UNODC ยกย่อง "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย

Share on Line Share on Facebook Share on X
UNODC ยกย่อง "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย

UNODC ยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้มีพระปรีชาสามารถทางกฎหมาย และทรงเคยดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ UNODC


สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้เผยแพร่ถ้อยแถลงแสดงความอาลัยและยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน มีใจความว่า


ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2017 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ UNODC ในด้านหลักนิติธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีประสบการณ์และความเกี่ยวข้องมากมายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรม กระบวนการยุติธรรมทางอาญา และหลักนิติธรรม พระองค์ทรงเคยดำรงตำแหน่งในสำนักงานอัยการสูงสุดของไทยเป็นเวลาหลายปี 


ทรงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพิเศษของสถาบันยุติธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการฝึกอบรมในสาขาการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งในประเทศ ภูมิภาค และระดับนานาชาติ

สรุปข่าว

UNODC แสดงความอาลัยและยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในฐานะผู้มีพระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย และทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ UNODC ตั้งแต่ปี 2017 พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญด้านการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การป้องกันอาชญากรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ UNODC ยกย่องพระราชกรณียกิจและการอุทิศพระองค์เพื่อหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และผู้ด้อยโอกาสในสังคมมาโดยตลอด

UNODC ยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้มีพระปรีชาสามารถทางกฎหมาย และทรงเคยดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ UNODC


สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้เผยแพร่ถ้อยแถลงแสดงความอาลัยและยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน มีใจความว่า


ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2017 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ UNODC ในด้านหลักนิติธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีประสบการณ์และความเกี่ยวข้องมากมายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรม กระบวนการยุติธรรมทางอาญา และหลักนิติธรรม พระองค์ทรงเคยดำรงตำแหน่งในสำนักงานอัยการสูงสุดของไทยเป็นเวลาหลายปี 


ทรงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพิเศษของสถาบันยุติธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการฝึกอบรมในสาขาการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งในประเทศ ภูมิภาค และระดับนานาชาติ

ระหว่างปี 2012-2014 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรีย และผู้แทนถาวรของประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา 


โดยทรงเป็นประธานการประชุมของคณะกรรมการบริหารของ UNODC ได้แก่ คณะกรรมาธิการว่าด้วยยาเสพติด และคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ


พระองค์ทรงริเริ่มพระราชกรณียกิจโครงการ “กำลังใจ” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่เกี่ยวข้องกับระบบยุติธรรมทางอาญา รวมถึงสตรีและสตรีมีครรภ์ในเรือนจำ และเด็กที่เกิดจากผู้ต้องขัง ก่อนหน้านี้ พระองค์ทรงได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและยุติธรรมทางอาญา ในสมัยที่ 21 (2011 - 2012)

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปฏิบัติหน้าที่ในคณะผู้แทนถาวรของประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก โดยทรงดูแลประเด็นต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการที่ 3 และ 6 ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในการทำงานที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยที่ 60 ของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทั้งทางกฎหมาย การปฏิรูป และการทูตพหุภาคี


พระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและหลักนิติธรรมนั้นมีรากฐานมาจากการศึกษา พระองค์ทรงศึกษากฎหมายอาญา โดยได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางนิติศาสตร์ (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ในเดือนพฤษภาคม 2005 โดยวิทยานิพนธ์ของพระองค์มุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา 


นอกจากนี้พระองค์ยังทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านนิติศาสตร์ (LL.M.) จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ (LL.B.) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกเหนือจากการศึกษาด้านกฎหมายแล้ว พระองค์ยังทรงได้รับปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต (B.A.) สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราชอีกด้วย

ที่มาข้อมูล : UNODC

ที่มารูปภาพ : UNODC