อุตสาหกรรมครีเอเตอร์ในประเทศไทย โดยภาพรวม เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 45,000 ล้านบาท จากจำนวนครีเอเตอร์ที่มีมากกว่า 9 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งที่ทำเป็นอาชีพแบบ Full-time หรือเต็มเวลา และทำเป็นอาชีพเสริม หรือ Part-time (พาร์ท ไทม์) โดยคนที่ทำเป็นอาชีพหลักจะมีประมาณ 2 ล้านคน
คุณ สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า กลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ หรือเนื้อหาออนไลน์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Creators (ครีเอเตอร์) ซึ่งมุ่งผลิตและสร้างสรรค์คอนเทนต์สำหรับเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย
ต่อมาคือ Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและผลิตคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์, ขณะที่ กลุ่ม E-Commerce Seller เป็นกลุ่มไลฟ์ขายของ และติดตระกร้าเพื่อสร้างรายได้จากการขาย
สรุปข่าว
อุตสาหกรรมครีเอเตอร์ในประเทศไทย โดยภาพรวม เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 45,000 ล้านบาท จากจำนวนครีเอเตอร์ที่มีมากกว่า 9 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งที่ทำเป็นอาชีพแบบ Full-time หรือเต็มเวลา และทำเป็นอาชีพเสริม หรือ Part-time (พาร์ท ไทม์) โดยคนที่ทำเป็นอาชีพหลักจะมีประมาณ 2 ล้านคน
คุณ สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า กลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ หรือเนื้อหาออนไลน์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Creators (ครีเอเตอร์) ซึ่งมุ่งผลิตและสร้างสรรค์คอนเทนต์สำหรับเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย
ต่อมาคือ Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและผลิตคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์, ขณะที่ กลุ่ม E-Commerce Seller เป็นกลุ่มไลฟ์ขายของ และติดตระกร้าเพื่อสร้างรายได้จากการขาย
สุดท้าย คือ CreatorPreneur หรือ Creator + Entrepreneur (ครีเอเตอร์ บวก อองเทรอเพรอเนอร์) หมายถึง ครีเอเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบการควบคู่กัน มีทั้งการสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง ไปจนถึงการพัฒนาเป็นบริษัทสื่อ ผลิตหรือนำเข้าสินค้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการสร้างรายได้และขับเคลื่อนตลาด Creator Economy
ส่วนทิศทางของตลาดคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ช่วงที่ผ่านมาตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว ขยายตัวเกือบร้อยละ 20 ต่อปี ส่งผลให้ปัจจุบันเข้าสู่ยุคเติบโตเต็มที่แล้ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้การแข่งขันมีความท้าทายมากขึ้น และผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นจึงมีโอกาสเติบโตต่อไปได้มากกว่า
ตลาดโดยรวมยังคงเติบโตได้ แต่ในอัตราที่ช้าลง โดยคาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 12-15 ต่อปี จากดีมานด์ที่เข้ามาต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี การเติบโตของตลาดครีเอเตอร์ไทยยังพึ่งพารายได้จากแพลตฟอร์มเป็นหลัก ขณะที่รายได้ที่ส่งผ่านมายังครีเอเตอร์ไทย มีสัดส่วนน้อยและลดลง ประกอบกับตลาดที่เข้าสู่ช่วงเติบโตเต็มที่ และปัญหาคอนเทนต์สีเทา ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก
นำไปสู่การรวมตัวจัดตั้ง สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ขึ้นมาเพื่อยกระดับอาชีพครีเอเตอร์ให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น
โดย สมาคมฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการประสานงาน และหารือร่วมกับภาครัฐและแพลตฟอร์มต่าง ๆ จัดทำมาตรฐานวิชาชีพ, ผลักดันให้รายได้จากเศรษฐกิจครีเอเตอร์กลับเข้าสู่คนไทยมากขึ้น ตลอดจนหาแนวทางแยกคอนเทนต์สีเทาออกจากคอนเทนต์ทั่วไป เพื่อช่วยลดความสับสนและสร้างความชัดเจนให้กับผู้บริโภค
