อนุทิน-มิน อ่อง ไลง์ Thailand-Myanmar Business Forum ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน-ยกระดับชีวิต

Share on Line Share on Facebook Share on X
อนุทิน-มิน อ่อง ไลง์ Thailand-Myanmar Business Forum ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน-ยกระดับชีวิต

อนุทิน-มิน อ่อง ไลง์ เป็นประธานเปิดงาน Thailand-Myanmar Bussiness Forum 2026 ยกระดับความร่วมมือภาคธุรกิจระหว่าง 2 ประเทศ ในห้วงการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ มิน อ่อง ไลง์ ในฐานะประธานาธิบดีเมียนมา


ช่วงบ่ายวันนี้ (6 สิงหาคม) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมาที่อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทย เป็นประธานร่วมเปิดงาน Thailand-Myanmar Bussiness Forum 2026 ด้วยความร่วมมือของหอการค้าไทยและเมียนมา ภายใต้หัวข้อ a new chapter in Thailand Myanmar bussiness partnership (ดูชื่อในรูป) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า


นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน โดยกล่าวว่า ทั้ง 2 ประเทศพร้อมก้าวไปสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขอให้เชื่อมั่นในฐานะรัฐบาลว่าไม่ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร รัฐบาลหวังให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ กินดีอยู่ดี มีความหวัง เศรษฐกิจไม่สะดุด และเดินหน้าได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะต้องทำร่วมกัน

สรุปข่าว

ไทย–เมียนมาเปิดเวที Thailand–Myanmar Business Forum 2026 เดินหน้าความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการค้าชายแดน พร้อมผลักดันเปิดด่านและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกัน

อนุทิน-มิน อ่อง ไลง์ เป็นประธานเปิดงาน Thailand-Myanmar Bussiness Forum 2026 ยกระดับความร่วมมือภาคธุรกิจระหว่าง 2 ประเทศ ในห้วงการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ มิน อ่อง ไลง์ ในฐานะประธานาธิบดีเมียนมา


ช่วงบ่ายวันนี้ (6 สิงหาคม) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมาที่อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทย เป็นประธานร่วมเปิดงาน Thailand-Myanmar Bussiness Forum 2026 ด้วยความร่วมมือของหอการค้าไทยและเมียนมา ภายใต้หัวข้อ a new chapter in Thailand Myanmar bussiness partnership (ดูชื่อในรูป) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า


นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน โดยกล่าวว่า ทั้ง 2 ประเทศพร้อมก้าวไปสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขอให้เชื่อมั่นในฐานะรัฐบาลว่าไม่ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร รัฐบาลหวังให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ กินดีอยู่ดี มีความหวัง เศรษฐกิจไม่สะดุด และเดินหน้าได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะต้องทำร่วมกัน

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเมียนมาจะช่วยสร้างการจ้างงาน ซึ่งเมียนมาเองก็เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในด้านต่าง ๆ ให้เติบโตทั้งภาพลังงาน, อุตสาหกรรม, การผลิต, การคมนาคม, โลจิสติกส์, อสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว เพื่อการพัฒนาในระยะยาว

นายอนุทินยังกล่าวถึงหารือในช่วงเช้าร่วมกับมิน อ่องไลง์ ว่าทั้งสองฝ่ายมีความเห็นพ้องกันในความร่วมมือหลายเรื่องที่ต้องการจะให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม อาทิ การค้า สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา กลับมาเปิดใช้งานโดยเฉพาะบริเวณ แม่สอด และ เมียววดี

นอกจากนี้ อาจมีการแก้ไขกฎบางอย่างที่อำนวยความสะดวกให้การค้า 2 ประเทศสามารถเดินหน้าได้ เช่น การพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม ซึ่งทั้งไทยและเมียนมา ต้องการให้บรรยากาศการค้ากลับมาคึกคัก นอกจากนี้ในอนาคตไทยเตรียมจะเป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมด้านการค้าระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของทั้ง 2 ฝ่าย ให้สำเร็จได้โดยเร็วด้วย

นายกรัฐมนตรี เชื่อว่า ในโลกที่กำลังปรับห่วงโซอุปทาน ประเทศที่เชื่อมการค้าการลุงทุนได้จะได้รับโอกาสก่อน และในภูมิภาคนี้คือไทยและเมียนมา หากทั้งสองประเทศร่วมมือกันได้ก็จะทำให้สามารถใช้ระบบขนส่งสินค้า 2 ชายฝั่งทะเลได้เต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการทำร่วมกันอย่างใกล้ชิดและพร้อมเปลี่ยนโอกาสให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้การ จัดงานในวันนี้จึงเป็นมากกว่าเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและต้องถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและการเปลี่ยนแปลงที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมกันสร้างเพื่ออนาคตทางเศรษฐกิจของสองประเทศ

ขณะที่ มิน อ่อง ไลง์ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ โดยเชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยความร่วมมือเศรษฐกิจ 2 ประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

เมียนมาและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่มีดินแดนติดกันในทางบกและทางทะเลและยังเป็นมิตรที่แท้ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทางการทูตระหว่างสองประเทศเริ่มต้นขึ้น 1948 โดยที่จนถึงปัจจุบันไทยและเมียนมาได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

การค้าชายแดนระหว่างเมียนมาและไทยจึงมีมีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นในพื้นที่เมียวดี แม่สอด ท่าขี้เหล็กและ แม่สาย

รัฐบาลเมียนมามุ่งมั่นจะส่งเสริมการลงทุนและสนับสนุนนโยบายที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องจึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทยและภาคเอกชน ให้รู้สึกมั่นใจที่จะมาลงทุนในเมียนมา

ด้านนายพิษณุ สุวรรณะชต นายกสมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมา และเป็นครั้งแรกที่ไทยและเมียนมาจัดเวทีทางเศรษฐกิจเช่นนี้ อีกทั้งงานวันนี้ยังถือเป็นการร่วมเปิดบทใหม่ของความเป็นหุ้นส่วนไทยและ เมียนมา ที่จะสร้างความร่วมมือและความเข้าใจในทุกระดับ

นายพิษณุ กล่าวด้วยว่า ไทยและเมียนมาเป็นเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันยาวนาน นอกจากนี้ทั้ง 2 ประเทศยังเป็นประตูเชื่อมอาเซียน รวมถึงภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สำหรับเมียนมาเป็นคู่ค้าของไทยลำดับที่ 22 และลำดับที่ 7 ในอาเซียน ส่วนไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 2 ของเมียนมา ทั้ง 2 ประเทศมีการลงทุนมากมายหลากหลายสาขาที่มีศักยภาพเติบโตได้ในอนาคต งานในวันนี้จึงเปิดพื้นที่ให้เอกชน 2 ประเทศ มาร่วมกันสร้างโครงการใหม่ๆ ที่นำไปสู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ