
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ ทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Joint Commission on Bilateral Cooperation – JC) ครั้งที่ 9 วันนี้ (14 ส.ค.) ว่า จะพูดคุยกันทุกเรื่องแต่ที่สำคัญที่สุดคือ การขับเคลื่อนทางการเมือง เพราะไม่ได้ประชุม JC มานาน 3 ปีแล้ว ซึ่งปกติควรจะประชุมอย่างน้อยทุก 1 ปี หรือ ทุก 2 ปี เพราะหากมีการประชุมระดับภาครัฐ ระดับการเมือง ระดับนโยบาย เชื่อว่าจะทำให้หลายประเด็น สามารถขับเคลื่อนได้ แต่ก็จะหาทางที่จะมี ความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ โดยสิ่งที่รัสเซียต้องการเขามีขีดความสามารถในด้านไซเบอร์ ด้านดิจิทัล ICT ต่าง ๆ
🔴 เหตุใดต้องรัสเซีย?
ส่วนกรณีที่มาร่วมประชุม JC ที่รัสเซียครั้งนี้อาจมีคำถามว่าทำไมต้องเป็นรัสเซีย เพราะยังมีสงคราม และมีกรณีคว่ำบาตรอยู่ นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ในเรื่องสงครามเราไม่เห็นด้วยกับการรุกราน แต่ทุกอย่างมีที่มาที่ไป และไทยต้องยึดประโยชน์ของเราเป็นหลัก

“เราไม่ได้เห็นด้วยกับการรุกราน แต่หากมองเหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไป ไม่ใช่การรุกรานยูเครนอย่างเดียว แต่มีเรื่องภูมิรัฐศาสตร์มาเกี่ยวข้อง ระหว่าง NATO กับรัสเซีย กับตะวันตกกับรัสเซีย ซึ่งเราก็แสดงท่าทีของเรา แต่มันไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการที่จะทำการค้าการลงทุน กับรัสเซีย เพราะทุกประเทศต้องคำนึงถึงประโยชน์ ตราบใดที่ไม่ได้ทำอะไรที่จะไปส่งผลกระทบต่อหลักการในเรื่องของการรุกราน ดังนั้นผมคิดว่าเราต้องเอาผลประโยชน์ของไทย และประเทศที่มาบ่อย ๆ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เขาก็มาเพราะเห็นความสำคัญ เราก็จะแยกกันว่าท่าทีของเราในเรื่องยูเครน เราวางตัวเองอย่างถูกต้อง รัสเซียก็เข้าใจ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัสเซียก็ต้องเดินหน้าต่อไป” นายสีหศักดิ์ กล่าว
สรุปข่าว
"สีหศักดิ์" ร่วมประชุม JC ไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 9 ในรอบ 3 ปี มุ่งขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจ ชูความร่วมมือประเด็นใหม่ ย้ำชัดท่าทีไทยต่อสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน "วางตัวถูกต้อง" ยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ ทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Joint Commission on Bilateral Cooperation – JC) ครั้งที่ 9 วันนี้ (14 ส.ค.) ว่า จะพูดคุยกันทุกเรื่องแต่ที่สำคัญที่สุดคือ การขับเคลื่อนทางการเมือง เพราะไม่ได้ประชุม JC มานาน 3 ปีแล้ว ซึ่งปกติควรจะประชุมอย่างน้อยทุก 1 ปี หรือ ทุก 2 ปี เพราะหากมีการประชุมระดับภาครัฐ ระดับการเมือง ระดับนโยบาย เชื่อว่าจะทำให้หลายประเด็น สามารถขับเคลื่อนได้ แต่ก็จะหาทางที่จะมี ความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ โดยสิ่งที่รัสเซียต้องการเขามีขีดความสามารถในด้านไซเบอร์ ด้านดิจิทัล ICT ต่าง ๆ
🔴 เหตุใดต้องรัสเซีย?
ส่วนกรณีที่มาร่วมประชุม JC ที่รัสเซียครั้งนี้อาจมีคำถามว่าทำไมต้องเป็นรัสเซีย เพราะยังมีสงคราม และมีกรณีคว่ำบาตรอยู่ นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ในเรื่องสงครามเราไม่เห็นด้วยกับการรุกราน แต่ทุกอย่างมีที่มาที่ไป และไทยต้องยึดประโยชน์ของเราเป็นหลัก

“เราไม่ได้เห็นด้วยกับการรุกราน แต่หากมองเหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไป ไม่ใช่การรุกรานยูเครนอย่างเดียว แต่มีเรื่องภูมิรัฐศาสตร์มาเกี่ยวข้อง ระหว่าง NATO กับรัสเซีย กับตะวันตกกับรัสเซีย ซึ่งเราก็แสดงท่าทีของเรา แต่มันไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการที่จะทำการค้าการลงทุน กับรัสเซีย เพราะทุกประเทศต้องคำนึงถึงประโยชน์ ตราบใดที่ไม่ได้ทำอะไรที่จะไปส่งผลกระทบต่อหลักการในเรื่องของการรุกราน ดังนั้นผมคิดว่าเราต้องเอาผลประโยชน์ของไทย และประเทศที่มาบ่อย ๆ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เขาก็มาเพราะเห็นความสำคัญ เราก็จะแยกกันว่าท่าทีของเราในเรื่องยูเครน เราวางตัวเองอย่างถูกต้อง รัสเซียก็เข้าใจ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัสเซียก็ต้องเดินหน้าต่อไป” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ด้านนางสาวรุจิกร แสงจันทร์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ มองว่าการพานักธุรกิจไทยมาร่วมทำความรู้จักคู่ค้าใหม่ โดยเฉพาะในรัสเซียที่หลายคนอาจยังระแวง แต่หากเราไม่เตรียมพร้อมให้นักธุรกิจไทย เราก็อาจตกขบวนได้

“จริง ๆ รัสเซียเป็นตลาดใหญ่ ประชากร 150 ล้านคน มูลค่าการค้ายังไม่มากนัก คิดว่ามีโอกาสอีกมากมาย แต่การเยือนรัสเซียในเวลานี้ บางคนอาจมองว่า ยังไม่ใช่โอกาสสำคัญ ยังมีอุปสรรคมากมาย แต่เราคิดว่า ถ้าไม่เตรียมความพร้อมให้ไทย ให้นักธุรกจิได้เริ่ม เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลง หรือเมื่อเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค รวมถึงเขตการค้าเสรียูเรเชียเปิด เราอาจจะไม่ทันการ” นางรุจิกรกล่าว
ขณะที่เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมอสโก ศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ มองว่า ทุกประเทศต่างก็พยายามหาทางเลือกให้ตัวเอง รัสเซียเองก็มีศักยภาพ ทั้งในแง่ความอุดมสมบูรณ์ และกำลังซื้อ
“จริง ๆ แล้วรัสเซียมีศักยภาพมานานแล้ว โดยเฉพาะในแง่ความอุดมสมบูรณ์ในธรรมชาติ และกำลังซื้อ .. ด้วยสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน ผมว่ามันเป็นความจำเป็น ไม่เฉพาะไทย แต่ทุกประเทศล้วนต้องหาทางเลือกให้ตัวเอง ผมมองว่ารัสเซียเป็นทางเลือกที่ดีของธุรกิจไทย ทั้งในแง่เป็นตลาดสำหรับเรา และเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญสำหรับไทย”
ท่านทูตศศิวัฒน์ ยังกล่าวปิดท้ายไว้ว่า “เราต่างกลัวที่จะทำธุรกิจกับรัสเซีย เพราะมีเรื่องการคว่ำบาตรอยู่ มันเหมือนเรากลัวห้องมืด ไม่กล้าเดินเข้าไป .. แต่หากอยากรู้ว่ารัสเซีย Sexy ยังไง ก็ต้องลองเปิดไฟดู มันอาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิด”

🔴 "สีหศักดิ์"เร่งผลักดัน FTA ไทย-EAEU
นายสีหศักดิ์ยังหารือกับนายบาคึตจาน ซากินตาเยฟ ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย เพื่อ เร่งผลักดัน FTA ไทย–EAEU หลังชะงักมานานกว่า 10 ปี โดย EAEU มีตลาดกว่า 180 ล้านคน GDP ราว 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งไทยมองเป็นตลาดทางเลือกสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายด้านการค้ากับสหรัฐฯ
ทั้งสองฝ่ายเตรียมเร่งศึกษาความเป็นไปได้ของ FTA ควบคู่กับฟื้นกลไกความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียว ขณะที่ฝ่ายยูเรเชียมอง ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์โลก




- "สีหศักดิ์" เยือนรัสเซีย ดันเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทย-รัสเซีย
- “สีหศักดิ์” นำทีมไทยร่วม JC ไทย-รัสเซีย เปิดเกมรุกเศรษฐกิจสู่ยูเรเซีย
- เซเลนสกีส่งข้อเสนอใหม่ยุติสงครามกับรัสเซียให้สหรัฐฯ แม้ 2 ฝ่ายยังโจมตีกัน
- รัสเซียยิงขีปนาวุธ โจมตีกรุงเคียฟ เสียชีวิต 14 เจ็บ 22
- "ไทย-รัสเซีย" จับมือ ยกระดับคมนาคม พัฒนาระบบราง-ขนส่งอัจฉริยะ-ยานยนต์ไร้คนขับ
