
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับรัสเซียอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่ายังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพของเศรษฐกิจทั้งสองประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งลดอุปสรรคและสร้างช่องทางใหม่เพื่อเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุน
ฟื้น JC หลังเว้น 3 ปี เร่งปลดล็อกการค้า
หนึ่งในผลสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือการรื้อฟื้นการประชุม JC ที่เว้นช่วงไปถึง 3 ปี โดยทั้งสองฝ่ายนำทั้งประเด็นที่ค้างอยู่และประเด็นความร่วมมือใหม่กลับมาหารือร่วมกัน
ด้านการค้า ไทยต้องการเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังรัสเซีย โดยมีการประเมินว่ามูลค่าการส่งออกอาจแตะ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากสามารถลดข้อจำกัดทางการค้าได้ ขณะเดียวกัน รัสเซียก็ต้องการส่งออกเนื้อสัตว์และเนื้อหมูมายังไทย แต่ยังติดข้อจำกัดด้านการตรวจสอบโรงงาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของทั้งสองประเทศจึงอยู่ระหว่างหารือเพื่อเดินหน้าตรวจสอบโรงงานของกันและกัน ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคด้านมาตรฐานและเปิดทางให้สินค้าเกษตรของทั้งสองฝ่ายเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น
อีกประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไขคือระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ เนื่องจากรัสเซียยังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากกรณีสงครามในยูเครน โดยนายสีหศักดิ์ระบุว่า สินค้าหลายประเภท เช่น อาหาร ไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด แต่จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าข้อจำกัดครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต้องหาช่องทางชำระเงินที่ถูกต้องและไม่สร้างความเสี่ยงให้กับภาคธุรกิจ โดยจะมีการหารือต่อระหว่างธนาคารกลางของไทยและรัสเซีย เพื่อหากลไกการชำระเงินที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรการระหว่างประเทศ
สรุปข่าว
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับรัสเซียอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่ายังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพของเศรษฐกิจทั้งสองประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งลดอุปสรรคและสร้างช่องทางใหม่เพื่อเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุน
ฟื้น JC หลังเว้น 3 ปี เร่งปลดล็อกการค้า
หนึ่งในผลสำคัญของการเยือนครั้งนี้ คือการรื้อฟื้นการประชุม JC ที่เว้นช่วงไปถึง 3 ปี โดยทั้งสองฝ่ายนำทั้งประเด็นที่ค้างอยู่และประเด็นความร่วมมือใหม่กลับมาหารือร่วมกัน
ด้านการค้า ไทยต้องการเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังรัสเซีย โดยมีการประเมินว่ามูลค่าการส่งออกอาจแตะ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากสามารถลดข้อจำกัดทางการค้าได้ ขณะเดียวกัน รัสเซียก็ต้องการส่งออกเนื้อสัตว์และเนื้อหมูมายังไทย แต่ยังติดข้อจำกัดด้านการตรวจสอบโรงงาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของทั้งสองประเทศจึงอยู่ระหว่างหารือเพื่อเดินหน้าตรวจสอบโรงงานของกันและกัน ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคด้านมาตรฐานและเปิดทางให้สินค้าเกษตรของทั้งสองฝ่ายเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น
อีกประเด็นที่ต้องเร่งแก้ไขคือระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ เนื่องจากรัสเซียยังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากกรณีสงครามในยูเครน โดยนายสีหศักดิ์ระบุว่า สินค้าหลายประเภท เช่น อาหาร ไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด แต่จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าข้อจำกัดครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต้องหาช่องทางชำระเงินที่ถูกต้องและไม่สร้างความเสี่ยงให้กับภาคธุรกิจ โดยจะมีการหารือต่อระหว่างธนาคารกลางของไทยและรัสเซีย เพื่อหากลไกการชำระเงินที่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรการระหว่างประเทศ
เดินหน้าระบบราง-ไซเบอร์ เปิดทางลงทุนใหม่
นอกจากการค้าแล้ว ไทยยังสนใจต่อยอดความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยก่อนหน้านี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปรัสเซียเพื่อศึกษาระบบราง ซึ่งมีศักยภาพทั้งด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า และมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับระบบของยุโรป
นายสีหศักดิ์มองว่า ความร่วมมือด้านระบบรางเป็นประเด็นที่ไทยควรศึกษาเพิ่มเติม เพราะไทยจำเป็นต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง และผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงของภูมิภาค
ขณะเดียวกัน รัสเซียยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนายสีหศักดิ์ระบุว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีแผนเดินทางเยือนรัสเซียเพื่อหารือความร่วมมือในด้านดังกล่าวต่อไป
เร่ง FTA ไทย-EAEU เชื่อมตลาดกว่า 180 ล้านคน
ไทยยังเดินหน้าผลักดันการเริ่มต้นเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai-EAEU FTA) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ไทยเชื่อมโยงกับตลาดที่มีประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจรวมประมาณ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ในช่วงที่ระบบการค้าโลกภายใต้ WTO เผชิญความท้าทาย และหลายประเทศเพิ่มมาตรการภาษีและข้อกีดกันทางการค้า ไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างช่องทางการค้าใหม่ ทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค เพื่อรักษาพื้นที่สำหรับการค้า การลงทุน และการเงินที่เปิดกว้าง
นอกจาก FTA กับ EAEU แล้ว ไทยยังเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (EU) โดยตั้งเป้าหมายให้การเจรจาแล้วเสร็จภายในปีนี้
“ลาฟรอฟ” เร่งข้อตกลงค้าง ดันลงทุนท่าเรือทวาย
สำหรับการหารือกับนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการกระชับความสัมพันธ์ โดยรัสเซียต้องการให้ไทยเร่งเดินหน้าข้อตกลงที่ยังค้างอยู่ ทั้งความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ความตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญา และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
นอกจากนี้ รัสเซียยังแสดงความสนใจลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในภูมิภาค โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือทวายในเมียนมา ซึ่งนายสีหศักดิ์มองว่า หากไทยเข้าไปมีส่วนร่วม จะช่วยเปิดอีกหนึ่งเส้นทางสำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทย และลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบมะละกาเพียงช่องทางเดียว
ท่าเรือทวายอยู่ห่างจากท่าเรือแหลมฉบังประมาณ 200 กิโลเมตร และสามารถพัฒนาเชื่อมโยงกับไทยผ่านระบบถนนและรถไฟได้ จึงมีโอกาสเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ภาคเอกชนไทยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
รัสเซียหนุนบทบาทอาเซียน-ไทยเตรียมต่อยอดเวที BRICS
ด้านสถานการณ์ภูมิภาค นายสีหศักดิ์กล่าวว่า รัสเซียต้องการเห็นอาเซียนมีบทบาทที่สร้างสรรค์มากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ไทยยืนยันความต้องการเห็นภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกยังคงมีสันติภาพ ความมั่นคง และพลวัตทางเศรษฐกิจ โดยมองว่าอาเซียนมีบทบาทสำคัญในฐานะเสาหลักของสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
ทั้งสองฝ่ายยังหารือสถานการณ์ในเมียนมา โดยไทยขอให้รัสเซียสนับสนุนการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพและการปรองดองภายในประเทศ รวมถึงการเปิดพื้นที่พูดคุยระหว่างฝ่ายต่าง ๆ
สำหรับการประชุมสุดยอด BRICS ปี 2026 ที่อินเดียจะเป็นเจ้าภาพ นายสีหศักดิ์มองว่า เวทีดังกล่าวเป็นอีกโอกาสสำคัญของไทยในการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการลงทุนกับประเทศที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะประเทศในแอฟริกาและประเทศอื่น ๆ ที่ไทยยังมีโอกาสพบปะและสร้างความร่วมมือได้ไม่มากนัก
ไทยต้องการใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาของระเบียบโลก ให้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและเสียงของประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น
นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ภาครัฐมีหน้าที่สร้างบรรยากาศทางการเมืองและความสัมพันธ์ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ แต่การขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนในท้ายที่สุดต้องมาจากภาคเอกชน
สำหรับผลการเยือนครั้งนี้ ไทยและรัสเซียเห็นพ้องให้กลับมาจัดการประชุม JC อย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมครั้งต่อไปในปีหน้า ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งรัสเซียยืนยันความพร้อมเดินทางเข้าร่วมการประชุมที่ประเทศไทย สะท้อนความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการฟื้นพลวัตความสัมพันธ์ และเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการเมืองไปสู่ผลลัพธ์ด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
- "ไทย-รัสเซีย" กระชับสัมพันธ์ เร่งดันข้อตกลงการค้าเสรี ไทย-EAEU ลดอุปสรรคการค้า
- “ศุภจี” ชู 4 ทางปลดล็อกเศรษฐกิจไทย เปิดตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่า สร้างโอกาสคนตัวเล็ก
- ปูตินยืนยันรัสเซียและเกาหลีเหนือกำลังร่วมมือกันในทุกด้าน
- สีหศักดิ์หารือรัฐมนตรีรัสเซีย มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
- "สีหศักดิ์" ร่วมประชุม JC ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 9 มุ่งขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจ
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการต่างประเทศ
ที่มารูปภาพ : กระทรวงการต่างประเทศ
