สัญญาณเปราะบางของภาคธุรกิจญี่ปุ่นชัดเจนขึ้น หลังจำนวนบริษัทล้มละลายในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 1,028 แห่ง และสูงกว่า 1,000 แห่งเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
ข้อมูลจากโตเกียว โชโกะ รีเสิร์ช ระบุว่า มูลค่าหนี้สินรวมของบริษัทที่ล้มละลายเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.4 อยู่ที่ 236,300 ล้านเยน หรือประมาณ 49,000 ล้านบาท โดยตัวเลขเพิ่มขึ้นมากจากการล้มละลายของบริษัท เซ็นโตชิน ผู้ให้บริการระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในนครโอซากา
เซ็นโตชิน ดำเนินธุรกิจช่วยให้ร้านอาหารและร้านค้ารับเงินจากยอดขายผ่านบัตรเครดิตได้รวดเร็วขึ้น บริษัทเข้าสู่กระบวนการล้มละลายในเดือนกรกฎาคม โดยมีหนี้สินประมาณ 115,160 ล้านเยน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของหนี้จากคดีล้มละลายทั้งหมดในเดือนเดียว และมีแนวโน้มเป็นการล้มละลายของบริษัทที่มีมูลค่าหนี้สูงที่สุดในญี่ปุ่นนับตั้งแต่ต้นปี 2026
สรุปข่าว
สัญญาณเปราะบางของภาคธุรกิจญี่ปุ่นชัดเจนขึ้น หลังจำนวนบริษัทล้มละลายในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 1,028 แห่ง และสูงกว่า 1,000 แห่งเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
ข้อมูลจากโตเกียว โชโกะ รีเสิร์ช ระบุว่า มูลค่าหนี้สินรวมของบริษัทที่ล้มละลายเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.4 อยู่ที่ 236,300 ล้านเยน หรือประมาณ 49,000 ล้านบาท โดยตัวเลขเพิ่มขึ้นมากจากการล้มละลายของบริษัท เซ็นโตชิน ผู้ให้บริการระบบชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในนครโอซากา
เซ็นโตชิน ดำเนินธุรกิจช่วยให้ร้านอาหารและร้านค้ารับเงินจากยอดขายผ่านบัตรเครดิตได้รวดเร็วขึ้น บริษัทเข้าสู่กระบวนการล้มละลายในเดือนกรกฎาคม โดยมีหนี้สินประมาณ 115,160 ล้านเยน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของหนี้จากคดีล้มละลายทั้งหมดในเดือนเดียว และมีแนวโน้มเป็นการล้มละลายของบริษัทที่มีมูลค่าหนี้สูงที่สุดในญี่ปุ่นนับตั้งแต่ต้นปี 2026
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักไม่ได้จำกัดอยู่ที่บริษัทขนาดใหญ่ แต่กำลังเกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กอย่างกว้างขวาง โดยบริษัทที่มีหนี้สินต่ำกว่า 100 ล้านเยน คิดเป็นเกือบร้อยละ 80 ของกิจการที่ล้มละลายทั้งหมด
การล้มละลายที่เชื่อมโยงกับปัญหาขาดแคลนแรงงานเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดที่ 63 แห่ง ในจำนวนนี้ 36 แห่งมีสาเหตุจากต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสูงเป็นสองเท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันที่แตกต่างกันระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และธุรกิจ SME ของญี่ปุ่น แม้การขึ้นค่าจ้างจำเป็นต่อการรักษาและดึงดูดพนักงาน แต่ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนหนึ่งไม่สามารถเพิ่มรายได้หรือปรับราคาสินค้าให้ทันกับค่าแรง ทำให้กำไรลดลงและกระแสเงินสดตึงตัว
ขณะเดียวกัน การล้มละลายจากต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบที่สูงขึ้นมีจำนวน 93 แห่ง มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 โดยเงินเยนที่อ่อนค่าทำให้ธุรกิจซึ่งพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าต้องจ่ายต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถส่งผ่านภาระทั้งหมดไปยังผู้บริโภคได้
เมื่อแยกตามอุตสาหกรรม พบว่าจำนวนกิจการล้มละลายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนใน 7 จาก 10 กลุ่มธุรกิจ ครอบคลุมภาคก่อสร้าง ค้าปลีก และขนส่ง ขณะที่ภาคบริการมีจำนวนล้มละลายสูงที่สุด 342 แห่ง
ส่วนธุรกิจสารสนเทศและการสื่อสารมีจำนวนล้มละลายเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.5 โดยมีบริษัทซอฟต์แวร์บางส่วนที่เผชิญการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลไม่ได้หมายความว่า AI เป็นสาเหตุของการล้มละลายทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้
ตัวเลขล่าสุดชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านของญี่ปุ่นจากยุคเงินฝืดเข้าสู่ยุคต้นทุนและค่าจ้างสูง กำลังสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจขนาดเล็กที่มีอำนาจต่อรองต่ำ หากเงินเยนยังอ่อนค่าและต้นทุนแรงงานเพิ่มต่อเนื่อง บริษัทที่ไม่สามารถปรับราคา เพิ่มประสิทธิภาพ หรือรักษากระแสเงินสด อาจเผชิญความเสี่ยงล้มละลายเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป
ที่มาข้อมูล : https://japantoday.com/category/business/japan-bankruptcies-in-july-top-1-000-for-2nd-straight-month
ที่มารูปภาพ : -
