“สีหศักดิ์”​ หนุนเมียนมากลับสู่ประชาธิปไตย-สันติภาพ พร้อมเป็นกาวใจเชื่อมอาเซียน

Share on Line Share on Facebook Share on X
“สีหศักดิ์”​ หนุนเมียนมากลับสู่ประชาธิปไตย-สันติภาพ พร้อมเป็นกาวใจเชื่อมอาเซียน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยของ ประธานาธิบดีมิน อ่อง ไลง์ ภายหลังพิธีเปิดการประชุมร่วมของภาคธุรกิจไทยและเมียนมา


นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การเยือนไทยครั้งนี้ของมิน อ่อง ไลง์ เป็นครั้งแรกหลังจากที่เขารับตำแหน่งในฐานะประธานาธิบดีของเมียนมาในเดือนเมษายนและยังเป็นการเยือนไทยในระดับประธานาธิบดีครั้งแรกในรอบ 8 ปี  ซึ่งการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นเวลาสำคัญของเมียนมาที่กำลังก้าวไปสู่เส้นทางแห่งประชาธิปไตยเพื่อนำประเทศสู่ความเจริญก้าวหน้า และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้น


สำหรับการหารือในช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่าโดยรวมการหารือครอบคลุมทุกมิติ ตรงไปตรงมาและเป็นการหารือที่สร้างสรรค์ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องพัฒนาความร่วมมือในทุกด้านที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงให้มีการแลกเปลี่ยนไปมาหาสู่กันให้มากขึ้น และใช้กลไกความร่วมมือให้มากขึ้น อาทิ กลไกคณะกรรมาธิการร่วมซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและเมียนมาเป็นประธานร่วม

นายสีหศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงเส้นทางทวิภาคีระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งยังคงมีประเด็นต่างๆที่ต้องพูดคุยกับฝ่ายเมียนมาให้มากขึ้นและต้องมีความร่วมมือกันในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงชายแดน นอกจากนี้ยังมีประเด็นความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติการหลอกลวงออนไลน์ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนทั้งสองประเทศรวมถึงต่อภูมิภาคและต่อโลก นอกจากนี้ยังมีปัญหามลพิษทั้งแม่น้ำในอากาศและไทยยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการค้าชายแดนที่แม่สอดและเมียววดี

สรุปข่าว

"สีหศักดิ์" ย้ำบทบาทไทยในการสนับสนุนเมียนมาในการกลับสู่เส้นแห่งประชาธิปไตยและสันติภาพ พร้อมเป็นสะพานเชื่อมเมียนมากลับสู่อาเซียนอีกครั้ง ยินดีมีภาพ "ซูจี" พบตัวแทนต่างชาติ หวังเปิดโอกาสให้ผู้แทนพิเศษอาเซียนได้เข้าเยี่ยมนางซูจีด้วย

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยของ ประธานาธิบดีมิน อ่อง ไลง์ ภายหลังพิธีเปิดการประชุมร่วมของภาคธุรกิจไทยและเมียนมา


นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การเยือนไทยครั้งนี้ของมิน อ่อง ไลง์ เป็นครั้งแรกหลังจากที่เขารับตำแหน่งในฐานะประธานาธิบดีของเมียนมาในเดือนเมษายนและยังเป็นการเยือนไทยในระดับประธานาธิบดีครั้งแรกในรอบ 8 ปี  ซึ่งการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นเวลาสำคัญของเมียนมาที่กำลังก้าวไปสู่เส้นทางแห่งประชาธิปไตยเพื่อนำประเทศสู่ความเจริญก้าวหน้า และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้น


สำหรับการหารือในช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่าโดยรวมการหารือครอบคลุมทุกมิติ ตรงไปตรงมาและเป็นการหารือที่สร้างสรรค์ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องพัฒนาความร่วมมือในทุกด้านที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงให้มีการแลกเปลี่ยนไปมาหาสู่กันให้มากขึ้น และใช้กลไกความร่วมมือให้มากขึ้น อาทิ กลไกคณะกรรมาธิการร่วมซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและเมียนมาเป็นประธานร่วม

นายสีหศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงเส้นทางทวิภาคีระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งยังคงมีประเด็นต่างๆที่ต้องพูดคุยกับฝ่ายเมียนมาให้มากขึ้นและต้องมีความร่วมมือกันในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงชายแดน นอกจากนี้ยังมีประเด็นความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติการหลอกลวงออนไลน์ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนทั้งสองประเทศรวมถึงต่อภูมิภาคและต่อโลก นอกจากนี้ยังมีปัญหามลพิษทั้งแม่น้ำในอากาศและไทยยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการค้าชายแดนที่แม่สอดและเมียววดี

ขณะที่ประเด็นสำคัญอย่างการปูทางเมียนมากลับสู่อาเซียน นายสีหศักดิ์ย้ำว่าไทยต้องการนำเมียนมากับสู่อาเซียนเพราะไทยเห็นว่าเมียนมามีความสำคัญต่อเอกภาพของอาเซียนท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังผันผวน นโยบายของไทยคือการช่วยให้เมียนมากลับไปมีส่วนร่วมอีกครั้งกับอาเซียน แต่เมียนมาก็ต้องตอบสนองต่อคำเรียกร้องต่างๆด้วย ซึ่งไทยต้องการให้เมียนมาเกิดสันติภาพและเสถียรภาพ ประชาชนอยู่กันอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่กำหนดอยู่ใน “ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน” สำหรับประเทศไทยนั้นให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของฉันทามติ แม้ที่ผ่านมาไทยจะเอ่ยถึงบ่อยแต่จะนำฉันทามติ 5 ข้อไปปฏิบัติอย่างไรยุทธศาสตร์จะต้องอยู่บนความเป็นจริงโดยยึดมนุษยธรรมเป็นแนวทาง


ส่วนประเด็นเรื่องนาง ออง ซาน ซู จี ที่อาเซียนให้ความสำคัญ ไทยแสดงความยินดีที่ในประเด็นนี้มีพัฒนาทางการที่ดีขึ้นหลังจากอองซานซูจีออกจากเรือนจำมาบ้านพัก แล้วล่าสุด กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ ICRC  ไปพบอองซานซูจี โดยไทยหวังว่าในอนาคตเมียนมาจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนพิเศษของอาเซียนซึ่งก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ได้เข้าไปเยี่ยมนางอองซานซูจีด้วย


อย่างไรก็ตาม นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยพยายามสนับสนุนให้รัฐบาลเมียนมาได้เดินหน้าต่อไปในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นประชาธิปไตย แต่นายสีหศักดิ์ก็ย้ำว่า ไทยไม่ได้ชี้ว่าต้องทำแบบใด แต่เมียนมารู้ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรเพื่อสันติภาพ แต่อะไรที่ไทยสามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้ไทยก็พร้อมที่จะช่วย หรือ อะไรที่สามารถช่วยสื่อสารกับประชาคมโลกให้เข้าใจมากขึ้น ไทยก็พร้อมช่วยเช่นกันรวมถึงบทบาทในการเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างเมียนมากับอาเซียนที่ทำได้ ถ้าเมียนมาประสงค์ให้ไทยช่วยเหลือ


นอกจากนี้ ประเด็นอื่นๆ ที่มีการหารือ อาทิ ประเด็นความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายต้องการทำให้ชายแดนไทยเมียนมาเป็นชายแดนแห่งสันติภาพและการพัฒนาเพื่อให้ชีวิตของประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยความปลอดภัย ทำให้การค้ากลับมาเป็นปกติเพื่อยกระดับความเป็นความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดนสองประเทศ

สำหรับในเรื่องปัญหายาเสพติดต้องมีความร่วมมือในการสกัดสารตั้งต้น สารเคมีพันธุ์ สำหรับการผลิตยาเสพติด และไทยพร้อมที่จะขยายโครงการส่งเสริมปลูกพืชทดแทนยาเสพติดในรัฐฉานของเมียนมาต่อไป ไทยยังเห็นควรที่จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของ 2 ประเทศ ไปจนถึงการขยายความร่วมมือเรื่องข่าวกรองเพื่อตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติด


ส่วนประเด็นหมอกควันข้ามแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นควรที่จะเพิ่มระดับความร่วมมือในภูมิภาคของทั้ง 3 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย เมียนมา และลาว ให้ดำเนินไปด้วยดี และไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการเพิ่มขีดความสามารถในเทคนิคที่จะช่วยแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน


ขณะที่ ประเด็นมลพิษแม่น้ำกก นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้มีการลงนาม TOR ร่วมกันโดยจะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาด้วยพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ซึ่งการลงนามนี้นับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญและจากนี้จะมีการลงพื้นที่บริเวณที่เกิดปัญหาดูสถานการณ์ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไทยหวังว่าจะมีการแก้ไขปัญหาในเร็ววัน

ส่วนประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน นายสีหศักดิ์เปิดเผยว่าในงานประชุมภาคธุรกิจไทย-เมียนมา ที่จัดขึ้นวันนี้มีนักธุรกิจและภาคเอกชนมาร่วมงานมากกว่า 700 คนที่สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นสนใจที่จะลงทุนจากทั้งสองฝ่าย นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงพื้นที่ “เมียวดีและแม่สอด” ว่าเป็นประตูการค้าที่สำคัญ และในอนาคตนี้จะมีการหารือในการสร้างเส้นทางไฮเวย์เชื่อมไทย เมียนมา และอินเดีย โดยที่ด่านเมียววดีจะกลายเป็นด่านที่สำคัญในเส้นทางนี้ซึ่งสามารถส่งสินค้าจากไทยไปเมียนมาและผ่านไปยังอินเดียได้  

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN