ทำไมการใช้เวลาออนไลน์มากเกินไปจึงทำให้เราไม่มีความสุข

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมการใช้เวลาออนไลน์มากเกินไปจึงทำให้เราไม่มีความสุข

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One พบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีปัญหา (Problematic Internet Use) มีระดับความเครียดสูงกว่า อารมณ์ด้านลบมากกว่า และมีแนวโน้มละเลยหน้าที่ การเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์ในชีวิตจริง

การใช้อินเทอร์เน็ตแบบไหนที่เรียกว่า "มีปัญหา"


ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยดุยส์บวร์ก-เอสเซน ประเทศเยอรมนี ศึกษาผู้ใหญ่กว่า 900 คน พบว่า การใช้อินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นปัญหาเมื่อผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมเวลาออนไลน์ได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

  • ใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียหรือเล่นเกมนานเกินไป
  • เช็กโทรศัพท์หรือแจ้งเตือนตลอดเวลา
  • เลื่อนหน้าจอโดยไม่รู้ตัว
  • งาน การเรียน หรือความสัมพันธ์ได้รับผลกระทบ
  • รู้สึกหงุดหงิดหรือกระวนกระวายเมื่อไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต


นักวิจัยยังพบว่า ความเครียดและอารมณ์ด้านลบเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้คนหันไปใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น แต่เมื่อใช้งานมากเกินไป ก็กลับยิ่งทำให้ความเครียดเพิ่มขึ้น กลายเป็นวงจรที่เกิดซ้ำไม่รู้จบ


ทำไมยิ่งออนไลน์มาก ยิ่งไม่มีความสุข

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การใช้เวลาหน้าจอมากเกินไปส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจหลายด้าน


1. เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง

เวลาที่หมดไปกับหน้าจอ มักแลกมากับการออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพและความสุข

2. สมองเหนื่อยล้าจากข้อมูลจำนวนมาก

การสลับระหว่างแอปพลิเคชัน ตอบแชต เช็กอีเมล และไถโซเชียลมีเดียพร้อมกัน ทำให้สมองต้องประมวลผลข้อมูลตลอดเวลา จนเกิดความล้าและสมาธิลดลง

3. เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพชีวิตที่ผ่านการคัดเลือกและตกแต่ง ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า หรือไม่ประสบความสำเร็จเท่าผู้อื่น

4. ปฏิสัมพันธ์ออนไลน์อาจสร้างความเครียด

ผู้คนมักแสดงพฤติกรรมรุนแรงหรือแสดงความคิดเห็นโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ เพราะไม่ได้เผชิญหน้ากันโดยตรง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและความเครียดได้ง่าย

5. ความสัมพันธ์ในโลกจริงลดลง

แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น แต่ความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพยังคงเกิดขึ้นได้ดีที่สุดจากการพบปะ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันแบบตัวต่อตัว



สรุปข่าว

งานวิจัยพบว่า การใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปสัมพันธ์กับความเครียด อารมณ์ด้านลบ และคุณภาพชีวิตที่ลดลง เพราะทำให้สมองเหนื่อยล้าและลดปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จัดสมดุลเวลาออนไลน์กับการออกกำลังกาย พักหน้าจอ และใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อน เพื่อเสริมสุขภาพกายและใจในระยะยาว

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One พบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีปัญหา (Problematic Internet Use) มีระดับความเครียดสูงกว่า อารมณ์ด้านลบมากกว่า และมีแนวโน้มละเลยหน้าที่ การเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์ในชีวิตจริง

การใช้อินเทอร์เน็ตแบบไหนที่เรียกว่า "มีปัญหา"


ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยดุยส์บวร์ก-เอสเซน ประเทศเยอรมนี ศึกษาผู้ใหญ่กว่า 900 คน พบว่า การใช้อินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นปัญหาเมื่อผู้ใช้ไม่สามารถควบคุมเวลาออนไลน์ได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

  • ใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียหรือเล่นเกมนานเกินไป
  • เช็กโทรศัพท์หรือแจ้งเตือนตลอดเวลา
  • เลื่อนหน้าจอโดยไม่รู้ตัว
  • งาน การเรียน หรือความสัมพันธ์ได้รับผลกระทบ
  • รู้สึกหงุดหงิดหรือกระวนกระวายเมื่อไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต


นักวิจัยยังพบว่า ความเครียดและอารมณ์ด้านลบเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้คนหันไปใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น แต่เมื่อใช้งานมากเกินไป ก็กลับยิ่งทำให้ความเครียดเพิ่มขึ้น กลายเป็นวงจรที่เกิดซ้ำไม่รู้จบ


ทำไมยิ่งออนไลน์มาก ยิ่งไม่มีความสุข

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การใช้เวลาหน้าจอมากเกินไปส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจหลายด้าน


1. เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง

เวลาที่หมดไปกับหน้าจอ มักแลกมากับการออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพและความสุข

2. สมองเหนื่อยล้าจากข้อมูลจำนวนมาก

การสลับระหว่างแอปพลิเคชัน ตอบแชต เช็กอีเมล และไถโซเชียลมีเดียพร้อมกัน ทำให้สมองต้องประมวลผลข้อมูลตลอดเวลา จนเกิดความล้าและสมาธิลดลง

3. เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพชีวิตที่ผ่านการคัดเลือกและตกแต่ง ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า หรือไม่ประสบความสำเร็จเท่าผู้อื่น

4. ปฏิสัมพันธ์ออนไลน์อาจสร้างความเครียด

ผู้คนมักแสดงพฤติกรรมรุนแรงหรือแสดงความคิดเห็นโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ เพราะไม่ได้เผชิญหน้ากันโดยตรง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและความเครียดได้ง่าย

5. ความสัมพันธ์ในโลกจริงลดลง

แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น แต่ความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพยังคงเกิดขึ้นได้ดีที่สุดจากการพบปะ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันแบบตัวต่อตัว



รู้จัก "สิ่งกระตุ้น" ที่ทำให้หยิบโทรศัพท์


นักจิตวิทยาระบุว่า พฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปมีลักษณะคล้ายการเสพติดหรือพฤติกรรมบังคับ หลายครั้งผู้ใช้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ลองสังเกตว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น เช่น

  • เครียดจากงาน
  • ทะเลาะกับคนใกล้ตัว
  • เหนื่อยหรือเบื่อ
  • รู้สึกโดดเดี่ยว
  • ต้องการหลีกหนีความรู้สึกไม่สบายใจ

เมื่อรู้ว่าตัวกระตุ้นคืออะไร จะช่วยให้จัดการพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น


วิธีลดการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างได้ผล


ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากรู้สึกอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ลองรอประมาณ 5 นาที แล้วทำกิจกรรมอื่นแทน เช่น

  • เดินหรือออกกำลังกายเบา ๆ
  • ฟังเพลง
  • ฝึกหายใจหรือผ่อนคลาย
  • อ่านหนังสือ
  • พูดคุยกับคนในครอบครัว

เมื่อทำได้แล้ว ค่อย ๆ เพิ่มเวลาที่ไม่จับโทรศัพท์ให้นานขึ้น

อีกวิธีที่ได้ผลคือกำหนดช่วงเวลา "ปลอดหน้าจอ" เช่น ปิดอินเทอร์เน็ตในช่วงเย็น รับประทานอาหารโดยไม่ใช้โทรศัพท์ หรือใช้วันหยุดทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกับครอบครัว



ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่บนหน้าจอ

งานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสุขอย่างยั่งยืน ได้แก่

  • การออกกำลังกาย
  • การใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน
  • การพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • การทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • การช่วยเหลือผู้อื่น
  • การมีปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้ากัน

แม้อินเทอร์เน็ตจะเป็นเครื่องมือสำคัญในชีวิต แต่หากใช้อย่างไม่เหมาะสม ก็อาจกลายเป็นวงจรที่เพิ่มความเครียดและลดคุณภาพชีวิต การจัดสรรเวลาให้สมดุลระหว่างโลกออนไลน์และโลกความจริง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์กับคนรอบตัวดีขึ้นในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ

แท็กบทความ

สุขภาพจิต
การใช้อินเทอร์เน็ต
โซเชียลมีเดียความเครียด
Screen Time