รมว.พลังงาน สั่งรื้อโครงสร้างน้ำมัน ลดภาระประชาชน 1.08 หมื่นล้านบาท/ปี

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ โดยตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกชนิดจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งถอดค่าใช้จ่ายสมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากสูตรราคา ค่าใช้จ่ายเหล่านี้แฝงอยู่ในสูตรมาตั้งแต่ปี 2547 ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดตั้งสูตรคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมัน รวม 22 ปี การปรับครั้งนี้จะลดภาระประชาชนได้ 10,839 ล้านบาทต่อปี
นายเอกนัฏ อธิบายว่า ที่ผ่านมาราคา ณ โรงกลั่นของไทยอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ แล้วบวกค่าใช้จ่ายเสมือนว่าน้ำมันถูกขนส่งทางเรือจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศ หลักเกณฑ์ใหม่ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงยกเลิกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง (Freight, Insurance, Loss) ที่สมมุติจากเส้นทางสิงคโปร์ และปรับลดค่าสำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 ส่วน ให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง
ผลคือราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกประเภทลดลง 0.08750.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่า 29.70 ล้านบาทต่อวัน หรือ 10,839 ล้านบาทต่อปี ดีเซล B7 ซึ่งมีปริมาณใช้มากที่สุดได้ประโยชน์มากที่สุด โดยลดลง 0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็น 6,795 ล้านบาทต่อปี รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ลดลง 0.3203 บาทต่อลิตร คิดเป็น 2,115 ล้านบาทต่อปี
สรุปข่าว
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ โดยตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกชนิดจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งถอดค่าใช้จ่ายสมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกจากสูตรราคา ค่าใช้จ่ายเหล่านี้แฝงอยู่ในสูตรมาตั้งแต่ปี 2547 ที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดตั้งสูตรคำนวณโครงสร้างราคาน้ำมัน รวม 22 ปี การปรับครั้งนี้จะลดภาระประชาชนได้ 10,839 ล้านบาทต่อปี
นายเอกนัฏ อธิบายว่า ที่ผ่านมาราคา ณ โรงกลั่นของไทยอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ แล้วบวกค่าใช้จ่ายเสมือนว่าน้ำมันถูกขนส่งทางเรือจากสิงคโปร์มายังประเทศไทย ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศ หลักเกณฑ์ใหม่ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงยกเลิกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง (Freight, Insurance, Loss) ที่สมมุติจากเส้นทางสิงคโปร์ และปรับลดค่าสำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 ส่วน ให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง
ผลคือราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันทุกประเภทลดลง 0.08750.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่า 29.70 ล้านบาทต่อวัน หรือ 10,839 ล้านบาทต่อปี ดีเซล B7 ซึ่งมีปริมาณใช้มากที่สุดได้ประโยชน์มากที่สุด โดยลดลง 0.3548 บาทต่อลิตร คิดเป็น 6,795 ล้านบาทต่อปี รองลงมาคือแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ลดลง 0.3203 บาทต่อลิตร คิดเป็น 2,115 ล้านบาทต่อปี
การอ้างอิงราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียวอาจเหมาะกับภาวะปกติ แต่ในภาวะวิกฤต สูตรนี้สร้างกำไรส่วนเกินที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน นายเอกนัฏกล่าว
ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 กบง. จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 8 ครั้ง เรียกเก็บผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นได้ 31,786 ล้านบาท ครอบคลุมดีเซลรวม 11,058 ล้านลิตร เมื่อรวมกับเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ดูแลราคาอีก 64,355 ล้านบาท รัฐได้ใช้เงินดูแลราคาน้ำมันให้ประชาชนแล้วรวม 96,141 ล้านบาท
การหักส่วนเกินโรงกลั่นคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวิกฤต ส่วนการถอดราคาทิพย์ครั้งนี้คือการแก้ที่โครงสร้าง ต่อให้วิกฤตจบ เงินหมื่นล้านบาทต่อปีนี้ก็จะไม่กลับมาอยู่ในบิลน้ำมันของคนไทยอีก นายเอกนัฏกล่าว
มาตรการครั้งนี้สอดคล้องกับการถอดค่าไฟฟ้าสาธารณะมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาทออกจากบิลค่าไฟของประชาชนก่อนหน้านี้ ทั้งสองมาตรการทบทวนต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ใช้จริง และเพื่อให้ราคาพลังงานเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน
- นายกฯ ยืนยันน้ำมันไทยเพียงพอ เดินหน้าพลังงานสะอาด-ปฏิรูปกองทุนน้ำมัน
- ชาติอาหรับเฝ้าระวังสงครามปะทุ หวั่นสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านซ้ำ
- เปิดคำเตือน "ราคาน้ำมัน" พุ่งยาวถึงปีหน้า! สงครามจบก็ไม่ลง ไทยเสี่ยงแค่ไหน?
- ราคาน้ำมันพุ่งอีก หลังสหรัฐฯ ปัดดีลสันติภาพอิหร่าน
- "น้ำมันพุ่งอีก" 3% ฮูตีโจมตีซาอุฯ เขย่าตลาดโลก!
ที่มาข้อมูล : Ryt9.com
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
