
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และภาวะสมองเสื่อม กลายเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการทั่วโลก แม้ผู้คนจะมีอายุยืนขึ้น แต่หลายคนต้องใช้ชีวิตช่วงท้ายร่วมกับข้อจำกัดด้านสุขภาพ
ขณะเดียวกัน งานวิจัยที่เผยแพร่ใน JAMA Network Open ปี 2024 ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจาก 183 ประเทศ พบว่า ช่องว่างระหว่างอายุขัยเฉลี่ยกับช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี มีค่าเฉลี่ยประมาณ 9.6 ปี หมายความว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้คนอาจต้องใช้ชีวิตหลายปีกับโรคเรื้อรังหรือข้อจำกัดทางสุขภาพก่อนจะจากไป
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้วงการสุขภาพเริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิดใหม่ นั่นคือ Healthspan ไม่ใช่เพื่อแทนที่ Lifespan แต่เพื่อเติมเต็มภาพของคุณภาพชีวิต ที่ตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนได้
สรุปข่าว
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และภาวะสมองเสื่อม กลายเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการทั่วโลก แม้ผู้คนจะมีอายุยืนขึ้น แต่หลายคนต้องใช้ชีวิตช่วงท้ายร่วมกับข้อจำกัดด้านสุขภาพ
ขณะเดียวกัน งานวิจัยที่เผยแพร่ใน JAMA Network Open ปี 2024 ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจาก 183 ประเทศ พบว่า ช่องว่างระหว่างอายุขัยเฉลี่ยกับช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี มีค่าเฉลี่ยประมาณ 9.6 ปี หมายความว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้คนอาจต้องใช้ชีวิตหลายปีกับโรคเรื้อรังหรือข้อจำกัดทางสุขภาพก่อนจะจากไป
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้วงการสุขภาพเริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิดใหม่ นั่นคือ Healthspan ไม่ใช่เพื่อแทนที่ Lifespan แต่เพื่อเติมเต็มภาพของคุณภาพชีวิต ที่ตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนได้
อายุยืนไม่ได้หมายถึงสุขภาพดีเสมอไป
Lifespan หมายถึง จำนวนปีทั้งหมดที่มนุษย์มีชีวิตอยู่ ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต เป็นตัวชี้วัดที่ใช้มายาวนานในการประเมินความสำเร็จของระบบสุขภาพ เพราะการที่ประชากรมีอายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้นสะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านการแพทย์ สุขอนามัย และการเข้าถึงบริการสุขภาพ
ขณะที่ Healthspan หมายถึง ช่วงเวลาของชีวิตที่บุคคลยังมีสุขภาพและความสามารถในการใช้ชีวิตได้ดี สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ และรักษาคุณภาพชีวิตเอาไว้ได้ แม้จะไม่ได้หมายความว่าต้องปราศจากโรคทั้งหมด
หลายองค์กรด้านสุขภาพ เช่น McKinsey Health Institute และ Harvard Health อธิบายแนวคิด Healthspan ในทิศทางใกล้เคียงกัน คือการให้ความสำคัญกับคุณภาพของปีที่มีชีวิต มากกว่าจำนวนปีเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น คนสองคนอาจมีอายุยืนไม่เท่ากัน คนหนึ่งมีอายุ 90 ปี แต่ต้องพึ่งพาผู้อื่นในช่วงท้ายของชีวิต ขณะที่อีกคนมีอายุ 82 ปี แต่ยังสามารถเดินทาง ออกกำลังกาย พบปะผู้คน และทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจได้
แม้คนแรกจะมี Lifespan มากกว่า แต่คนที่สองอาจมี Healthspan ที่ยาวกว่า เพราะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ด้วยความสามารถในการพึ่งพาตนเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น Healthspan ไม่ได้หมายถึงการมีชีวิตโดยไม่มีโรค แต่หมายถึงการรักษาความสามารถในการใช้ชีวิตให้ได้นานที่สุด

ภาพ: Canva
ทำไมโลกจึงเริ่มเปลี่ยนจากการเพิ่มอายุขัย สู่การเพิ่มช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี?
ในอดีตความสำเร็จของการแพทย์คือการช่วยให้ผู้คนรอดชีวิตจากโรคที่เคยคร่าชีวิตจำนวนมาก เช่น โรคติดเชื้อหรือภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน แต่เมื่อผู้คนมีอายุยืนขึ้น รูปแบบของปัญหาสุขภาพก็เปลี่ยนไป โรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับอายุ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และภาวะสมองเสื่อม กลายเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสุขภาพทั่วโลก
WHO ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตประมาณ 74% ทั่วโลก และยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียความสามารถในการใช้ชีวิต
ความท้าทายของโลกในปัจจุบันจึงไม่ได้มีเพียงการช่วยให้ผู้คนมีชีวิตรอดมากขึ้น แต่คือการดูแลให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ลดช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับโรคหรือภาวะพึ่งพิง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับนโยบาย Healthy Ageing ของ WHO ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถรักษา ความสามารถในการใช้ชีวิต มีส่วนร่วมกับสังคม และดำรงชีวิตได้อย่างอิสระให้นานที่สุด
กล่าวอีกแบบคือ เป้าหมายของระบบสุขภาพไม่ได้เปลี่ยนจากการทำให้คนอายุยืน แต่กำลังขยายไปสู่ การทำให้ปีที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปีที่มีคุณภาพ
เมื่อแนวคิด Healthspan ได้รับความสนใจมากขึ้น เป้าหมายของวงการแพทย์ก็เริ่มขยับจากการรักษาโรคเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไปสู่การป้องกันและชะลอความเสื่อมของร่างกายตั้งแต่ระยะต้น
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญคือ Longevity Medicine หรือเวชศาสตร์อายุยืน ซึ่งไม่ได้มุ่งหมายเพียงทำให้มนุษย์มีอายุยืนที่สุด แต่พยายามทำความเข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของร่างกาย และหาวิธีรักษาสุขภาพให้คงอยู่ได้นานขึ้น
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล การตรวจประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ไปจนถึงการปรับพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย อาหาร การนอน และสุขภาพจิต
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ รูปแบบการนอน และระดับกิจกรรมในแต่ละวัน ซึ่งอาจช่วยให้ผู้คนเข้าใจสุขภาพของตัวเองได้ละเอียดขึ้น
ช
นักวิจัยจึงมองว่า อนาคตของ Healthspan ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงนโยบายสาธารณะ สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ตั้งแต่การเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ การออกแบบเมืองที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ไปจนถึงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
ความสำเร็จของวงการแพทย์ในศตวรรษที่ผ่านมา ทำให้มนุษย์สามารถมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เมื่ออายุขัยเพิ่มขึ้น คำถามสำคัญของโลกจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าเราจะมีชีวิตได้อีกกี่ปีหากอยู่ที่ว่า ปีเหล่านั้นจะเป็นช่วงเวลาที่เรายังสามารถคิด ทำ เคลื่อนไหว เชื่อมโยงกับผู้คน และใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้หรือไม่
Healthspan จึงไม่ได้เข้ามาแทนที่ Lifespan แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับความสำเร็จของสุขภาพ จากการวัดเพียงจำนวนปีที่มีชีวิต ไปสู่การมองว่าปีเหล่านั้นมีคุณภาพเพียงใด ในวันที่มนุษย์สามารถยืดอายุได้มากขึ้น เป้าหมายใหม่ของวงการสุขภาพอาจไม่ใช่เพียงการทำให้คนมีอายุถึง 100 ปี แต่คือการทำให้ทุกปีที่เพิ่มขึ้น เป็นปีที่ยังมีสุขภาพดี มีอิสระ และมีความหมาย
รายงานชิ้นนี้เป็นผลงานของนิสิตฝึกงาน ถิรวัฒน์ เจริญทัศนาวัชร์
- Longevity คืออะไร? เมื่อเป้าหมายคนยุคใหม่ ไม่ใช่แค่อายุยืน แต่ต้องอยู่ดีไปพร้อมกัน
- เปิด 5 กลุ่มโรคซับซ้อนของคนไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- การวิจัยชี้ ทำงานหนักเกินไป เสี่ยงโรคอ้วนมากขึ้น
- งานวิจัยชี้ กินอาหารโปรตีนสูงตอนเช้า ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่า
- Check-list ฟื้นร่าง 24 ชม. ก่อนเข้าออฟฟิศ หลังสงกรานต์
ที่มารูปภาพ : Canva
