"ยูเออี"​ ปิดประตูการค้า ตัดท่อน้ำเลี้ยง​ "อิหร่าน" จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ยูเออี"​ ปิดประตูการค้า ตัดท่อน้ำเลี้ยง​ "อิหร่าน" จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

หากยูเออีคว่ำบาตรการค้าอิหร่าน จะเกิดอะไรขึ้น?

จากข่าวที่ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ประกาศระงับการทำการค้ากับอิหร่านลงในวันนี้ (19 สิงหาคม) หลังจากที่มีขีปนาวุธ 2 ลูก พุ่งตรงเข้าสู่ประเทศ ซึ่งอิหร่านชี้ว่า ไม่ได้เป็นผู้ยิงขีปนาวุธดังกล่าว แต่อาจเป็นฝีมือของฝ่ายอื่นที่ต้องการโยนความผิดให้อิหร่านนั้น


ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วยูเออี มีความสำคัญด้านการค้าต่ออิหร่านมากเพียงใด? 

ยูเออี ตั้งอยู่ห่างจากอิหร่าน ในจุดที่แคบที่สุดของอ่าวเปอร์เซียเพียงราว 100 กิโลเมตรเท่านั้น และนับว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญยิ่งต่ออิหร่าน ท่ามกลางสภาวะที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และประชาคมโลก

เพราะยูเออี ถือเป็น “ประตูการค้าของอิหร่าน”

เนื่องจากการที่อิหร่านถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ ทำให้ไม่สามารถทำการค้าในระดับปกติ หรือการทำธุรกรรมใด ๆ ได้ จึงมี “ยูเออี” เป็นตัวกลางในการทำการค้า โดยสินค้าจากต่างประเทศ จะถูกส่งมายังยูเออีก่อน ก่อนส่งต่อให้กับอิหร่านต่อไป  และเช่นเดียวกัน สินค้าอิหร่านก็จะถูกส่งมายังยูเออีก่อน ก่อนส่งไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป


สรุปข่าว

หาก "ยูเออี" ระงับทั้งการค้าและธุรกรรมทางการเงินกับ"อิหร่าน" จะสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจอิหร่าน เพราะที่ผ่านมา UAE โดยเฉพาะดูไบ เปรียบเสมือน “ประตูการค้าและการเงิน” ที่ช่วยให้อิหร่านซึ่งถูกคว่ำบาตรสามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ส่งออกสินค้า และเข้าถึงเงินดอลลาร์หรือเงินตราต่างประเทศได้

หากยูเออีคว่ำบาตรการค้าอิหร่าน จะเกิดอะไรขึ้น?

จากข่าวที่ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ประกาศระงับการทำการค้ากับอิหร่านลงในวันนี้ (19 สิงหาคม) หลังจากที่มีขีปนาวุธ 2 ลูก พุ่งตรงเข้าสู่ประเทศ ซึ่งอิหร่านชี้ว่า ไม่ได้เป็นผู้ยิงขีปนาวุธดังกล่าว แต่อาจเป็นฝีมือของฝ่ายอื่นที่ต้องการโยนความผิดให้อิหร่านนั้น


ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วยูเออี มีความสำคัญด้านการค้าต่ออิหร่านมากเพียงใด? 

ยูเออี ตั้งอยู่ห่างจากอิหร่าน ในจุดที่แคบที่สุดของอ่าวเปอร์เซียเพียงราว 100 กิโลเมตรเท่านั้น และนับว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญยิ่งต่ออิหร่าน ท่ามกลางสภาวะที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และประชาคมโลก

เพราะยูเออี ถือเป็น “ประตูการค้าของอิหร่าน”

เนื่องจากการที่อิหร่านถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ ทำให้ไม่สามารถทำการค้าในระดับปกติ หรือการทำธุรกรรมใด ๆ ได้ จึงมี “ยูเออี” เป็นตัวกลางในการทำการค้า โดยสินค้าจากต่างประเทศ จะถูกส่งมายังยูเออีก่อน ก่อนส่งต่อให้กับอิหร่านต่อไป  และเช่นเดียวกัน สินค้าอิหร่านก็จะถูกส่งมายังยูเออีก่อน ก่อนส่งไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป


การที่ยูเออี (โดยเฉพาะดูไบ) กลายมาเป็นศูนย์กลางการค้า และทางรอดของอิหร่าน มีปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้ 

1. ภูมิศาสตร์ และระยะทาง เนื่องจากภูมิศาสตร์ของทั้ง 2 ประเทศตั้งอยู่ห่างกันเพียงไม่ถึง 100 กิโลเมตร ทำให้การขนส่งทางเรือข้ามฟากระหว่างท่าเรือในดูไบ หรือชาร์จาห์ ไปยังท่าเรือบันดาร์อับบาสของอิหร่าน ทำได้เร็ว และต้นทุนต่ำ

2. ดูไบ ถือเป็นศูนย์กลางโลจิสติกของภูมิภาค มีท่าเรือน้ำลึก และเขตการค้าสรีที่เปิดกว้าง สิ้นค้าจากยุโรป จีน หรือเอเชีย ที่ไม่สามารถส่งตรงไปอิหร่านได้ จึงถูกส่งไปที่ยูเออีก่อน แล้วจึง “เปลี่ยนเอกสาร / ส่งต่อ” ข้ามไปยังอิหร่าน 

3. ช่องทางรับเงินต่างประเทศ เพราะอิหร่านถูกตัดออกจากระบบการเงินโลก (เช่น SWIFT) และเข้าถึงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ยาก  แต่ในยูเออีมีทั้งบริษัทการค้า บริษัท re-export และร้านแลกเงินจำนวนมาก รวมถึงมีธุรกิจชาวอิหร่านมากกว่า 10,000 แห่งที่นี่ ทำให้บริษัทอิหร่านสามารถทำธุรกรรมการเงิน แลกเงิน ผ่านเครือข่ายธุรกิจในยูเออี ก่อนสินค้าถูกส่งต่อไปยังอิหร่าน

 

ดังนั้น หากยูเออีระงับการค้า รวมถึงปิดช่องทางการทำธุรกรรมการเงินต่ออิหร่านด้วยนั้น จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่ออิหร่าน เพราะไม่เพียงของไม่สามารถส่งไปมาได้ แต่ “เงิน” ก็เดินทางถึงอิหร่านได้ยากขึ้นด้วย  เพราะอิหร่านต้องการเงินสกุล “ดอลลาร์” หรือ “ยูโร” เพื่อซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แต่เมื่อช่องทางที่ยูเออีถูกตัดออก ก็ทำให้ความสามารถของบริษัทอิหร่านในการหา และเคลื่อนย้ายเงินตราต่างประเทศก็ลดลงด้วย 

ซึ่งผลที่ตามมา จะกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน เพราะอาจทำให้เงินเรียลอิหร่านถูกกดดันให้อ่อนค่า - สินค้านำเข้าแพงขึ้นอีก - เงินเฟ้อยิ่งรุนแรง

ที่มาข้อมูล : New York Times, Outlook Business

ที่มารูปภาพ : ChatGPT