
นายวชิระชัย คูนำวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายงานเศรษฐกิจและวิชาการ กล่าวถึง โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่จะสิ้นสุดเดือนก.ย.69 และมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะทำโครงการต่อ รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้ทันภายในปีนี้ ว่า ส.อ.ท. มองว่ากิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นโมเมนตัมที่ดีกับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจากการประเมินของ ส.อ.ท. เห็นว่าความกังวลต่อเศรษฐกิจในประเทศมีน้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และเชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทยจากช่วงที่มีความผันผวนต่าง ๆ เกิดขึ้นในตลาดโลกด้วย
ด้าน นายปธิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวถึงแนวทางการปรับโครงสร้างราคาพลังงานว่า ราคาพลังงานในประเทศ ควรได้รับการควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสะท้อนความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ในภาพรวมปริมาณพลังงานภายในประเทศยังคงมีเพียงพอ ไม่ได้ประสบภาวะขาดแคลน เพียงแต่มีกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีอัตราการใช้พลังงานสูง ซึ่งภาครัฐได้กำหนดมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยให้อุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พลังงานมาก ต้องดำเนินการจัดหา ผลิต และบริหารจัดการพลังงานด้วยตนเอง
สรุปข่าว
นายวชิระชัย คูนำวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายงานเศรษฐกิจและวิชาการ กล่าวถึง โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่จะสิ้นสุดเดือนก.ย.69 และมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะทำโครงการต่อ รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้ทันภายในปีนี้ ว่า ส.อ.ท. มองว่ากิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นโมเมนตัมที่ดีกับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจากการประเมินของ ส.อ.ท. เห็นว่าความกังวลต่อเศรษฐกิจในประเทศมีน้อยลง ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และเชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจไทยจากช่วงที่มีความผันผวนต่าง ๆ เกิดขึ้นในตลาดโลกด้วย
ด้าน นายปธิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวถึงแนวทางการปรับโครงสร้างราคาพลังงานว่า ราคาพลังงานในประเทศ ควรได้รับการควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสะท้อนความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ในภาพรวมปริมาณพลังงานภายในประเทศยังคงมีเพียงพอ ไม่ได้ประสบภาวะขาดแคลน เพียงแต่มีกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีอัตราการใช้พลังงานสูง ซึ่งภาครัฐได้กำหนดมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยให้อุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พลังงานมาก ต้องดำเนินการจัดหา ผลิต และบริหารจัดการพลังงานด้วยตนเอง
นายวชิระชัย กล่าวถึงกระแสเรื่องการย้ายฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการสร้างสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ กับฐานอุตสาหกรรมยานยนต์เดิม ว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นเสาหลักเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งสำคัญคือการมีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เข้มแข็ง และครบวงจร ส่วนกระแสที่เกิดขึ้นนั้น มองว่า เป็นช่วงที่ไทยจะต้องมีการเปลี่ยนผ่าน ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์มีความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ซึ่งมีหลายวิธีที่กำลังดำเนินการอยู่
ส่วนที่กระทรวงการคลัง จะมีการนำเรื่องภาษีสรรสามิตมาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยนั้น นายวชิระชัย มองว่า เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม ในการใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมทั้งอุตสาหกรรม EV และอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ ส.อ.ท. และภาครัฐจะได้หารือและขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมที่สุดกับบริบทของอุตสาหกรรมไทย
ด้านนายปธิธาน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเร่งสร้างและพัฒนาอุตสาหกรรม EV จึงยังคงต้องดูแล และสนับสนุนอุตสาหกรรม ICE ควบคู่กันไป เนื่องจากยานยนต์สันดาป ยังมีอนาคตและมีบทบาทสำคัญในการตอบโจทย์ข้อจำกัดบางประการที่รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่สามารถทำได้
ต้องแสดงความชัดเจนให้กับบริษัทที่ลงทุนในประเทศไทย และยืนยันว่าไทยส่งเสริม Made in Thailand ซึ่งข้อได้เปรียบของไทยคือ มีระบบโลจิสติกส์ที่สะดวก มีฐานและโครงสร้างเดิม ทำให้ไทยมีความพร้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมดคิดว่าเขาคงไม่ย้าย แต่เราจะบอกเขาว่า เรารักเขา อยู่กับเราเถอะ เราดูแลอย่างดีแน่นอน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ที่มาข้อมูล : สภาอุตสาหกรรม
ที่มารูปภาพ : canva
บรรณาธิการ TNN WEALTH ผู้ดำเนินรายการเศรษฐกิจและการลงทุน นักเขียนหนังสือสูตรลับเซียนหุ้น
