการฟืนตัวทัน มันเป็นไปไม่ได้ มันเร็วเกินไป ปัญหาของโลกร้อนทำให้ถี่ของปรากฏการณ์ต่าง ๆ เกิดเร็วขึ้นระบบนิเวศปรับตัวไม่ได้ เราคาดหวังปะการังจะเสื่อมโทรมมากขึ้น และการฟื้นตัวคิดว่าไม่มีทางทัน สิ่งที่เราทำได้เราต้องลดผลกระทบอื่น ๆ ให้เหลือน้อยที่สุด เราหยุดเอลนีโญไม่ได้ ช่วยปะการังฟอกขาวไม่ได้ แต่เราสามารถลดผลกระทบอื่น ๆ ได้ เช่นการท่องเที่ยว น้ำเสีย อย่างน้อยสุดปะการังก็ยังพอมีหวังรอดไม่ว่าเราไปซ้ำเติม ยิ่งตายหนักเข้าไปใหญ่
ปัญหาไฟป่าที่ฝรั่งเศส สเปน ปีนี้หนักมาก อพยพคนเป็นแสน ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีความคิดเห็นอย่างไร?
พอโลกร้อนทุกอย่างเปลี่ยนหมด ยกตัวอย่างญี่ปุ่นร้อนจัด 40 องศาฯ ติดต่อกัน 4-5 วันแล้ว สเปน ฝรั่งเศสไฟไหม้ แต่มีอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ประเทศที่พัฒนาแล้วเจอสภาพอากาศรุนแรง?
ยุโรปเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง เทคนโนโลยีก็มียังเอาไฟป่าไม่อยู่ แต่เราจะเจอซูเปอร์เอลนีโญ การรับมือแบบปกติของเราไม่มีทางพอ
ไฟป่าในบ้านเรา และค่าฝุ่นPM2.5 อาจรุนแรงไม่เท่ากัน มาตรการรับมือ?
การรับมือตามแผนเมื่อ 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมตามหัวเมืองใหญ่ เรื่องของฝุ่นในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยง ต้องมีมาตการที่จริงจังมากกว่านี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าภัยพิบัติมันรุนแรงมาก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะรุนแรงขึ้นอีก
