หลายคนอาจมองว่า "โลกร้อน" เป็นเรื่องไกลตัว แต่วันนี้องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ออกมาเตือนแล้วว่า "ความร้อนสุดขั้ว" กำลังกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก
เพราะอากาศที่ร้อนขึ้น ไม่ได้ส่งผลแค่ให้คนอยู่ลำบาก แต่กำลังกระทบตั้งแต่ไร่นา ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงทะเลและป่าไม้ข้อมูลล่าสุดระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 1.2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
เมื่ออากาศร้อนจัด สิ่งแรกที่ได้รับผลกระทบคือภาคเกษตร โดยพืชเศรษฐกิจสำคัญของโลกอย่างข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลือง เริ่มมีปัญหาเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส โดยผลผลิตข้าวโพดมีแนวโน้มลดลง 7.5% ส่วนข้าวสาลีลดลง 6% ทุกครั้งที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส สาเหตุเพราะความร้อนทำให้พืชโตเร็วเกินไป ระยะเวลาสะสมอาหารสั้นลง เมล็ดไม่สมบูรณ์ และในบางกรณีอาจไม่สามารถติดเมล็ดได้เลย
ไม่ใช่แค่พืชเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบปศุสัตว์เองก็เผชิญภาวะเครียดจากความร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 25 องศาเซลเซียส สัตว์จะกินอาหารน้อยลง ส่งผลให้ผลผลิตนม เนื้อสัตว์ และไข่ลดลงตามไปด้วยขณะที่สัตว์น้ำกำลังเผชิญคลื่นความร้อนในทะเลที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการตายหมู่และการอพยพย้ายถิ่นของฝูงปลาในหลายพื้นที่ทั่วโลก
สรุปข่าว
หลายคนอาจมองว่า "โลกร้อน" เป็นเรื่องไกลตัว แต่วันนี้องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ออกมาเตือนแล้วว่า "ความร้อนสุดขั้ว" กำลังกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก
เพราะอากาศที่ร้อนขึ้น ไม่ได้ส่งผลแค่ให้คนอยู่ลำบาก แต่กำลังกระทบตั้งแต่ไร่นา ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงทะเลและป่าไม้ข้อมูลล่าสุดระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 1.2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
เมื่ออากาศร้อนจัด สิ่งแรกที่ได้รับผลกระทบคือภาคเกษตร โดยพืชเศรษฐกิจสำคัญของโลกอย่างข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลือง เริ่มมีปัญหาเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส โดยผลผลิตข้าวโพดมีแนวโน้มลดลง 7.5% ส่วนข้าวสาลีลดลง 6% ทุกครั้งที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส สาเหตุเพราะความร้อนทำให้พืชโตเร็วเกินไป ระยะเวลาสะสมอาหารสั้นลง เมล็ดไม่สมบูรณ์ และในบางกรณีอาจไม่สามารถติดเมล็ดได้เลย
ไม่ใช่แค่พืชเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบปศุสัตว์เองก็เผชิญภาวะเครียดจากความร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 25 องศาเซลเซียส สัตว์จะกินอาหารน้อยลง ส่งผลให้ผลผลิตนม เนื้อสัตว์ และไข่ลดลงตามไปด้วยขณะที่สัตว์น้ำกำลังเผชิญคลื่นความร้อนในทะเลที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการตายหมู่และการอพยพย้ายถิ่นของฝูงปลาในหลายพื้นที่ทั่วโลก
โดยอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำหน้าที่เป็น "ตัวคูณความเสี่ยง" ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของการเกษตร ตั้งแต่การเพาะปลูก ปศุสัตว์ ไปจนถึงประมงและป่าไม้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของประชากรกว่า 1,230 ล้านคนที่พึ่งพาภาคเกษตรกรรม
อีกกลุ่มที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือแรงงานภาคเกษตร รายงานพบว่า เกษตรกรและแรงงานกลางแจ้ง มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากความร้อนสูงกว่าอาชีพอื่นถึง 35 เท่ายิ่งอุณหภูมิสูงขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานก็ยิ่งลดลง และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดด รวมถึงโรคไตจากภาวะขาดน้ำเรื้อรังอีกด้วย
สำหรับประเทศไทย ความกังวลไม่ได้อยู่แค่เรื่องอากาศร้อนเท่านั้นเพราะหลายหน่วยงานด้านภูมิอากาศเริ่มส่งสัญญาณว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจกลับมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ซึ่งจะทำให้ฝนมาช้ากว่าปกติ อุณหภูมิสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงเกิดภัยแล้งในหลายพื้นที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยประเมินว่า เอลนีโญรอบก่อนหน้า ส่งผลให้ผลผลิตภาคเกษตรลดลงต่อเนื่อง กระทบรายได้เกษตรกร และฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยพบว่าในอดีตผลผลิตภาคการเกษตรของไทยปรับลดลง 0.9% ช่วงครึ่งหลังปี 2566 และลดลงต่อเนื่องอีก 5.4% ช่วงครึ่งปี 2567 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ภาคการเกษตรลดลง 0.4% และ 2.1% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ในระดับมหภาค ธปท. ประเมินว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวฉุดให้จีดีพีลดลงราว 0.1% ในปี 2566 และ 0.2% ในปี 2567 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในปี 2566 และ 0.4% ในปี 2567 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่เกิดเอลนีโญ
ส่วนปีนี้นอกจากสภาวะเอลนีโญแล้วยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากต้นทุน “ราคาพลังงานและราคาปุ๋ยเคมี” ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปัจจัยเหล่านี้จะกลายเป็น “แรงกดดันซ้ำเติม”ต่อภาคเกษตรและราคาอาหารในระยะต่อไป
- โลกยังเดือดไม่หยุด พ.ค.69 ร้อนเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก!
- ฟุตบอลโลกยุคโลกร้อน! หวั่นผู้ชมป่วยลมแดด เชียร์บอลอาจไม่สนุกอย่างที่คิด
- “เอลนีโญ” เล่นงานหนัก! อินโดนีเซียเสี่ยงขาดแคลนข้าว เริ่มผลิตไม่พอความต้องการ
- งานวิจัยชี้ชาวออสซี่ "จนลง" จากวิกฤตสภาพอากาศ
- ภัยเงียบจากโลกร้อน นักวิจัยเตือน “สโตรก” อาจเพิ่มขึ้นทั่วโลก
ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : CANVA
