เลิกเข้าใจผิด! "โรคจิต" ไม่ได้แปลว่า "อนาจาร" มาดู 5 อาการจริงทาง "จิตเวช" ที่คุณอาจไม่เคยรู้

Share on Line Share on Facebook Share on X
เลิกเข้าใจผิด! "โรคจิต" ไม่ได้แปลว่า "อนาจาร" มาดู 5 อาการจริงทาง "จิตเวช" ที่คุณอาจไม่เคยรู้

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับคำว่าโรคจิต คืออะไร? โดยระบุว่า


คำว่าโรคจิตคืออะไร? เมื่อคำด่าในชีวิตประจำวัน ต่างจากความจริงทางการแพทย์


ในชีวิตประจำวันเรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า "โรคจิต" ในลักษณะของคำต่อว่าหรือคำด่าเพื่อเรียกคนที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาด น่ากลัว ทำตัวลามกอนาจาร หรือชอบทำอะไรพิเรนทร์ผิดมนุษย์มนา แต่ในทางจิตเวชศาสตร์และทางการแพทย์แล้ว คำว่า โรคจิต มีนิยามและเกณฑ์การวินิจฉัยที่จำเพาะเจาะจงและแตกต่างจากความเข้าใจของสังคมอย่างสิ้นเชิง


ในทางการแพทย์ คำว่าโรคจิตมีความหมายตรงกับคำว่า Psychosis ซึ่งหมายถึง สภาวะที่สมองมีการรับรู้ความจริงที่บิดเบือนหรือผิดแปลกไปจากความเป็นจริงรอบตัว โดยจะแสดงออกผ่านกลุ่มอาการสำคัญ 5 ข้อหลักๆ ดังนี้


กลุ่มอาการหลักของภาวะโรคจิต

1. ความคิดหลงผิด

เป็นความเชื่อที่ฝังหัวอย่างรุนแรงโดยไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่สามารถใช้เหตุผลหรือหลักฐานใดๆ มาหักล้างได้ เช่น มีความหวาดระแวงฝังใจว่ามีคนคอยสะกดรอยตาม ดักฟัง หรือปองร้ายตลอดเวลา ปักใจเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษมีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ หรือคิดไปเองว่าเดินไปไหนก็มีแต่คนจ้องมองและพูดนินทาถึงตัวเองอยู่ตลอด


2. อาการประสาทหลอน

เป็นการรับรู้ทางประสาทสัมผัสทั้งที่ไม่มีสิ่งเร้าภายนอกมากระตุ้นจริง ที่พบบ่อยที่สุดคืออาการหูแว่ว เช่น ได้ยินเสียงคนคุยกันนินทาว่าร้าย หรือได้ยินเสียงสั่งให้ทำสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเห็นภาพหลอน หรือมีความรู้สึกแปลกๆ ตามผิวหนังเหมือนมีตัวอะไรมาไต่ตอม


3. การพูดและเรียบเรียงความคิดสับสน

ระบบความคิดภายในสมองจะไม่สามารถปะติดปะต่อกันได้ ส่งผลให้ออกมาทางคำพูดและการสื่อสาร เช่น พูดจาวนเวียนไม่ตรงประเด็น เปลี่ยนเรื่องพูดกะทันหันโดยไม่มีความเชื่อมโยง หรือใช้รูปประโยคที่ผิดแปลกไปจนคนฟังไม่สามารถเข้าใจได้


4. พฤติกรรมผิดปกติแปลกประหลาด

มีการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือแสดงท่าทางแปลกๆ เช่น อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาร่ายรำ ใส่เสื้อผ้าหนาๆ หลายชั้นในวันที่อากาศร้อนจัด หรือนิ่งค้างในท่าทางที่ผิดธรรมชาติเป็นเวลานาน


5. อาการด้านลบ

เป็นภาวะที่ความสามารถในการใช้ชีวิตลดถอยลงไป เช่น การแยกตัวออกจากสังคมอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมออกไปเจอใคร ไม่ดูแลสุขอนามัยของตัวเอง รวมถึงมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เฉยชา ใบหน้านิ่งเรียบไร้ความรู้สึก

สรุปข่าว

คำว่า "โรคจิต" ในทางการแพทย์ไม่ได้หมายถึงคนลามกหรือคนนิสัยไม่ดี แต่หมายถึงสภาวะ Psychosis หรือโรคที่สมองสูญเสียความสามารถในการรับรู้ความเป็นจริง ทำให้เกิดอาการหลงผิด หูแว่ว หรือพฤติกรรมแปลกประหลาด ซึ่งเป็นโรคทางสมองที่ต้องการการดูแลและรักษาด้วยยาจากจิตแพทย์

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ได้โพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับคำว่าโรคจิต คืออะไร? โดยระบุว่า


คำว่าโรคจิตคืออะไร? เมื่อคำด่าในชีวิตประจำวัน ต่างจากความจริงทางการแพทย์


ในชีวิตประจำวันเรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า "โรคจิต" ในลักษณะของคำต่อว่าหรือคำด่าเพื่อเรียกคนที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาด น่ากลัว ทำตัวลามกอนาจาร หรือชอบทำอะไรพิเรนทร์ผิดมนุษย์มนา แต่ในทางจิตเวชศาสตร์และทางการแพทย์แล้ว คำว่า โรคจิต มีนิยามและเกณฑ์การวินิจฉัยที่จำเพาะเจาะจงและแตกต่างจากความเข้าใจของสังคมอย่างสิ้นเชิง


ในทางการแพทย์ คำว่าโรคจิตมีความหมายตรงกับคำว่า Psychosis ซึ่งหมายถึง สภาวะที่สมองมีการรับรู้ความจริงที่บิดเบือนหรือผิดแปลกไปจากความเป็นจริงรอบตัว โดยจะแสดงออกผ่านกลุ่มอาการสำคัญ 5 ข้อหลักๆ ดังนี้


กลุ่มอาการหลักของภาวะโรคจิต

1. ความคิดหลงผิด

เป็นความเชื่อที่ฝังหัวอย่างรุนแรงโดยไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่สามารถใช้เหตุผลหรือหลักฐานใดๆ มาหักล้างได้ เช่น มีความหวาดระแวงฝังใจว่ามีคนคอยสะกดรอยตาม ดักฟัง หรือปองร้ายตลอดเวลา ปักใจเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษมีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ หรือคิดไปเองว่าเดินไปไหนก็มีแต่คนจ้องมองและพูดนินทาถึงตัวเองอยู่ตลอด


2. อาการประสาทหลอน

เป็นการรับรู้ทางประสาทสัมผัสทั้งที่ไม่มีสิ่งเร้าภายนอกมากระตุ้นจริง ที่พบบ่อยที่สุดคืออาการหูแว่ว เช่น ได้ยินเสียงคนคุยกันนินทาว่าร้าย หรือได้ยินเสียงสั่งให้ทำสิ่งต่างๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงการเห็นภาพหลอน หรือมีความรู้สึกแปลกๆ ตามผิวหนังเหมือนมีตัวอะไรมาไต่ตอม


3. การพูดและเรียบเรียงความคิดสับสน

ระบบความคิดภายในสมองจะไม่สามารถปะติดปะต่อกันได้ ส่งผลให้ออกมาทางคำพูดและการสื่อสาร เช่น พูดจาวนเวียนไม่ตรงประเด็น เปลี่ยนเรื่องพูดกะทันหันโดยไม่มีความเชื่อมโยง หรือใช้รูปประโยคที่ผิดแปลกไปจนคนฟังไม่สามารถเข้าใจได้


4. พฤติกรรมผิดปกติแปลกประหลาด

มีการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือแสดงท่าทางแปลกๆ เช่น อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาร่ายรำ ใส่เสื้อผ้าหนาๆ หลายชั้นในวันที่อากาศร้อนจัด หรือนิ่งค้างในท่าทางที่ผิดธรรมชาติเป็นเวลานาน


5. อาการด้านลบ

เป็นภาวะที่ความสามารถในการใช้ชีวิตลดถอยลงไป เช่น การแยกตัวออกจากสังคมอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมออกไปเจอใคร ไม่ดูแลสุขอนามัยของตัวเอง รวมถึงมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เฉยชา ใบหน้านิ่งเรียบไร้ความรู้สึก

การจำแนกประเภทของโรคในกลุ่มโรคจิต

ภาวะโรคจิตสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งในทางคลินิกจะมีการแบ่งแยกย่อยออกเป็นโรคต่างๆ ตามระยะเวลาและสิ่งกระตุ้น เช่น


• โรคจิตเภท: เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มนี้ โดยคนไข้จะมีอาการหลงผิด ประสาทหลอน หรือพฤติกรรมแปลกประหลาดต่อเนื่องยาวนาน และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว


• โรคหลงผิด: คนไข้ในกลุ่มนี้จะไม่มีอาการหูแว่วหรือภาพหลอนเด่นชัด แต่จะมีระบบความคิดที่หลงผิดเป็นเรื่องเป็นราวอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น ระแวงว่าแฟนมีชู้ หรือคิดว่าตัวเองกำลังถูกปองร้ายจากองค์กรลับ


• โรคจิตชนิดเฉียบพลัน: มีอาการโรคจิตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน มักมีชนวนเหตุมาจากความเครียดหรือวิกฤตชีวิตอย่างรุนแรง แต่อาการจะคงอยู่ไม่เกิน 1 เดือนแล้วหายเป็นปกติ


• โรคจิตที่มีอาการคล้ายจิตเภท: มีลักษณะอาการเหมือนโรคจิตเภททุกประการ แต่อาการจะเกิดขึ้นและสิ้นสุดลงในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่าง 1 ถึง 6 เดือน


• โรคจิตที่เกิดจากสารเสพติด: เกิดจากสารเคมีในยาเสพติด เช่น ยาบ้า ไอซ์ หรือการเมาเหล้าอย่างหนัก เข้าไปรบกวนสมองจนทำให้เกิดอาการหูแว่วหวาดระแวงชั่วคราว


• โรคจิตที่เกิดจากโรคทางกาย: เกิดจากความแปรปรวนของระบบร่างกายที่ส่งผลต่อสมองโดยตรง เช่น ภาวะสมองอักเสบ ไข้ขึ้นสูงจัด หรือสารเคมีในร่างกายเสียสมดุล


สรุปคือ คำว่า "โรคจิต" ในทางการแพทย์ไม่ได้หมายถึงคนลามกหรือคนนิสัยไม่ดี แต่หมายถึงสภาวะ Psychosis หรือโรคที่สมองสูญเสียความสามารถในการรับรู้ความเป็นจริง ทำให้เกิดอาการหลงผิด หูแว่ว หรือพฤติกรรมแปลกประหลาด ซึ่งเป็นโรคทางสมองที่ต้องการการดูแลและรักษาด้วยยาจากจิตแพทย์


ข้อมูลจาก เพจ หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆhttps://www.facebook.com/profile.php?id=61557447432049

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง