
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา อาจไม่ได้ท้าทายเพียงฝีเท้าของนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสภาพอากาศร้อนและชื้นที่ทั้งนักเตะและแฟนบอลต้องเผชิญ โดยนักวิจัยเตือนว่าผู้ชมในสนามอาจตกอยู่ในความเสี่ยงจากความร้อนมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
แม้ว่าทีมฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ โปรแกรมฝึกซ้อมเฉพาะทาง และแผนการดูแลร่างกายเพื่อรับมือกับอากาศร้อน แต่แฟนบอลที่เดินทางมาชมการแข่งขันอาจไม่ได้รับการป้องกันในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะระหว่างการรอคิวเข้าสนาม การใช้เวลาตามแฟนโซน หรือการเดินทางในพื้นที่เปิดโล่งรอบสนามแข่งขัน
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธของสหราชอาณาจักรได้จำลองสภาพอากาศที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในบางเมืองเจ้าภาพ เช่น ไมอามี ภายในห้องทดลองควบคุมอุณหภูมิ โดยตั้งอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 35-36 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 75% เพื่อศึกษาผลกระทบของความร้อนต่อร่างกายมนุษย์
สรุปข่าว
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา อาจไม่ได้ท้าทายเพียงฝีเท้าของนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสภาพอากาศร้อนและชื้นที่ทั้งนักเตะและแฟนบอลต้องเผชิญ โดยนักวิจัยเตือนว่าผู้ชมในสนามอาจตกอยู่ในความเสี่ยงจากความร้อนมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
แม้ว่าทีมฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ โปรแกรมฝึกซ้อมเฉพาะทาง และแผนการดูแลร่างกายเพื่อรับมือกับอากาศร้อน แต่แฟนบอลที่เดินทางมาชมการแข่งขันอาจไม่ได้รับการป้องกันในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะระหว่างการรอคิวเข้าสนาม การใช้เวลาตามแฟนโซน หรือการเดินทางในพื้นที่เปิดโล่งรอบสนามแข่งขัน
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธของสหราชอาณาจักรได้จำลองสภาพอากาศที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในบางเมืองเจ้าภาพ เช่น ไมอามี ภายในห้องทดลองควบคุมอุณหภูมิ โดยตั้งอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 35-36 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 75% เพื่อศึกษาผลกระทบของความร้อนต่อร่างกายมนุษย์
ผลการทดลองพบว่า ค่าดัชนีอุณหภูมิกระเปาะเปียกโลก หรือ Wet Bulb Globe Temperature (WBGT) อยู่ที่ประมาณ 32 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ประเมินความเสี่ยงจากความร้อนโดยคำนึงถึงอุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม และความร้อนจากแสงอาทิตย์ร่วมกัน ทำให้สามารถสะท้อนภาระความร้อนที่ร่างกายต้องเผชิญได้ดีกว่าการวัดอุณหภูมิทั่วไป
นักวิจัยระบุว่า ความกังวลส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเน้นไปที่นักกีฬาอาชีพ แต่ในความเป็นจริง แฟนบอลจากหลายประเทศทั่วโลกอาจมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากจำนวนมากไม่ได้ปรับตัวหรือคุ้นเคยกับสภาพอากาศร้อนชื้นในภูมิภาคอเมริกาเหนือ
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศและสหภาพนักฟุตบอลอาชีพโลก FIFPRO เคยออกมาเตือนว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของการแข่งขันทั้งหมด 104 นัด อาจจัดขึ้นภายใต้สภาพอากาศที่มีความร้อนเกินกว่าระดับความปลอดภัยที่องค์กรแนะนำ ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ระบุว่า ได้เตรียมมาตรการรับมือแล้ว ทั้งการกำหนดช่วงพักดื่มน้ำ ระบบระบายความร้อน และการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ความเครียดจากความร้อนสามารถก่อให้เกิดอาการตั้งแต่ผื่นคัน ตะคริว เวียนศีรษะ ไปจนถึงภาวะอ่อนเพลียจากความร้อนและโรคลมแดด ซึ่งในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงแนะนำให้แฟนบอลวางแผนรับมือกับสภาพอากาศล่วงหน้า เช่น หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และลดกิจกรรมที่ใช้แรงมากในช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดของวัน
- “เอลนีโญ” เล่นงานหนัก! อินโดนีเซียเสี่ยงขาดแคลนข้าว เริ่มผลิตไม่พอความต้องการ
- วิกฤต “แอกโซลอเติล” ดาวเด่นฟุตบอลโลกในเม็กซิโก แต่ในธรรมชาติกลับแทบไม่เหลือ
- งานวิจัยชี้ชาวออสซี่ "จนลง" จากวิกฤตสภาพอากาศ
- ทั่วโลก-ชาติอาเซียน ซื้อลิขสิทธิ์ “ฟุตบอลโลก” เท่าไหร่ หลัง สปป.ลาว ประกาศถ่ายทอดสดฟรีแล้ว
- ภัยเงียบจากโลกร้อน นักวิจัยเตือน “สโตรก” อาจเพิ่มขึ้นทั่วโลก
