
ไทยสรุปผลเยือนอินโดนีเซียสำเร็จ 4 ด้าน เปิดตลาดการค้า-ลงทุน ดันมูลค่าการค้าแตะ 23,000 ล้านดอลลาร์
ไทยสรุปผลเยือนอินโดนีเซีย ประสบความสำเร็จ 4 ด้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 ว่า การเยือนครั้งนี้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เปิดโอกาสด้านการค้าและการลงทุน เสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง และผลักดันบทบาทของไทยในอาเซียน
รัฐบาลอินโดนีเซียให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างสมเกียรติ โดยประธานาธิบดีอินโดนีเซียเดินทางไปส่งถึงสนามบินด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ และจะช่วยให้การขับเคลื่อนความร่วมมือในอนาคตมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประชาชนได้ประโยชน์ 4 ด้าน
รัฐบาลระบุว่า ผลจากการเยือนครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
* เพิ่มตลาดและโอกาสทางธุรกิจ
* ส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน
* ยกระดับความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ
* สร้างเสถียรภาพของภูมิภาคที่เอื้อต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 23,000 ล้านดอลลาร์
การหารือระหว่างไทยและอินโดนีเซียครอบคลุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน จากอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงความร่วมมือด้านอาหาร ฮาลาล พลังงาน การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสีเขียว และการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต
ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเปิดตลาดให้สินค้าและบริการของไทย เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงตลาดอินโดนีเซียที่มีประชากรกว่า 280 ล้านคน พร้อมดึงดูดการลงทุนและสร้างการจ้างงานในประเทศ
ทั้งสองประเทศยังตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอนาคตอันใกล้
สรุปข่าว
ไทยสรุปผลเยือนอินโดนีเซียสำเร็จ 4 ด้าน เปิดตลาดการค้า-ลงทุน ดันมูลค่าการค้าแตะ 23,000 ล้านดอลลาร์
ไทยสรุปผลเยือนอินโดนีเซีย ประสบความสำเร็จ 4 ด้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 ว่า การเยือนครั้งนี้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เปิดโอกาสด้านการค้าและการลงทุน เสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง และผลักดันบทบาทของไทยในอาเซียน
รัฐบาลอินโดนีเซียให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างสมเกียรติ โดยประธานาธิบดีอินโดนีเซียเดินทางไปส่งถึงสนามบินด้วยตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ และจะช่วยให้การขับเคลื่อนความร่วมมือในอนาคตมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประชาชนได้ประโยชน์ 4 ด้าน
รัฐบาลระบุว่า ผลจากการเยือนครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
* เพิ่มตลาดและโอกาสทางธุรกิจ
* ส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน
* ยกระดับความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ
* สร้างเสถียรภาพของภูมิภาคที่เอื้อต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 23,000 ล้านดอลลาร์
การหารือระหว่างไทยและอินโดนีเซียครอบคลุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน จากอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงความร่วมมือด้านอาหาร ฮาลาล พลังงาน การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสีเขียว และการเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต
ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเปิดตลาดให้สินค้าและบริการของไทย เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงตลาดอินโดนีเซียที่มีประชากรกว่า 280 ล้านคน พร้อมดึงดูดการลงทุนและสร้างการจ้างงานในประเทศ
ทั้งสองประเทศยังตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอนาคตอันใกล้
ลงนามความร่วมมือภาคเอกชน 4 ฉบับ
ระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมงาน Indonesia–Thailand Business Forum พบปะนักธุรกิจอินโดนีเซีย และเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนไทยและอินโดนีเซีย จำนวน 4 ฉบับ ครอบคลุมด้านการท่องเที่ยว ตลาดคาร์บอน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันให้เกิดโครงการลงทุนและธุรกิจที่เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนแผนปฏิบัติการว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-อินโดนีเซีย เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานและติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือในระยะยาว รวมถึงลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการศึกษา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร ตลอดจนการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่
จับมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ไทยและอินโดนีเซียยังเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และเครือข่ายอาชญากรรมที่เคลื่อนย้ายคน เงิน และทรัพย์สินข้ามพรมแดน
รัฐบาลเชื่อว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ และทำให้การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผลักดันบทบาทไทยในอาเซียน
ระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้หารือกับเลขาธิการอาเซียนเกี่ยวกับทิศทางของภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมยืนยันว่าไทยจะมีบทบาทเชิงรุกในการรักษาเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังเสนอ 3 แนวทางสำคัญเพื่ออนาคตของอาเซียน ได้แก่ การรักษาเอกภาพของอาเซียน การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการรับมือวิกฤต และการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
ในประเด็นเมียนมา ไทยย้ำการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน พร้อมส่งเสริมการเจรจาระหว่างทุกฝ่าย สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน การค้าชายแดน การลงทุน และการท่องเที่ยวของไทย
รัฐบาลระบุว่า ผลการหารือและวิสัยทัศน์จากการเยือนครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นประธานอาเซียนในปี 2571 โดยมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน พร้อมติดตามทุกข้อตกลงให้เกิดการปฏิบัติจริง ทั้งการเปิดตลาดใหม่ การเพิ่มการลงทุน การสร้างงาน การยกระดับโอกาสทางการศึกษา และการเสริมสร้างความปลอดภัยและเสถียรภาพของภูมิภาค
- เปิดถ้อยแถลง "อนุทิน" พูดถึงจุดยืนไทย ต่ออนาคต "อาเซียน" รับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
- นายกฯ แสดงวิสัยทัศน์ ชี้ 3 แนวทางนำอาเซียนสู่อนาคตที่เข้มแข็งร่วมกัน
- ไทย-อินโดนีเซีย ยกระดับเศรษฐกิจ ตั้งเป้าการค้า 23,000 ล้านดอลลาร์
- นายกฯ เยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการในรอบ 15 ปี สะท้อนมิตรภาพอันแน่นแฟ้น
- "ไทยช่วยไทยพลัส" จะได้ไปต่อไหม หลังอนุทินรับ ประชาชนอยากให้ต่ออายุ
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
