
ก่อนประจำเดือนมาทำไมถึงดิ่งมาก? เข้าใจภาวะโรคซึมเศร้าที่แย่ลงจากรอบเดือน
อาการสิ้นหวัง เหนื่อยอึดอัด และอารมณ์ดิ่งจมลงไปมากกว่าปกติในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมา เป็นปรากฏการณ์ทางคลินิกที่พบบ่อยมากในผู้หญิง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคทางจิตเวชร่วมอยู่เดิมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ หรือโรคตื่นตระหนกวิตกกังวล
ในทางการแพทย์เราเรียกภาวะที่ความแปรปรวนของฮอร์โมนเพศหญิงเข้าไปซ้ำเติมให้โรคทางจิตเวชเดิมมีอาการรุนแรงขึ้นนี้ว่า Premenstrual Exacerbation (หรือบางครั้งเรียกว่า Premenstrual Aggravate Depression ในกรณีของโรคซึมเศร้า) ซึ่งเกิดจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนดิ่งลดระดับลงอย่างรวดเร็วในเนื้อสมองช่วงครึ่งหลังของรอบเดือน ส่งผลให้สารเซโรโทนินที่ควบคุมความสุขและความคงที่ของอารมณ์ลดต่ำลงตามไปด้วย อาการดิ่งกระวนกระวายหรือความคิดไม่อยากอยู่จึงพุ่งสูงขึ้นมาเป็นช่วงๆ
แนวทางการปรับเปลี่ยนและรักษา
เมื่อประเมินแล้วพบว่าอาการดิ่งสัมพันธ์กับรอบเดือนอย่างชัดเจน การวางแผนดูแลรักษาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้
1. การปรับเปลี่ยนในแง่ของยาต้านเศร้า
หากคนไข้มีอาการดิ่งทางอารมณ์รุนแรงจนเสี่ยงอันตรายในช่วงนี้ จิตแพทย์อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการให้ยาใน 2 รูปแบบหลักๆ:
• การเพิ่มยาเฉพาะช่วง: แพทย์อาจแนะนำให้คนไข้เพิ่มปริมาณยาต้านเศร้าขึ้นชั่วคราว (เช่น เพิ่มครึ่งเม็ด) เฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมา และปรับลดกลับมาเท่าเดิมเมื่อประจำเดือนมาแล้ว
• การปรับยาให้คงที่ระยะยาว: หากอาการแกว่งรุนแรงมากในทุกๆ เดือน อาจพิจารณาปรับเพิ่มขนาดยาหลักให้สูงขึ้นและคงที่สม่ำเสมอตลอดทั้งเดือน เพื่อสร้างเกราะกำบังเคมีในสมองไม่ให้ดิ่งวูบวาบตามฮอร์โมน

สรุปข่าว
ก่อนประจำเดือนมาทำไมถึงดิ่งมาก? เข้าใจภาวะโรคซึมเศร้าที่แย่ลงจากรอบเดือน
อาการสิ้นหวัง เหนื่อยอึดอัด และอารมณ์ดิ่งจมลงไปมากกว่าปกติในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมา เป็นปรากฏการณ์ทางคลินิกที่พบบ่อยมากในผู้หญิง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคทางจิตเวชร่วมอยู่เดิมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ หรือโรคตื่นตระหนกวิตกกังวล
ในทางการแพทย์เราเรียกภาวะที่ความแปรปรวนของฮอร์โมนเพศหญิงเข้าไปซ้ำเติมให้โรคทางจิตเวชเดิมมีอาการรุนแรงขึ้นนี้ว่า Premenstrual Exacerbation (หรือบางครั้งเรียกว่า Premenstrual Aggravate Depression ในกรณีของโรคซึมเศร้า) ซึ่งเกิดจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนดิ่งลดระดับลงอย่างรวดเร็วในเนื้อสมองช่วงครึ่งหลังของรอบเดือน ส่งผลให้สารเซโรโทนินที่ควบคุมความสุขและความคงที่ของอารมณ์ลดต่ำลงตามไปด้วย อาการดิ่งกระวนกระวายหรือความคิดไม่อยากอยู่จึงพุ่งสูงขึ้นมาเป็นช่วงๆ
แนวทางการปรับเปลี่ยนและรักษา
เมื่อประเมินแล้วพบว่าอาการดิ่งสัมพันธ์กับรอบเดือนอย่างชัดเจน การวางแผนดูแลรักษาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้
1. การปรับเปลี่ยนในแง่ของยาต้านเศร้า
หากคนไข้มีอาการดิ่งทางอารมณ์รุนแรงจนเสี่ยงอันตรายในช่วงนี้ จิตแพทย์อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการให้ยาใน 2 รูปแบบหลักๆ:
• การเพิ่มยาเฉพาะช่วง: แพทย์อาจแนะนำให้คนไข้เพิ่มปริมาณยาต้านเศร้าขึ้นชั่วคราว (เช่น เพิ่มครึ่งเม็ด) เฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนจะมา และปรับลดกลับมาเท่าเดิมเมื่อประจำเดือนมาแล้ว
• การปรับยาให้คงที่ระยะยาว: หากอาการแกว่งรุนแรงมากในทุกๆ เดือน อาจพิจารณาปรับเพิ่มขนาดยาหลักให้สูงขึ้นและคงที่สม่ำเสมอตลอดทั้งเดือน เพื่อสร้างเกราะกำบังเคมีในสมองไม่ให้ดิ่งวูบวาบตามฮอร์โมน

2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิต
การปรับพฤติกรรมในช่วงครึ่งหลังของรอบเดือนเป็นฐานรากสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของอารมณ์ได้ดี:
• ปรับการกิน: ควรงดหรือลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และอาหารที่มีรสเค็มจัดหวานจัด เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทให้ยิ่งวิตกกังวล สวิงง่าย และเกิดอาการบวมน้ำทางร่างกาย
• เพิ่มการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ: การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือปั่นจักรยานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีธรรมชาติที่ช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่และลดความเครียดสะสม
• ฝึกฝนการผ่อนคลายระบบประสาท: การฝึกสติ นั่งสมาธิ หรือการฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ จะช่วยลดการทำงานของสมองส่วนอารมณ์ที่กำลังไวต่อสิ่งเร้า ทำให้เราสามารถเท่าทันอารมณ์ดิ่งเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นและประคับประคองใจผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ง่ายขึ้น
สรุปสั้นๆ คือ ภาวะอารมณ์ดิ่งสิ้นหวังก่อนมีประจำเดือนในผู้ป่วยจิตเวช เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิงช่วงท้ายรอบเดือนดิ่งลงไปรบกวนสารเคมีสมอง การแก้ไขสามารถทำได้โดยการปรึกษาจิตแพทย์เพื่อพิจารณาเพิ่มยาต้านเศร้าชั่วคราวก่อนรอบเดือน 2 สัปดาห์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและงดคาเฟอีนเพื่อช่วยประคองอารมณ์ให้คงที่
เพจ หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ
- "คนที่ดูเข้มแข็งที่สุด" อาจซ่อน"ความแตกสลายไว้ภายในใจ" ความจริงชวนคิดจากจิตแพทย์!
- คนเป็นซึมเศร้า "ประสาทสัมผัสทั้ง 5" อาจทำงานลดลง ไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ
- โรคซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นในรอบ 10 ปี อาจมาจากการเล่นโซเซียลมีเดีย
- "เหนื่อยอยู่คนเดียว"สู้อยู่คนเดียว จิตแพทย์เตือน น่ากลัวกว่าที่คิด!
- สัญญาณบอกซึมเศร้าอาจหาได้จากผลตรวจเลือด
ที่มาข้อมูล : เพจ หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ
ที่มารูปภาพ : เพจ หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ , Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
