
สถานการณ์การสู้รบในเมียนมา ที่มีชนวนเหตุจากการรัฐประหาร เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ปัจจุบันยังมีการสู้รบในหลายพื้นที่ รวมถึงแนวชายแดนไทย รัฐคะฉิ่น รัฐชิน และรัฐฉาน
สำนักข่าวบีบีซีได้ลงพื้นที่ไปยังแนวรบของเมียนมา โดยที่ไม่ได้ขออนุญาตทางการเมียนมาก่อน เพื่อหาข้อมูลและนำเสนอข่าวจากพื้นที่จริง และหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่พวกเขาพบ คือกลุ่มชาย 4 คนในกลุ่มกบฎเมียนมา ที่มีที่มาที่ไปต่างกันแต่กลับมาลงเอยอยู่ที่เดียวกัน
ชายคนแรกเป็นเชฟ เขาถูกทหารจับกุมตัวไประหว่างกลับบ้านหลังเลิกงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่มีบัตรประจำตัว คนที่ 2 ถูกจับระหว่างกลับจากคาราโอกะในตอนกลางดึก คนที่ 3 ทำงานในกรมป่าไม้ ก่อนถูกจับกุม และคนที่ 4 ถูกยัดยาเสพติดใส่รองเท้า จึงถูกจับกุมเพราะครอบครองยาเสพติด พวกเขาทุกคนถูกบังคับไปเป็นทหารของกองทัพเมียนมา และถูกส่งไปยังแนวหน้าการรบ
พวกเขาใช้เวลา 4 เดือนในการฝึกรบขั้นพื้นฐาน จากนั้นถูกส่งไปยังแนวหน้าในรัฐกะเหรี่ยง และในคืนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังจะไปอาบน้ำ พวกเขาก็ตัดสินใจหลบหนี
แต่หลังจากหลบหนี พวกเขากลับไปเจอกับหน่วยลาดตระเวนของกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ที่อยู่ใกล้เคียง และถูกจับกุมอีกที แต่การถูกจับครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่ถูกทหารของทางการจับกุมในครั้งก่อน เพราะพวกเขาได้รับการปฏิบัติเหมือนมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำทุกอย่างเหมือนก่อน
สรุปข่าว
สถานการณ์การสู้รบในเมียนมา ที่มีชนวนเหตุจากการรัฐประหาร เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ปัจจุบันยังมีการสู้รบในหลายพื้นที่ รวมถึงแนวชายแดนไทย รัฐคะฉิ่น รัฐชิน และรัฐฉาน
สำนักข่าวบีบีซีได้ลงพื้นที่ไปยังแนวรบของเมียนมา โดยที่ไม่ได้ขออนุญาตทางการเมียนมาก่อน เพื่อหาข้อมูลและนำเสนอข่าวจากพื้นที่จริง และหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่พวกเขาพบ คือกลุ่มชาย 4 คนในกลุ่มกบฎเมียนมา ที่มีที่มาที่ไปต่างกันแต่กลับมาลงเอยอยู่ที่เดียวกัน
ชายคนแรกเป็นเชฟ เขาถูกทหารจับกุมตัวไประหว่างกลับบ้านหลังเลิกงาน ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่มีบัตรประจำตัว คนที่ 2 ถูกจับระหว่างกลับจากคาราโอกะในตอนกลางดึก คนที่ 3 ทำงานในกรมป่าไม้ ก่อนถูกจับกุม และคนที่ 4 ถูกยัดยาเสพติดใส่รองเท้า จึงถูกจับกุมเพราะครอบครองยาเสพติด พวกเขาทุกคนถูกบังคับไปเป็นทหารของกองทัพเมียนมา และถูกส่งไปยังแนวหน้าการรบ
พวกเขาใช้เวลา 4 เดือนในการฝึกรบขั้นพื้นฐาน จากนั้นถูกส่งไปยังแนวหน้าในรัฐกะเหรี่ยง และในคืนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังจะไปอาบน้ำ พวกเขาก็ตัดสินใจหลบหนี
แต่หลังจากหลบหนี พวกเขากลับไปเจอกับหน่วยลาดตระเวนของกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ที่อยู่ใกล้เคียง และถูกจับกุมอีกที แต่การถูกจับครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่ถูกทหารของทางการจับกุมในครั้งก่อน เพราะพวกเขาได้รับการปฏิบัติเหมือนมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้ถูกบังคับให้ทำทุกอย่างเหมือนก่อน
ตอนนี้พวกเขาก็ยังอยู่กับ PDF และจะถูกส่งไปยังชายแดนติดกับประเทศไทย รวมถึงที่รัฐพะโค และรัฐกะเหรี่ยง พวกเขาไม่เคยคิดที่จะกลับไปบ้าน เพราะถ้ากลับไปตอนนี้ ทหารก็ยังสามารถติดตามพวกเขาได้ โดยทางบีบีซีไม่ได้มีการเปิดเผยตัวตนของทหารเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัยของพวกเขาและครอบครัว
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามกลางเมืองเมียนมา คือเมื่อปี 2024 ที่ทางการเมียนมา ออกกฎหมายบังคับเกณฑ์ทหาร นั่นทำให้รัฐบาลสามารถจัดหากองกำลังมาเพิ่มได้ต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มกบฎจากเดิมที่สามารถเอาชนะ ยึดพื้นที่ได้ในหลายส่วน ก็เริ่มต้านไม่ไหวแล้ว
กองทัพยังคงควบคุมประเทศได้ไม่ถึงครึ่ง แต่ก็ได้รับชัยชนะมาบ้างแล้ว รวมถึงเมืองสำคัญ ๆ และการยึดถนนสายสำคัญ เส้นทางจากมัณฑะเลย์ไปยังมิตจีนาคืนกลับมาได้ ทหารหลายพันนายกำลังรุกคืบเพื่อกลับมาควบคุมพื้นที่ชายแดนหลายแห่ง รวมถึงรัฐคะฉิ่น รัฐชิน และรัฐกะเหรี่ยง
อย่างไรก็ตามดูเหมือนจะมีสัญญาณเชิงบวกในสงครามครั้งนี้ สำนักข่าวชายขอบ รายงานอ้างอิง KIC News เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนว่า ได้มีการประชุมหารือของคณะเจรจาสันติภาพแห่งชาติ (NSPNC) ของรัฐบาลทหารเมียนมา และตัวแทนจาก 7 EAO Alliance ซึ่งเป็นการรวมตัวขององค์กรชาติพันธุ์ติดอาวุธหลายกลุ่มที่เคยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA)
โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างแนวทางสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งตัวแทนกลุ่มกองกำลังติดอาวุธก็ยินดีที่จะทำการหารือเพื่อสันติภาพ
การพบปะหารือในครั้งนี้เป็นผลจากคำเชิญที่ NSPNC ส่งถึงกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธที่ลงนามใน NCA เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเปิดช่องทางการหารือเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายมีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอาจเปิดโอกาสให้ภาคส่วนและองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม
ที่มาข้อมูล : BBC,สำนักข่าวชายขอบ
ที่มารูปภาพ : Reuters
