
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาคการผลิตข้าวของไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยแล้งและความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ การแข่งขันด้านราคาจากประเทศผู้ส่งออก รวมถึงแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกษตรกรไทยจำเป็นต้องปรับตัวสู่ระบบเกษตรสมัยใหม่ โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรมาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว
สรุปข่าว
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาคการผลิตข้าวของไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยแล้งและความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ การแข่งขันด้านราคาจากประเทศผู้ส่งออก รวมถึงแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกษตรกรไทยจำเป็นต้องปรับตัวสู่ระบบเกษตรสมัยใหม่ โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรมาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว
เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมการข้าวบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การขยายผลการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและแปลงใหญ่ โดยคัดเลือกพื้นที่และกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมเป็นพื้นที่นำร่อง ใช้ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่ และเกษตรกรต้นแบบเป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ การรวบรวมข้อมูล และการเชื่อมโยงตลาด
ขณะเดียวกัน จะเร่งยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดการเผาฟาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนามาตรฐานและระบบข้อมูลข้าวคาร์บอนต่ำให้เกษตรกรสามารถเข้าร่วมได้ตามระดับความพร้อม พร้อมจัดทำระบบติดตาม ตรวจวัด และตรวจสอบย้อนกลับที่มีความน่าเชื่อถือ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลแปลงเกษตร เพื่อลดภาระและต้นทุนในการรับรองมาตรฐานของเกษตรกร
ในด้านการตลาด จะมีการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต การแปรรูป และการจำหน่าย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันข้าวคุณภาพและข้าวคาร์บอนต่ำเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร โดยกำหนดเป้าหมายและระบบติดตามผลอย่างชัดเจน
นายสุริยะกล่าวว่า การผลิตข้าวคาร์บอนต่ำไม่ใช่ภาระใหม่ที่เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกร แต่เป็นแนวทางสำคัญในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสทางการตลาดในอนาคต พร้อมตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวจากการเป็นผู้ตามมาตรฐานสากล สู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย และข้าวคาร์บอนต่ำของโลก โดยมีเกษตรกรไทยเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- ยูเนสโกชี้ “โลกร้อน” กำลังซ้ำเติมคนจน ทั้งที่ปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด
- ทำไมโลกร้อนทำฝนเพี้ยน? จาก “แล้ง” สู่ “ท่วม” ได้ในพริบตา
- ออสเตรเลียประกาศเปลี่ยนเกม จาก “มหาอำนาจถ่านหิน” สู่ “ผู้นำพลังงานสะอาดโลก”
- กรุงเทพฯ ติดโผเสี่ยงสุด อากาศร้อนจัดทะลุ 120 วันต่อปี
- โลกเดือดพืชผลลดลง อาหารแพงขึ้น ประชากรพันล้านคนเสี่ยงสูง
