อิหร่านเงินเฟ้อเกิน 100% ของกินแพงกว่ารายได้ ท่ามกลางสงคราม

Share on Line Share on Facebook Share on X
อิหร่านเงินเฟ้อเกิน 100% ของกินแพงกว่ารายได้ ท่ามกลางสงคราม

วิกฤตเศรษฐกิจของอิหร่านกำลังเข้าสู่ระยะใหม่ที่น่ากังวล โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 66 ขณะที่สำหรับครอบครัวที่ยากจนที่สุดและประชาชนในจังหวัดที่เสียเปรียบทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อได้พุ่งทะลุ 100% ไปแล้ว

นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ประเทศกำลังเข้าสู่สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจ” ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านครัวเรือนต้องปรับเปลี่ยนวิธีซื้อแม้กระทั่งสินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐานอย่างมาก

สำหรับผู้บริโภคที่ต้องจับจ่ายในตลาดกรุงเตหะราน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ราคาสินค้าเปลี่ยนแทบทุกชั่วโมง และการซื้อของเข้าบ้านกลายเป็นเรื่องที่สร้างความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน

ฟาเตเนห์ ผู้ซื้อสินค้าในกรุงเตหะราน กล่าวว่า “ป้ายราคาล้าสมัยตั้งแต่หมึกยังไม่ทันแห้ง จะโทษคนขายก็ไม่ได้ เพราะพวกเขากำลังแข่งกับเวลาที่เดินไปทุกนาที แต่สำหรับคนซื้ออย่างเรา มันคือความโกลาหล ต้องคำนวณราคาตรงชั้นวาง พอไปจ่ายเงินกลับต้องจ่ายแพงขึ้น และสุดท้ายก็เดินออกมาพร้อมกับความไม่พอใจ”

สำหรับครอบครัวชาวอิหร่านหลายล้านครอบครัว การหาอาหารมาเลี้ยงคนในบ้านกลายเป็น การต่อสู้ในแต่ละวัน โดยอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารพุ่งสูงสุดเกือบ 130% ในเดือนที่ผ่านมา ทำให้สินค้าพื้นฐานอย่างเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมกลายเป็นของฟุ่มเฟือย

ค่าเงินประจำชาติอย่าง เรียลอิหร่าน (rial) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เงินออมที่ครอบครัวเหลืออยู่มีมูลค่าลดลงอย่างหนัก สถานการณ์ที่ยากลำบากทำให้ผู้คนนับล้านต้องหางานที่สอง ครู พนักงานรัฐ และคนงานโรงงานจำนวนมากต้องใช้เวลาช่วงเย็น ขับรถให้บริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐาน

เมห์ดี ผู้ซื้อสินค้าอีกราย กล่าวว่า “ราคาที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังทำลายพวกเรา ในฐานะคนเกษียณ การเพิ่มเงินบำนาญไม่มีความหมายอะไรเลย และเมื่อเงินบำนาญตามเงินเฟ้อไม่ทัน เขาก็ต้องยืมเงินจากคนนั้นคนนี้เพื่อให้มีชีวิตรอด”

ฟาเตเมห์ ผู้ซื้อสินค้าอีกรายกล่าวว่า “ลองเดินผ่านร้านขายเนื้อที่ไหนก็ได้ ราคาสินค้าบอกเรื่องราวทั้งหมด คนรวยไม่รู้สึกอะไร ส่วนคนจนซื้อไม่ไหว นี่คือจุดที่ประเทศของเรายืนอยู่ เจ้าหน้าที่พูดแต่คำขวัญ พวกเขาพูดถึงการปกป้องความเป็นอยู่ของประชาชน แต่สำหรับพวกเราหลายล้านคน ความเป็นอยู่แบบนั้นไม่มีอยู่อีกแล้ว”

แต่สัญญาณที่สะท้อนวิกฤตครั้งนี้ได้ชัดเจนที่สุดอาจเป็นวิธีที่ชาวอิหร่านต้องหาทาง ซื้ออาหารสำหรับชีวิตประจำวันด้วยการผ่อนจ่าย

บริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now, Pay Later) ซึ่งเดิมมักใช้กับรถยนต์หรือสินค้าราคาแพง ปัจจุบันถูกนำมาใช้กับ เนื้อสัตว์ นม น้ำยาซักล้าง และโทรศัพท์มือถือ แล้ว


ป้ายโฆษณาของบริษัทอย่าง SnappPay ปรากฏอยู่ตามถนนในกรุงเตหะราน โดยเสนอแผนผ่อนชำระสำหรับการซื้อของกินของใช้ ขณะที่บริการจัดส่งอาหารบางแห่งถึงกับโฆษณา อาหารแบบแบ่งครึ่งส่วน ของเมนูดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนสินค้า เพราะชั้นวางสินค้าในร้านค้ายังคงมีของอยู่เต็ม ปัญหาที่แท้จริงคือกำลังซื้อของประชาชน

มายองเนสเพียงหนึ่งขวดในปัจจุบันอาจมีราคาสูงกว่ารายได้ที่ชาวอิหร่านจำนวนมากหาได้ตลอดทั้งวัน ผู้บริโภคเดินเข้าร้าน มองสินค้า แล้วเดินออกไปโดยไม่ได้ซื้ออะไรเลย ซึ่งเป็นภาพสะท้อนอย่างเงียบ ๆ แต่ชัดเจนถึง ความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในอิหร่าน

สรุปข่าว

อิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วง อัตราเงินเฟ้อเกิน 100% ประชาชนขาดกำลังซื้อ หลายล้านครอบครัวได้รับความทุกข์ยากอย่างหนัก

วิกฤตเศรษฐกิจของอิหร่านกำลังเข้าสู่ระยะใหม่ที่น่ากังวล โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 66 ขณะที่สำหรับครอบครัวที่ยากจนที่สุดและประชาชนในจังหวัดที่เสียเปรียบทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อได้พุ่งทะลุ 100% ไปแล้ว

นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ประเทศกำลังเข้าสู่สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจ” ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านครัวเรือนต้องปรับเปลี่ยนวิธีซื้อแม้กระทั่งสินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐานอย่างมาก

สำหรับผู้บริโภคที่ต้องจับจ่ายในตลาดกรุงเตหะราน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ราคาสินค้าเปลี่ยนแทบทุกชั่วโมง และการซื้อของเข้าบ้านกลายเป็นเรื่องที่สร้างความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน

ฟาเตเนห์ ผู้ซื้อสินค้าในกรุงเตหะราน กล่าวว่า “ป้ายราคาล้าสมัยตั้งแต่หมึกยังไม่ทันแห้ง จะโทษคนขายก็ไม่ได้ เพราะพวกเขากำลังแข่งกับเวลาที่เดินไปทุกนาที แต่สำหรับคนซื้ออย่างเรา มันคือความโกลาหล ต้องคำนวณราคาตรงชั้นวาง พอไปจ่ายเงินกลับต้องจ่ายแพงขึ้น และสุดท้ายก็เดินออกมาพร้อมกับความไม่พอใจ”

สำหรับครอบครัวชาวอิหร่านหลายล้านครอบครัว การหาอาหารมาเลี้ยงคนในบ้านกลายเป็น การต่อสู้ในแต่ละวัน โดยอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารพุ่งสูงสุดเกือบ 130% ในเดือนที่ผ่านมา ทำให้สินค้าพื้นฐานอย่างเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมกลายเป็นของฟุ่มเฟือย

ค่าเงินประจำชาติอย่าง เรียลอิหร่าน (rial) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เงินออมที่ครอบครัวเหลืออยู่มีมูลค่าลดลงอย่างหนัก สถานการณ์ที่ยากลำบากทำให้ผู้คนนับล้านต้องหางานที่สอง ครู พนักงานรัฐ และคนงานโรงงานจำนวนมากต้องใช้เวลาช่วงเย็น ขับรถให้บริการแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐาน

เมห์ดี ผู้ซื้อสินค้าอีกราย กล่าวว่า “ราคาที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังทำลายพวกเรา ในฐานะคนเกษียณ การเพิ่มเงินบำนาญไม่มีความหมายอะไรเลย และเมื่อเงินบำนาญตามเงินเฟ้อไม่ทัน เขาก็ต้องยืมเงินจากคนนั้นคนนี้เพื่อให้มีชีวิตรอด”

ฟาเตเมห์ ผู้ซื้อสินค้าอีกรายกล่าวว่า “ลองเดินผ่านร้านขายเนื้อที่ไหนก็ได้ ราคาสินค้าบอกเรื่องราวทั้งหมด คนรวยไม่รู้สึกอะไร ส่วนคนจนซื้อไม่ไหว นี่คือจุดที่ประเทศของเรายืนอยู่ เจ้าหน้าที่พูดแต่คำขวัญ พวกเขาพูดถึงการปกป้องความเป็นอยู่ของประชาชน แต่สำหรับพวกเราหลายล้านคน ความเป็นอยู่แบบนั้นไม่มีอยู่อีกแล้ว”

แต่สัญญาณที่สะท้อนวิกฤตครั้งนี้ได้ชัดเจนที่สุดอาจเป็นวิธีที่ชาวอิหร่านต้องหาทาง ซื้ออาหารสำหรับชีวิตประจำวันด้วยการผ่อนจ่าย

บริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now, Pay Later) ซึ่งเดิมมักใช้กับรถยนต์หรือสินค้าราคาแพง ปัจจุบันถูกนำมาใช้กับ เนื้อสัตว์ นม น้ำยาซักล้าง และโทรศัพท์มือถือ แล้ว


ป้ายโฆษณาของบริษัทอย่าง SnappPay ปรากฏอยู่ตามถนนในกรุงเตหะราน โดยเสนอแผนผ่อนชำระสำหรับการซื้อของกินของใช้ ขณะที่บริการจัดส่งอาหารบางแห่งถึงกับโฆษณา อาหารแบบแบ่งครึ่งส่วน ของเมนูดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนสินค้า เพราะชั้นวางสินค้าในร้านค้ายังคงมีของอยู่เต็ม ปัญหาที่แท้จริงคือกำลังซื้อของประชาชน

มายองเนสเพียงหนึ่งขวดในปัจจุบันอาจมีราคาสูงกว่ารายได้ที่ชาวอิหร่านจำนวนมากหาได้ตลอดทั้งวัน ผู้บริโภคเดินเข้าร้าน มองสินค้า แล้วเดินออกไปโดยไม่ได้ซื้ออะไรเลย ซึ่งเป็นภาพสะท้อนอย่างเงียบ ๆ แต่ชัดเจนถึง ความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในอิหร่าน

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters