ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจร้านอาหารระดับโลก ด้วยการร่วมมือกับ Serruya Private Equity หรือ SPE ลงนามข้อตกลงเข้าซื้อกิจการบอนชอน อินเตอร์เนชั่นแนล จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ VIG Partners และครอบครัวซอ โดยคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2026
ไมเนอร์ ฟู้ด จะใช้เงินลงทุนสุทธิ 50 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,650 ล้านบาท โดยภายหลังการซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์ ไมเนอร์จะเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจบอนชอนในทุกภูมิภาคทั่วโลกนอกทวีปอเมริกา ส่วน SPE จะรับผิดชอบธุรกิจในทวีปอเมริกา
ดีลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทของไมเนอร์ จากผู้ถือสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์บอนชอนในประเทศไทย ไปสู่เจ้าของธุรกิจในหลายตลาดทั่วโลก ปัจจุบันไมเนอร์เป็นผู้ถือสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์รายใหญ่ที่สุดของบอนชอน เมื่อพิจารณาจากรายได้รวมของระบบ
ในเชิงธุรกิจ จุดสำคัญของการซื้อกิจการไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนร้านเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเข้าถึงรายได้จากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์หรือรอยัลตี ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตามยอดขายของร้านในเครือข่าย รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายซอส เนื่องจากบอนชอนเป็นเจ้าของและดำเนินงานโรงงานผลิตซอสของตัวเอง
สรุปข่าว
ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจร้านอาหารระดับโลก ด้วยการร่วมมือกับ Serruya Private Equity หรือ SPE ลงนามข้อตกลงเข้าซื้อกิจการบอนชอน อินเตอร์เนชั่นแนล จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ VIG Partners และครอบครัวซอ โดยคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2026
ไมเนอร์ ฟู้ด จะใช้เงินลงทุนสุทธิ 50 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,650 ล้านบาท โดยภายหลังการซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์ ไมเนอร์จะเป็นเจ้าของแบรนด์และธุรกิจบอนชอนในทุกภูมิภาคทั่วโลกนอกทวีปอเมริกา ส่วน SPE จะรับผิดชอบธุรกิจในทวีปอเมริกา
ดีลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทของไมเนอร์ จากผู้ถือสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์บอนชอนในประเทศไทย ไปสู่เจ้าของธุรกิจในหลายตลาดทั่วโลก ปัจจุบันไมเนอร์เป็นผู้ถือสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์รายใหญ่ที่สุดของบอนชอน เมื่อพิจารณาจากรายได้รวมของระบบ
ในเชิงธุรกิจ จุดสำคัญของการซื้อกิจการไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนร้านเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเข้าถึงรายได้จากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์หรือรอยัลตี ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตามยอดขายของร้านในเครือข่าย รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายซอส เนื่องจากบอนชอนเป็นเจ้าของและดำเนินงานโรงงานผลิตซอสของตัวเอง
โครงสร้างนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Asset-Light ของไมเนอร์ ที่เน้นขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรแฟรนไชส์ ลดการใช้เงินลงทุนเพื่อเปิดและบริหารร้านทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่ยังสามารถรับรายได้จากสิทธิ์ในแบรนด์และห่วงโซ่อุปทาน
บอนชอนเริ่มต้นจากร้านอาหารหนึ่งแห่งในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2002 ก่อนขยายเข้าสู่สหรัฐฯ ในปี 2006 ปัจจุบันมีร้านประมาณ 500 สาขา ครอบคลุม 9 ตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา ไต้หวัน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดนอกเกาหลีใต้
สำหรับมุมการตลาด ไมเนอร์จะได้ประโยชน์จากแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ขณะที่ประสบการณ์บริหารแบรนด์ในไทยจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการทำตลาดเมื่อเทียบกับการซื้อแบรนด์ที่ไม่เคยดำเนินงานมาก่อน
อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจในตลาดใหม่ยังขึ้นอยู่กับกำลังซื้อ การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหาร ต้นทุนวัตถุดิบ และความสามารถในการรักษามาตรฐานของแฟรนไชส์ ดีลนี้จึงเป็นทั้งโอกาสสร้างรายได้ระยะยาว และบททดสอบว่าไมเนอร์จะนำความสำเร็จของบอนชอนในไทยไปขยายในตลาดต่างประเทศได้มากเพียงใด
ที่มาข้อมูล : https://www.minorfood.com/en/our-business/bonchon
ที่มารูปภาพ : -
