ทำไมเที่ยวไทย ต้องการ "คนจีน" เป้าหมายใหม่ 5.3 ล้านคน จะทำได้หรือไม่? อย่างไร?

Share on Line Share on Facebook Share on X

ทำไมต้อง "คนจีน" ? ไทยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีน 5.3 ล้านคน เข้าไทย ปั้นรายได้ 2.97 แสนล้านบาท


นักท่องเที่ยวจีนเคยเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และแม้วันนี้สถานการณ์จะไม่เหมือนเดิม แต่ "ตลาดจีน" ก็ยังเป็นความหวังสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ


ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายในปี 2570 ดึงนักท่องเที่ยวชาวจีนให้ได้ 5.28-5.39 ล้านคน หรือประมาณ 5.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3-5% จากเป้าหมายของปี 2569 พร้อมสร้างรายได้ 2.97 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 3%


ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ไทยจะเดินหน้าทำตลาดนักท่องเที่ยวหลายประเทศ แต่ "จีน" ยังคงเป็นตลาดที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุด


คำถามคือ ทำไมต้องเป็นคนจีน และไทยต้องทำอะไรเพื่อให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นจริง


ตลาดจีนยังเป็น "ขุมกำลังซื้อ" ของการท่องเที่ยวไทย


ก่อนเกิดโควิด-19 จีนคือแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งของประเทศไทย


ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากกว่า 11 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และสร้างรายได้กว่า 530,000 ล้านบาท มากที่สุดในบรรดาทุกตลาด


แม้หลังโควิดตัวเลขจะลดลงอย่างมาก แต่ศักยภาพของตลาดจีนยังไม่ได้หายไป เพียงแต่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป


คนจีนยุคใหม่เดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์วางแผนทริป เลือกที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมเอง พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ประสบการณ์ และความคุ้มค่ามากกว่าการซื้อทัวร์ราคาถูกแบบในอดีต


จึงเป็นเหตุผลที่ไทยต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันกับนักเดินทางรุ่นใหม่ มากกว่าการใช้วิธีการตลาดแบบเดิม


เพราะคนจีนใช้จ่ายสูง และเงินกระจายสู่เศรษฐกิจไทย


เหตุผลสำคัญที่ไทยยังให้ความสำคัญกับตลาดจีน คือ "กำลังซื้อ" 


ข้อมูลของ ททท. ระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 56,000 บาทต่อคนต่อทริป อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค


รายได้เหล่านี้ไม่ได้ตกอยู่เฉพาะโรงแรมหรือบริษัททัวร์ แต่กระจายไปยังร้านอาหาร ร้านค้าปลีก รถเช่า สายการบิน สถานที่ท่องเที่ยว และผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ


ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องการเพิ่มรายได้ต่อคนด้วย


ททท. จึงหันมาเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งมีกำลังซื้อสูง นิยมท่องเที่ยวด้วยตัวเอง และพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่แตกต่าง

เพิ่มเที่ยวบิน เปิดตลาดใหม่ในจีน


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ "การเดินทาง" แม้ความต้องการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่จำนวนเที่ยวบินระหว่างไทยกับจีนยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด


ททท. จึงหารือกับ Sichuan Airlines เพื่อเพิ่มเที่ยวบินและฟื้นเส้นทางสำคัญ เช่น เฉิงตู-กระบี่ เฉิงตู-เชียงใหม่ และเฉิงตู-เชียงราย รวมถึงผลักดันเที่ยวบินตรงไปยังหัวหินและอู่ตะเภา


นอกจากนี้ ไทยยังขยายตลาดไปยัง "จีนตะวันตก" ได้แก่ เฉิงตู ฉงชิ่ง ซีอาน และหลานโจว ซึ่งมีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคน เป็นฐานชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตและมีศักยภาพเดินทางต่างประเทศสูง


รัฐบาลยังเตรียมเดินหน้าโครงการ Thailand Air Connect เพื่อสนับสนุนทั้งเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ช่วยลดต้นทุนของสายการบินและเพิ่มโอกาสเปิดเส้นทางใหม่


จากขายสถานที่ สู่ขายประสบการณ์


การแข่งขันแย่งชิงนักท่องเที่ยวจีนในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่เคย ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และมาเลเซีย ต่างเร่งออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่อง


ไทยจึงต้องเปลี่ยนจากการขายแหล่งท่องเที่ยวแบบเดิม มาเป็นการขาย "ประสบการณ์"


ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถหาได้จากประเทศอื่น


แนวคิด Healing is the New Luxury จึงถูกนำมาใช้ในการทำตลาด โดยเน้นการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ มากกว่าการขายความหรูหราเพียงอย่างเดียว


สรุปข่าว

ไทยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีน 5.3 ล้านคนในปี 2570 หวังสร้างรายได้เกือบ 3 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและฟื้นภาคการท่องเที่ยว แม้การแข่งขันจะรุนแรงและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนไป แต่ตลาดจีนยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้านกำลังซื้อสูงที่สุดแห่งหนึ่งของไทย รัฐบาลและ ททท. จึงเร่งเพิ่มเที่ยวบิน เจาะเมืองใหม่ในจีน และปรับกลยุทธ์สู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าการเน้นปริมาณ

ทำไมต้อง "คนจีน" ? ไทยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีน 5.3 ล้านคน เข้าไทย ปั้นรายได้ 2.97 แสนล้านบาท


นักท่องเที่ยวจีนเคยเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และแม้วันนี้สถานการณ์จะไม่เหมือนเดิม แต่ "ตลาดจีน" ก็ยังเป็นความหวังสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ


ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายในปี 2570 ดึงนักท่องเที่ยวชาวจีนให้ได้ 5.28-5.39 ล้านคน หรือประมาณ 5.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3-5% จากเป้าหมายของปี 2569 พร้อมสร้างรายได้ 2.97 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 3%


ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ไทยจะเดินหน้าทำตลาดนักท่องเที่ยวหลายประเทศ แต่ "จีน" ยังคงเป็นตลาดที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุด


คำถามคือ ทำไมต้องเป็นคนจีน และไทยต้องทำอะไรเพื่อให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นจริง


ตลาดจีนยังเป็น "ขุมกำลังซื้อ" ของการท่องเที่ยวไทย


ก่อนเกิดโควิด-19 จีนคือแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งของประเทศไทย


ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากกว่า 11 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และสร้างรายได้กว่า 530,000 ล้านบาท มากที่สุดในบรรดาทุกตลาด


แม้หลังโควิดตัวเลขจะลดลงอย่างมาก แต่ศักยภาพของตลาดจีนยังไม่ได้หายไป เพียงแต่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป


คนจีนยุคใหม่เดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์วางแผนทริป เลือกที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมเอง พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ประสบการณ์ และความคุ้มค่ามากกว่าการซื้อทัวร์ราคาถูกแบบในอดีต


จึงเป็นเหตุผลที่ไทยต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันกับนักเดินทางรุ่นใหม่ มากกว่าการใช้วิธีการตลาดแบบเดิม


เพราะคนจีนใช้จ่ายสูง และเงินกระจายสู่เศรษฐกิจไทย


เหตุผลสำคัญที่ไทยยังให้ความสำคัญกับตลาดจีน คือ "กำลังซื้อ" 


ข้อมูลของ ททท. ระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 56,000 บาทต่อคนต่อทริป อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค


รายได้เหล่านี้ไม่ได้ตกอยู่เฉพาะโรงแรมหรือบริษัททัวร์ แต่กระจายไปยังร้านอาหาร ร้านค้าปลีก รถเช่า สายการบิน สถานที่ท่องเที่ยว และผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ


ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องการเพิ่มรายได้ต่อคนด้วย


ททท. จึงหันมาเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งมีกำลังซื้อสูง นิยมท่องเที่ยวด้วยตัวเอง และพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่แตกต่าง

เพิ่มเที่ยวบิน เปิดตลาดใหม่ในจีน


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ "การเดินทาง" แม้ความต้องการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่จำนวนเที่ยวบินระหว่างไทยกับจีนยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด


ททท. จึงหารือกับ Sichuan Airlines เพื่อเพิ่มเที่ยวบินและฟื้นเส้นทางสำคัญ เช่น เฉิงตู-กระบี่ เฉิงตู-เชียงใหม่ และเฉิงตู-เชียงราย รวมถึงผลักดันเที่ยวบินตรงไปยังหัวหินและอู่ตะเภา


นอกจากนี้ ไทยยังขยายตลาดไปยัง "จีนตะวันตก" ได้แก่ เฉิงตู ฉงชิ่ง ซีอาน และหลานโจว ซึ่งมีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคน เป็นฐานชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตและมีศักยภาพเดินทางต่างประเทศสูง


รัฐบาลยังเตรียมเดินหน้าโครงการ Thailand Air Connect เพื่อสนับสนุนทั้งเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ช่วยลดต้นทุนของสายการบินและเพิ่มโอกาสเปิดเส้นทางใหม่


จากขายสถานที่ สู่ขายประสบการณ์


การแข่งขันแย่งชิงนักท่องเที่ยวจีนในปัจจุบันรุนแรงกว่าที่เคย ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม และมาเลเซีย ต่างเร่งออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่อง


ไทยจึงต้องเปลี่ยนจากการขายแหล่งท่องเที่ยวแบบเดิม มาเป็นการขาย "ประสบการณ์"


ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถหาได้จากประเทศอื่น


แนวคิด Healing is the New Luxury จึงถูกนำมาใช้ในการทำตลาด โดยเน้นการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ มากกว่าการขายความหรูหราเพียงอย่างเดียว



ทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มที่คนจีนใช้จริง


พฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวจำนวนมากค้นหาข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ก่อนตัดสินใจเดินทาง


ททท. จึงจับมือกับ "Meituan" หนึ่งในแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของจีน เพื่อร่วมทำการตลาด แลกเปลี่ยนข้อมูล และวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยว


พร้อมลงนามความร่วมมือกับ China Tourism Group, Utour Group, China Comfort Group, AMAP และ TCP Red Bull เพื่อประชาสัมพันธ์ Amazing Thailand ผ่านช่องทางดิจิทัล และใช้เทคโนโลยี Smart Tourism เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด


เป้าหมาย 5.3 ล้านคน ยังต้องฝ่าความท้าทาย


ข้อมูลล่าสุดช่วง 1 มกราคม-11 กรกฎาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยเริ่มฟื้นตัว หลังรัฐบาลไทยร่วมมือกับทางการจีนปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมและแก๊งสแกมเมอร์


อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งเศรษฐกิจจีนที่ยังชะลอตัว ราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

หากทำได้ ประโยชน์ไม่ได้ตกแค่ภาคท่องเที่ยว


เป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวจีน 5.3 ล้านคน ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย


หากสามารถสร้างรายได้เกือบ 3 แสนล้านบาท ได้ตามเป้า เม็ดเงินจะกระจายไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และแรงงานในภาคบริการทั่วประเทศ


สุดท้าย ความสำเร็จของแผนนี้ จึงเป็นความหวังของไทย และต้องย้ำว่าแผนนี้ไม่ได้วัดเพียงแค่ว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นกี่คน แต่ไทยจะต้องยกระดับความเชื่อมั่น พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เลือกประเทศไทยให้ได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในสมรภูมิท่องเที่ยว โดยเฉพาะคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ