ทรัมป์สั่งทีมเจรจาหยุดการติดต่อกับอิหร่าน เหตุไม่พอใจเมินข้อเสนอ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์สั่งทีมเจรจาหยุดการติดต่อกับอิหร่าน เหตุไม่พอใจเมินข้อเสนอ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้สั่งให้ทีมเจรจาของเขา ระงับการติดต่อกับอิหร่าน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่อิหร่านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขา และระบุว่าเขาจะกลับมาเปิดการติดต่ออีกครั้งก็ต่อเมื่อผู้นำอิหร่านแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงที่เขาต้องการอีกครั้ง

ทีมเจรจาของสหรัฐฯ ประกอบด้วยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์, สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสิ่งที่เจ้าหน้าที่เรียกว่า “การหารือเชิงบวก” กับอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะชะงักงันของความพยายามที่จะรื้อฟื้นการเจรจา และความสงสัยที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับท่าทีของทรัมป์ โดยเขาส่งสัญญาณว่าอาจพร้อมที่จะถอยออกจากการเผชิญหน้า

เมื่อวันอังคาร ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่า “ไม่มีการเจรจาหรือการพูดคุยใด ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น หรือมีการกำหนดไว้กับอิหร่าน” คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านได้ปฏิเสธมาโดยตลอด

แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้กล่าวว่า ทำเนียบขาวกำลังปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไปสู่การ “บีบรัด” อิหร่านในระยะยาว แทนที่จะดำเนินการโจมตีทางทหารเพิ่มเติม

ทางฝั่งอิหร่าน แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระบุว่า ไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ เกิดขึ้นนับตั้งแต่วอชิงตันละเมิดบันทึกความเข้าใจระดับทวิภาคี (MoU) ที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งมีเป้าหมายยุติความขัดแย้งในภูมิภาคในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน

แหล่งข่าวรายดังกล่าวเสริมว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ เป็นคนละเรื่องและไม่ได้เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ

สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความขัดแย้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเงื่อนไขในการยุติความขัดแย้ง โดยอนาคตของการเจรจายังคงไม่แน่นอน หลังจากช่วงเวลาเจรจา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้ MoU สิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์



สรุปข่าว

ทรัมป์สั่งระงับการติดต่อกับอิหร่าน หลังไม่พอใจที่อิหร่านไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเขา

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้สั่งให้ทีมเจรจาของเขา ระงับการติดต่อกับอิหร่าน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่อิหร่านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขา และระบุว่าเขาจะกลับมาเปิดการติดต่ออีกครั้งก็ต่อเมื่อผู้นำอิหร่านแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงที่เขาต้องการอีกครั้ง

ทีมเจรจาของสหรัฐฯ ประกอบด้วยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์, สตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสิ่งที่เจ้าหน้าที่เรียกว่า “การหารือเชิงบวก” กับอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะชะงักงันของความพยายามที่จะรื้อฟื้นการเจรจา และความสงสัยที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับท่าทีของทรัมป์ โดยเขาส่งสัญญาณว่าอาจพร้อมที่จะถอยออกจากการเผชิญหน้า

เมื่อวันอังคาร ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่า “ไม่มีการเจรจาหรือการพูดคุยใด ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น หรือมีการกำหนดไว้กับอิหร่าน” คำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านได้ปฏิเสธมาโดยตลอด

แหล่งข่าวที่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้กล่าวว่า ทำเนียบขาวกำลังปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไปสู่การ “บีบรัด” อิหร่านในระยะยาว แทนที่จะดำเนินการโจมตีทางทหารเพิ่มเติม

ทางฝั่งอิหร่าน แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระบุว่า ไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ เกิดขึ้นนับตั้งแต่วอชิงตันละเมิดบันทึกความเข้าใจระดับทวิภาคี (MoU) ที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งมีเป้าหมายยุติความขัดแย้งในภูมิภาคในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน

แหล่งข่าวรายดังกล่าวเสริมว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ เป็นคนละเรื่องและไม่ได้เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ

สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความขัดแย้งเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเงื่อนไขในการยุติความขัดแย้ง โดยอนาคตของการเจรจายังคงไม่แน่นอน หลังจากช่วงเวลาเจรจา 60 วันที่กำหนดไว้ภายใต้ MoU สิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์



ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters