
ทำไมเวลาเครียดมากๆเราถึงรู้สึกเหมือนโดนบีบเป็นสกุชชี่? อาการนี้อันตรายไหม?
"สกุชชี่" คือของเล่นนุ่มๆที่เวลาเราบีบมันจะยุบลงไปตามแรงกด แล้วค่อยๆคืนรูปกลับมาเมื่อแรงนั้นหายไป ซึ่งถ้าเอามาเปรียบกับความรู้สึกของคนที่เครียดมาก กดดันมาก หรือถูกสถานการณ์รอบตัวบีบเข้ามาพร้อมกัน มันอาจเป็นภาพเปรียบเทียบที่แม่นมาก เพราะบางคนไม่ได้รู้สึกเครียดแค่ในความคิด แต่รู้สึกเหมือนทั้งร่างกายถูกกด ถูกบีบ ถูกย่อให้เล็กลง หายใจไม่เต็มปอด แน่นหน้าอก ไหล่เกร็ง ท้องปั่นป่วน มือเย็น ใจสั่น หรือรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะทนต่อแรงกดนี้ไม่ไหว
ในทางจิตเวชและจิตวิทยา ความรู้สึกแบบนี้มักเกี่ยวข้องกับระบบความเครียดของร่างกาย โดยเฉพาะระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำงานเหมือนทีมเอฟเฟกต์เสียงในหนังระทึกขวัญ พอสมองตีความว่าสถานการณ์ตรงหน้าอันตราย กดดัน หรือควบคุมไม่ได้ ร่างกายจะเร่งโหมดสู้ หนี หรือแข็งค้างขึ้นมา แม้ตรงหน้าอาจไม่ใช่เสือ ไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่ภัยชีวิตจริงๆแต่สมองส่วนที่ดูแลภัยคุกคามอาจตอบสนองเหมือนเรากำลังถูกล้อมไว้ ทำให้ความเครียดไม่ได้อยู่แค่ในหัว แต่ลงมาเป็นความรู้สึกจริงในกล้ามเนื้อ ลมหายใจ หัวใจ กระเพาะ และผิวหนัง
อาการนี้น่ากลัวแค่ไหน?
คำตอบคือ ส่วนใหญ่ไม่ได้น่ากลัวในความหมายว่า “กำลังจะตาย” แต่ก็น่าใส่ใจในความหมายว่า “ระบบในตัวเรากำลังรับแรงกดมากเกินไป” เหมือนสกุชชี่ที่ถ้าถูกบีบครั้งเดียวแล้วปล่อย มันยังคืนรูปได้ แต่ถ้าถูกบีบซ้ำๆทั้งวัน ทั้งเดือน ทั้งปี โดยไม่มีเวลาพัก ไม่มีพื้นที่ปลอดภัย และไม่มีวิธีระบายแรงกด ร่างกายและใจอาจเริ่มล้า นอนไม่ดี หงุดหงิดง่าย สมาธิลดลง ร้องไห้ง่าย ปวดหัว ปวดคอ ปวดท้อง หรือพัฒนาเป็นภาวะวิตกกังวล แพนิค หรือซึมเศร้าตามมาได้

สรุปข่าว
ทำไมเวลาเครียดมากๆเราถึงรู้สึกเหมือนโดนบีบเป็นสกุชชี่? อาการนี้อันตรายไหม?
"สกุชชี่" คือของเล่นนุ่มๆที่เวลาเราบีบมันจะยุบลงไปตามแรงกด แล้วค่อยๆคืนรูปกลับมาเมื่อแรงนั้นหายไป ซึ่งถ้าเอามาเปรียบกับความรู้สึกของคนที่เครียดมาก กดดันมาก หรือถูกสถานการณ์รอบตัวบีบเข้ามาพร้อมกัน มันอาจเป็นภาพเปรียบเทียบที่แม่นมาก เพราะบางคนไม่ได้รู้สึกเครียดแค่ในความคิด แต่รู้สึกเหมือนทั้งร่างกายถูกกด ถูกบีบ ถูกย่อให้เล็กลง หายใจไม่เต็มปอด แน่นหน้าอก ไหล่เกร็ง ท้องปั่นป่วน มือเย็น ใจสั่น หรือรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะทนต่อแรงกดนี้ไม่ไหว
ในทางจิตเวชและจิตวิทยา ความรู้สึกแบบนี้มักเกี่ยวข้องกับระบบความเครียดของร่างกาย โดยเฉพาะระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำงานเหมือนทีมเอฟเฟกต์เสียงในหนังระทึกขวัญ พอสมองตีความว่าสถานการณ์ตรงหน้าอันตราย กดดัน หรือควบคุมไม่ได้ ร่างกายจะเร่งโหมดสู้ หนี หรือแข็งค้างขึ้นมา แม้ตรงหน้าอาจไม่ใช่เสือ ไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่ภัยชีวิตจริงๆแต่สมองส่วนที่ดูแลภัยคุกคามอาจตอบสนองเหมือนเรากำลังถูกล้อมไว้ ทำให้ความเครียดไม่ได้อยู่แค่ในหัว แต่ลงมาเป็นความรู้สึกจริงในกล้ามเนื้อ ลมหายใจ หัวใจ กระเพาะ และผิวหนัง
อาการนี้น่ากลัวแค่ไหน?
คำตอบคือ ส่วนใหญ่ไม่ได้น่ากลัวในความหมายว่า “กำลังจะตาย” แต่ก็น่าใส่ใจในความหมายว่า “ระบบในตัวเรากำลังรับแรงกดมากเกินไป” เหมือนสกุชชี่ที่ถ้าถูกบีบครั้งเดียวแล้วปล่อย มันยังคืนรูปได้ แต่ถ้าถูกบีบซ้ำๆทั้งวัน ทั้งเดือน ทั้งปี โดยไม่มีเวลาพัก ไม่มีพื้นที่ปลอดภัย และไม่มีวิธีระบายแรงกด ร่างกายและใจอาจเริ่มล้า นอนไม่ดี หงุดหงิดง่าย สมาธิลดลง ร้องไห้ง่าย ปวดหัว ปวดคอ ปวดท้อง หรือพัฒนาเป็นภาวะวิตกกังวล แพนิค หรือซึมเศร้าตามมาได้

วิธีจัดการแบบง่ายที่สุด
ในช่วงที่รู้สึกเหมือนโดนบีบ คืออย่าเริ่มจากการสั่งตัวเองว่า “หยุดคิด” เพราะยิ่งสั่ง สมองอาจยิ่งตื่น แต่ให้เริ่มจากการบอกตัวเองว่า “ตอนนี้ร่างกายกำลังเข้าโหมดรับมือกับความกดดัน” จากนั้นค่อยพาร่างกายกลับมาด้วยของที่จับต้องได้ เช่น หายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้า คลายไหล่ลง กดเท้ากับพื้น มองหาของ 5 อย่างรอบตัว แตะสิ่งของที่มีผิวสัมผัสชัดเจน ดื่มน้ำช้าๆหรือเดินออกจากจุดที่กดดันสักครู่ เพราะบางครั้งการรักษาใจเริ่มจากการทำให้ร่างกายรู้ว่า “ตอนนี้ปลอดภัยพอแล้ว”
แต่ถ้าอาการโดนบีบแบบนี้เกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น มีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม กลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือเริ่มหลีกเลี่ยงงาน ผู้คน สถานที่ หรือสถานการณ์ที่เคยใช้ชีวิตได้ตามปกติ แบบนี้ไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของความอดทนอย่างเดียว เพราะมันอาจเป็นสัญญาณว่าระบบความเครียดกำลังทำงานหนักเกินไป และการได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญอาจช่วยแยกได้ว่าเป็นความเครียดสะสม วิตกกังวล แพนิค ภาวะหมดไฟ หรือมีโรคทางกายบางอย่างร่วมด้วยหรือไม่
สกุชชี่ที่ถูกบีบไม่ได้เสียคุณค่าของมัน มันแค่กำลังถูกแรงกดมากกว่าปกติ และมนุษย์เราก็เช่นกัน บางวันที่คุณรู้สึกเหมือนตัวเองยุบลง เล็กลง หรือแทบคืนรูปไม่ไหว นั่นไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ แต่มันอาจแปลว่าคุณอยู่กับแรงกดมานานเกินไป และสิ่งที่คุณต้องการอาจไม่ใช่การโทษตัวเองให้เก่งขึ้น แต่คือการหาวิธีปล่อยแรงบีบออกจากชีวิตทีละนิดอย่างปลอดภัย
ที่มาข้อมูล : นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี
ที่มารูปภาพ : GEMINI ,Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
