ไม่ตอบโจทย์! "Shein" ถอยเวียดนาม หวนปักฐานผลิตจีน

Share on Line Share on Facebook Share on X

Shein ยักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชันจากจีน กำลังลดขนาดธุรกิจในเวียดนามอย่างมาก หลังแผนสร้างเวียดนามให้เป็นฐานส่งออกแห่งใหม่ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และทำให้บริษัทต้องหันกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในจีนอีกครั้ง

ปลายปี 2024 Shein เริ่มเช่าศูนย์โลจิสติกส์ใกล้นครโฮจิมินห์ พื้นที่ประมาณ 15 เฮกตาร์ หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอล 21 สนาม พร้อมสนับสนุนให้ซัพพลายเออร์จีนตั้งฐานผลิตในเวียดนาม เพื่อลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภาษีสินค้าจีนของสหรัฐฯ

แต่ปัจจุบัน พื้นที่เช่าถูกลดเหลือประมาณ 6 เฮกตาร์ หรือลดลงร้อยละ 60 ขณะที่มีการลดพนักงานครั้งใหญ่ตั้งแต่เดือนเมษายน บางทีมเหลือพนักงานเพียง 1 ใน 4 อย่างไรก็ตาม Shein ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายงานดังกล่าว

จุดเปลี่ยนสำคัญคือสหรัฐฯ ยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์จากทุกประเทศในเดือนสิงหาคม 2025 ทำให้การส่งสินค้าออกจากเวียดนามไม่ได้รับความได้เปรียบเหมือนเดิม ประกอบกับภาษีสินค้าจีนที่เคยพุ่งสูงถึง 145% ลดลงในเวลาต่อมา จึงทำให้ส่วนต่างระหว่างต้นทุนสินค้าจีนกับเวียดนามแคบลง

สรุปข่าว

Shein ลดขนาดศูนย์โลจิสติกส์ในเวียดนาม พร้อมลดพนักงาน หลังความได้เปรียบด้านภาษีลดลงและระบบผลิตไม่เร็วพอ สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานจีนยังทดแทนได้ยาก

Shein ยักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชันจากจีน กำลังลดขนาดธุรกิจในเวียดนามอย่างมาก หลังแผนสร้างเวียดนามให้เป็นฐานส่งออกแห่งใหม่ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และทำให้บริษัทต้องหันกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในจีนอีกครั้ง

ปลายปี 2024 Shein เริ่มเช่าศูนย์โลจิสติกส์ใกล้นครโฮจิมินห์ พื้นที่ประมาณ 15 เฮกตาร์ หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอล 21 สนาม พร้อมสนับสนุนให้ซัพพลายเออร์จีนตั้งฐานผลิตในเวียดนาม เพื่อลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภาษีสินค้าจีนของสหรัฐฯ

แต่ปัจจุบัน พื้นที่เช่าถูกลดเหลือประมาณ 6 เฮกตาร์ หรือลดลงร้อยละ 60 ขณะที่มีการลดพนักงานครั้งใหญ่ตั้งแต่เดือนเมษายน บางทีมเหลือพนักงานเพียง 1 ใน 4 อย่างไรก็ตาม Shein ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายงานดังกล่าว

จุดเปลี่ยนสำคัญคือสหรัฐฯ ยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์จากทุกประเทศในเดือนสิงหาคม 2025 ทำให้การส่งสินค้าออกจากเวียดนามไม่ได้รับความได้เปรียบเหมือนเดิม ประกอบกับภาษีสินค้าจีนที่เคยพุ่งสูงถึง 145% ลดลงในเวลาต่อมา จึงทำให้ส่วนต่างระหว่างต้นทุนสินค้าจีนกับเวียดนามแคบลง

ล่าสุด สหรัฐฯ ยังเรียกเก็บภาษีเพิ่มร้อยละ 12.5 กับสินค้าจากทั้งจีนและเวียดนาม จากข้อกล่าวหาว่าไม่สามารถป้องกันสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับได้อย่างเพียงพอ ยิ่งลดแรงจูงใจในการย้ายฐานผลิตมายังเวียดนาม 

อีกปัญหาคือโมเดลของ Shein ต้องผลิตเสื้อผ้าหลายล้านแบบ ครั้งละจำนวนน้อย และเติมสินค้าได้ภายในไม่กี่วัน ภายใต้อัตรากำไรบางรายการเพียง 1 หยวนต่อชิ้น ระบบซัพพลายเออร์ขนาดเล็กที่กระจุกตัวในมณฑลกวางตุ้งจึงยังมีความเร็วและความยืดหยุ่นสูงกว่าเวียดนาม

Shein เตรียมลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ พัฒนาระบบซัพพลายเชนอัจฉริยะในจีนตอนใต้ พร้อมเดินหน้าแผนเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากรายได้ในสหรัฐฯ ซึ่งลดลงร้อยละ 14 ในไตรมาสแรก รวมถึงภาษีศุลกากร 3 ยูโรของสหภาพยุโรปต่อสินค้านำเข้าอีคอมเมิร์ซมูลค่าต่ำ ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 คณะกรรมาธิการยุโรป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า การย้ายฐานผลิตเพื่อหนีภาษีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะหัวใจสำคัญของธุรกิจแฟชันราคาประหยัด คือความเร็ว ต้นทุนต่ำ และเครือข่ายโรงงานที่ตอบสนองคำสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งจีนยังคงได้เปรียบอย่างชัดเจน