"ค่ายรถญี่ปุ่นระส่ำ" เยนแข็ง ต้นทุนพุ่ง สงครามซ้ำเติม

Share on Line Share on Facebook Share on X

อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงพร้อมกันสองด้าน ทั้งทิศทางเงินเยนที่อาจกลับมาแข็งค่า และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน ซึ่งอาจกระทบผลประกอบการของโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสันในระยะต่อไป

ก่อนหน้านี้ เงินเยนที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อค่ายรถญี่ปุ่น เพราะช่วยให้รถยนต์ที่ส่งออกมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคามากขึ้น ขณะเดียวกัน รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยนก็มีมูลค่าสูงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวมีส่วนช่วยให้โตโยต้าและฮอนด้าปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการทั้งปี ขณะที่นิสสันสามารถกลับมาทำกำไรรายไตรมาสได้เป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 2 ปี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลง หลังเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 163 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 40 ปี ส่งผลให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประสานมาตรการซื้อเงินเยนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม นับเป็นความร่วมมือแทรกแซงตลาดเงินที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

สรุปข่าว

ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ ทั้งแนวโน้มเงินเยนแข็งค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน หลังค่าเงินเยนอ่อนเคยเป็นแรงหนุนสำคัญต่อรายได้และกำไรจากต่างประเทศ

อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงพร้อมกันสองด้าน ทั้งทิศทางเงินเยนที่อาจกลับมาแข็งค่า และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่าน ซึ่งอาจกระทบผลประกอบการของโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสันในระยะต่อไป

ก่อนหน้านี้ เงินเยนที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อค่ายรถญี่ปุ่น เพราะช่วยให้รถยนต์ที่ส่งออกมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคามากขึ้น ขณะเดียวกัน รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยนก็มีมูลค่าสูงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวมีส่วนช่วยให้โตโยต้าและฮอนด้าปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการทั้งปี ขณะที่นิสสันสามารถกลับมาทำกำไรรายไตรมาสได้เป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 2 ปี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลง หลังเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 163 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 40 ปี ส่งผลให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประสานมาตรการซื้อเงินเยนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม นับเป็นความร่วมมือแทรกแซงตลาดเงินที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

มาตรการดังกล่าวเคยหนุนเงินเยนขึ้นไปแตะประมาณ 155.20 เยนต่อดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาอ่อนค่าบริเวณ 159.50 เยนต่อดอลลาร์ ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ขณะที่ตลาดประเมินว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงเพิ่มเติม และธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงิน 

นักวิเคราะห์จากเบิร์นสไตน์ประเมินว่า เงินเยนที่เปลี่ยนแปลงทุกร้อยละ 1 อาจส่งผลต่อกำไรจากการดำเนินงานของค่ายรถญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2 และบางบริษัทอาจมีความอ่อนไหวสูงถึงประมาณร้อยละ 4

หากเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่อง ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องเลือกระหว่างการขึ้นราคาในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียส่วนแบ่งตลาด หรือยอมรับกำไรที่ลดลงเมื่อรายได้จากต่างประเทศถูกแปลงกลับมาเป็นเงินเยน

ขณะเดียวกัน สงครามอิหร่านกำลังเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเส้นทางยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง

วัตถุดิบสำคัญในการผลิตรถยนต์ ทั้งแนฟทา เม็ดพลาสติกและเรซิน อะลูมิเนียม ทองแดง เหล็ก รวมถึงชิปหน่วยความจำ ต่างมีแนวโน้มเผชิญต้นทุนสูงขึ้น หากราคาน้ำมันและค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูง

สถานการณ์นี้จึงอาจทำให้ค่ายรถญี่ปุ่นสูญเสียแรงหนุนจากค่าเงิน พร้อมเผชิญต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน และกลายเป็นบททดสอบสำคัญต่อการรักษากำไรและส่วนแบ่งตลาดรถยนต์โลกในช่วงที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถยนต์จีน 

ที่มาข้อมูล : https://www.cnbc.com/2026/08/17/japanese-automakers-vulnerable-iran-war-yen-rally.html

ที่มารูปภาพ : -