ออสเตรเลียประกาศเปลี่ยนเกม จาก “มหาอำนาจถ่านหิน” สู่ “ผู้นำพลังงานสะอาดโลก”

Share on Line Share on Facebook Share on X
ออสเตรเลียประกาศเปลี่ยนเกม จาก “มหาอำนาจถ่านหิน”  สู่ “ผู้นำพลังงานสะอาดโลก”

ออสเตรเลียอาจเผชิญความท้าทายในการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคต ท่ามกลางกระแสการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำลังขยายตัวทั่วโลก แต่ประเทศยังมีศักยภาพในการปรับตัวสู่การเป็นผู้ส่งออกพลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำในระดับสากล นี่คือมุมมองของ “คริส โบเวน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานของออสเตรเลีย ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ หรือ COP31 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้


โบเวนกล่าวระหว่างการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศที่เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี ว่า โลกกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero อย่างจริงจัง โดยกว่า 80% ของประเทศคู่ค้าของออสเตรเลียได้ประกาศเป้าหมายดังกล่าวแล้ว ทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิลและสินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว


“โลกกำลังเปลี่ยนแปลง เราจะเลือกเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หรือเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตก็ได้” โบเวนกล่าว พร้อมย้ำว่าออสเตรเลียจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดรับกับทิศทางพลังงานโลกที่กำลังเปลี่ยนไป


สรุปข่าว

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก “ออสเตรเลีย” หนึ่งในผู้ส่งออกถ่านหินและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก กำลังส่งสัญญาณปรับทิศทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ด้วยการผลักดันพลังงานหมุนเวียนและอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต หลังหลายประเทศประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนมากขึ้น รัฐบาลออสเตรเลียเชื่อว่า แม้ตลาดเชื้อเพลิงฟอสซิลอาจหดตัวลงในระยะยาว แต่ด้วยศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานที่มีอยู่จำนวนมาก ประเทศยังสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกพลังงานสะอาด รวมถึงสินค้าและบริการที่ใช้พลังงานสีเขียว เพื่อรองรับความต้องการของโลกในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้

ออสเตรเลียอาจเผชิญความท้าทายในการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคต ท่ามกลางกระแสการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำลังขยายตัวทั่วโลก แต่ประเทศยังมีศักยภาพในการปรับตัวสู่การเป็นผู้ส่งออกพลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำในระดับสากล นี่คือมุมมองของ “คริส โบเวน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานของออสเตรเลีย ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ หรือ COP31 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้


โบเวนกล่าวระหว่างการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศที่เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี ว่า โลกกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero อย่างจริงจัง โดยกว่า 80% ของประเทศคู่ค้าของออสเตรเลียได้ประกาศเป้าหมายดังกล่าวแล้ว ทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิลและสินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว


“โลกกำลังเปลี่ยนแปลง เราจะเลือกเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หรือเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตก็ได้” โบเวนกล่าว พร้อมย้ำว่าออสเตรเลียจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดรับกับทิศทางพลังงานโลกที่กำลังเปลี่ยนไป


แม้ออสเตรเลียจะเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกถ่านหินและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก และรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบานีส จะอนุมัติโครงการพัฒนาและขยายกิจการเชื้อเพลิงฟอสซิลมากกว่า 30 โครงการนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2565 แต่รัฐบาลเชื่อว่าประเทศยังสามารถใช้จุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติในการก้าวสู่การเป็น "มหาอำนาจด้านพลังงานหมุนเวียน" ได้


โบเวนระบุว่า ออสเตรเลียมีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ในอนาคต


ปัจจุบัน ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือน โดยมากกว่า 1 ใน 3 ของบ้านเรือนทั่วประเทศติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ขณะที่มีการติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานขนาดเล็กแล้วมากกว่า 400,000 ระบบ นับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มมาตรการสนับสนุนในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติลดลง และช่วยบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน


นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังมองเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่จากการส่งออกพลังงานสะอาดและสินค้าที่ผลิตด้วยพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นไฮโดรเจนสีเขียว ไฟฟ้าที่ส่งผ่านสายส่งระหว่างประเทศ ตลอดจนสินค้าและบริการดิจิทัลที่ใช้พลังงานสะอาดเป็นฐานการผลิต


โบเวนกล่าวว่า ประเทศสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น การผลิตไฮโดรเจนสีเขียว การส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนของภาคธุรกิจทั่วโลก


ขณะเดียวกัน เขายืนยันว่า ออสเตรเลียจะยังคงเป็นผู้จัดหาพลังงานในรูปแบบเดิมให้กับประเทศคู่ค้าในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาดเพื่อรองรับความต้องการในอนาคต


การแสดงจุดยืนดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุม COP31 ที่จะจัดขึ้นในประเทศตุรกีช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมเตรียมการที่เมืองบอนน์ คือ การเร่งใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคคมนาคม อาคาร และภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและรักษาเป้าหมายจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม


ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศมองว่า ทิศทางของออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของประเทศผู้ส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ท่ามกลางแรงกดดันจากเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Envato