ทำไมเราถึงชอบพูด "ขอโทษ" อัตโนมัติ ทั้งที่ไม่ได้ผิด? เช็กด่วนว่าคุณเข้าข่าย "Fawn Response" หรือเปล่า?

หลายคนเคยสังเกตตัวเองไหมว่า ทุกครั้งที่มีความตึงเครียดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดของใคร สิ่งแรกที่ปากพูดออกมาคือ "ขอโทษนะ" ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เหมือนเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เกิดขึ้นทันที แม้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำผิดอะไร หรือทำผิดจริงหรือเปล่า
Fawn Response คืออะไร และต่างจากการเป็นคนสุภาพอย่างไร
Fawn Response เป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้รู้สึกปลอดภัยและเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่สมองรับรู้ว่าอาจเป็นอันตราย แม้สถานการณ์นั้นจะไม่ได้อันตรายจริงๆ ก็ตาม โดยแสดงออกผ่านพฤติกรรมการยอมทำตามหรือยอมปรับตัวเพื่อเอาใจผู้อื่น เช่น ขอโทษทั้งที่ไม่ได้ผิด ซึ่งมักเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจนบางครั้งละเลยความต้องการที่แท้จริง ความรู้สึก หรือขอบเขตของตัวเอง และหันไปให้ความสำคัญกับการทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจแทน
หากเกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้รู้สึกสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง และเหนื่อยล้าทางอารมณ์หลังผ่านสถานการณ์เหล่านั้น เบื้องหลังของ Fawn Response มักขับเคลื่อนด้วยความกลัวการถูกปฏิเสธ ถูกตำหนิ หรือกลัวการเกิดความขัดแย้ง
ประสบการณ์วัยเด็กแบบไหนที่หล่อหลอมพฤติกรรมนี้
การขอโทษบ่อยๆ อาจมีส่วนมาจากประสบการณ์การเรียนรู้ในวัยเด็ก Erik Erikson (1950) ผู้พัฒนาทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคม (Psychosocial Development) อธิบายไว้ในระยะที่ 3 ช่วงอายุ 3-5 ปี ว่าเป็นระยะของความคิดริเริ่มกับความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเริ่มแสดงตัวตนของตัวเองมากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และตั้งคำถามเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ หากได้รับโอกาสเหล่านี้ เด็กจะพัฒนาความคิดริเริ่ม ความมั่นใจ และกล้าตัดสินใจ
แต่ในทางกลับกัน หากถูกจำกัด เช่น ถูกต่อว่าเมื่อมีคำถาม หรือถูกควบคุมไม่ให้เป็นตัวเอง เด็กอาจพัฒนาความรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ ในบางครอบครัวที่เด็กไม่ยอมรับการถูกบังคับ อาจถูกลงโทษหรือถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเองน่ารำคาญ ส่งผลให้เมื่อโตขึ้นอาจกลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจ กลัวถูกตำหนิ และนำวิธีการขอโทษที่เคยได้ผลในวัยเด็กมาใช้ต่อเนื่องจนกลายเป็นนิสัย แม้ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็ตาม

สรุปข่าว
หลายคนเคยสังเกตตัวเองไหมว่า ทุกครั้งที่มีความตึงเครียดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดของใคร สิ่งแรกที่ปากพูดออกมาคือ "ขอโทษนะ" ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เหมือนเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เกิดขึ้นทันที แม้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำผิดอะไร หรือทำผิดจริงหรือเปล่า
Fawn Response คืออะไร และต่างจากการเป็นคนสุภาพอย่างไร
Fawn Response เป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้รู้สึกปลอดภัยและเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่สมองรับรู้ว่าอาจเป็นอันตราย แม้สถานการณ์นั้นจะไม่ได้อันตรายจริงๆ ก็ตาม โดยแสดงออกผ่านพฤติกรรมการยอมทำตามหรือยอมปรับตัวเพื่อเอาใจผู้อื่น เช่น ขอโทษทั้งที่ไม่ได้ผิด ซึ่งมักเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจนบางครั้งละเลยความต้องการที่แท้จริง ความรู้สึก หรือขอบเขตของตัวเอง และหันไปให้ความสำคัญกับการทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจแทน
หากเกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้รู้สึกสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง และเหนื่อยล้าทางอารมณ์หลังผ่านสถานการณ์เหล่านั้น เบื้องหลังของ Fawn Response มักขับเคลื่อนด้วยความกลัวการถูกปฏิเสธ ถูกตำหนิ หรือกลัวการเกิดความขัดแย้ง
ประสบการณ์วัยเด็กแบบไหนที่หล่อหลอมพฤติกรรมนี้
การขอโทษบ่อยๆ อาจมีส่วนมาจากประสบการณ์การเรียนรู้ในวัยเด็ก Erik Erikson (1950) ผู้พัฒนาทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคม (Psychosocial Development) อธิบายไว้ในระยะที่ 3 ช่วงอายุ 3-5 ปี ว่าเป็นระยะของความคิดริเริ่มกับความรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเริ่มแสดงตัวตนของตัวเองมากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และตั้งคำถามเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ หากได้รับโอกาสเหล่านี้ เด็กจะพัฒนาความคิดริเริ่ม ความมั่นใจ และกล้าตัดสินใจ
แต่ในทางกลับกัน หากถูกจำกัด เช่น ถูกต่อว่าเมื่อมีคำถาม หรือถูกควบคุมไม่ให้เป็นตัวเอง เด็กอาจพัฒนาความรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ ในบางครอบครัวที่เด็กไม่ยอมรับการถูกบังคับ อาจถูกลงโทษหรือถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเองน่ารำคาญ ส่งผลให้เมื่อโตขึ้นอาจกลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจ กลัวถูกตำหนิ และนำวิธีการขอโทษที่เคยได้ผลในวัยเด็กมาใช้ต่อเนื่องจนกลายเป็นนิสัย แม้ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็ตาม

Fawn Response เชื่อมกับ People Pleasing และ Trauma Response อย่างไร เป็นสิ่งเดียวกันไหม
Fawn Response คือการตอบสนองต่อภัยคุกคามด้วยการยอมทำตามเพื่อให้รู้สึกปลอดภัยหรือลดความตึงเครียด ซึ่งในบางแนวคิดด้านบาดแผลทางจิตใจเสนอว่านี่เป็นหนึ่งใน Trauma Response จาก 4 วิธี ได้แก่ Fight, Flight, Freeze และ Fawn หากใช้ Fawn Response ซ้ำๆ ต่อเนื่อง พฤติกรรมนี้มีแนวโน้มพัฒนาให้ความภาคภูมิใจในตัวเองลดลงและต้องการการยอมรับมากขึ้น จนอาจกลายเป็นลักษณะนิสัยแบบ People Pleasing คือพยายามทำให้คนรอบข้างมีความสุข จนละเลยหรือขาดการรับรู้ความต้องการของตัวเองไป
รู้ตัวได้ยากแค่ไหน และสัญญาณไหนบอกว่ามันกระทบชีวิตจริงแล้ว
หากได้อ่านบทความนี้แล้วลองสำรวจตัวเองว่ามีพฤติกรรมดังที่กล่าวมาหรือไม่ ก็อาจไม่ใช่เรื่องยากที่จะสังเกตตัวเองได้ สัญญาณหลักๆ ที่บ่งบอกว่า Fawn Response กำลังกระทบชีวิตจริง คือเมื่อใช้มันในการแก้ปัญหาจนไม่สามารถบอกความต้องการที่แท้จริงของตัวเองได้ ต้องสูญเสียพลังงานอย่างมากไปกับเรื่องเหล่านี้ และท้ายที่สุดกลายเป็นคนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนรอบข้างมีความสุข ทั้งที่ตัวตนที่แท้จริงไม่ได้เป็นแบบนั้น
จะเริ่มฝึกตั้ง Boundary โดยไม่รู้สึกผิดได้อย่างไร
สิ่งแรกคือการมองเห็นว่าการยอมมาโดยตลอดเริ่มส่งผลเสียอย่างไรกับตัวเอง
และตระหนักว่าเรามีสิทธิ์แสดงออกถึงสิ่งที่ต้องการ เพราะ Boundary ไม่ใช่การผลักไสผู้อื่น แต่เป็นการกำหนดขอบเขตของตัวเองและเคารพทั้งตัวเองและผู้อื่น
การเริ่มต้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่ทุกคนสามารถเริ่มได้ และมันคือการกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเองที่อาจมองข้ามไป ในช่วงแรกอาจรู้สึกผิด เพราะสมองกำลังเรียนรู้
รูปแบบความสัมพันธ์แบบใหม่ แต่ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่ากำลังทำสิ่งที่ผิด
หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิกติดต่อได้ที่
Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2
โทร 085-355-2255
Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์
โทร 02-481-5555 ต่อ 8300
Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)
- "อยู่กับปัจจุบัน" ทางลัดสู่ "ความมั่นคงจากภายใน" ในวันที่โลกหมุนเร็วจน"ใจเคว้ง"
- เมื่อถูก "ทำร้ายจิตใจ" ควรทำอย่างไรให้ใจยังดี จิตแพทย์แนะ 4 วิธี รักษาใจให้ไม่พัง!
- ทำไมการใช้เวลาออนไลน์มากเกินไปจึงทำให้เราไม่มีความสุข
- ยิปซี-ยิปโซ ประกาศยุติทำรายการ แยกย้ายกันไปรักษาตัว และหัวใจ .
- ไม่ว่าจะดีหรือไม่ คนหนุ่มสาวหันมาพึ่งพาแชทบอท AI เพื่อสนับสนุนด้านอารมณ์
ที่มาข้อมูล : ไพซอล ดาเด๊ะ นักจิตวิทยาคลินิก
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
